เสียงกระดาษปึกใหญ่กระทบลงบนพื้นโต๊ะทำงานไม้สักทองดังทึบ สะท้อนความหงุดหงิดที่เจ้าของโต๊ะพยายามเก็บกดไว้อย่างเต็มกำลัง แรงกระแทกนั้นมากพอจะทำให้ถ้วยกาแฟเซรามิกสีดำสนิทสั่นระริก ของเหลวสีเข้มกระฉอกออกมาเล็กน้อยเปื้อนขอบถ้วย เป็นภาพสะท้อนความเปราะบางของสถานการณ์ระหว่างพวกเขาสองคนในเวลานี้ได้อย่างชัดเจน
"เอกสารงวดสุดท้ายสำหรับโครงการคอมมูนิตี้มอลล์โซน B ทั้งหมดถูกตรวจสอบและแก้ไขตามระเบียบข้อบังคับทางกฎหมายเรียบร้อยแล้วครับ คุณพริมา"
เสียงทุ้มต่ำที่เคยเจือความอ่อนโยน หรือแม้แต่ความหงุดหงิดส่วนตัวในยามที่เธอต่อปากต่อคำ บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยโทนเสียงราบเรียบ เย็นชา และเป็นทางการจนน่าใจหาย มันคือสุ้มเสียงของสถาปนิกอาวุโสที่กำลังพูดคุยกับตัวแทนลูกค้า หรือไม่ก็คู่ค้ารายหนึ่งที่ไร้ซึ่งความผูกพันทางใจใดๆ ทั้งสิ้น
พริมายืนตัวตรงอยู่ที่ฝั่งตรงข้าม มือเรียวบางที่เคยตวัดปากกาเขียนบทวิจารณ์เผ็ดร้อน บัดนี้ประสานกันไว้แนบแน่นจนปลายนิ้วซีดเซียว เธอกวาดสายตาคมกริบมองเอกสารตรงหน้าอย่างรวดเร็ว สมองประมวลผลตัวเลขและข้อกำหนดทางสถาปัตยกรรมโดยอัตโนมัติ แต่นัยน์ตากลับไหววับด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่เธอเกลียดชังมันเหลือเกิน
ความรู้สึกเหมือนถูกผลักให้ตกลงไปในหลุมพรางที่ตัวเองเป็นคนขุดขึ้นมาเอง
"รวดเร็วดีนี่ครับ..." พริมาเค้นเสียงลอดไรฟัน รอยยิ้มที่มักจะประดับบนริมฝีปากเพื่อเย้ยหยันเขาหายวับไป เหลือเพียงใบหน้าเรียบเฉยที่พยายามแสดงออกถึงความเป็นมืออาชีพขั้นสุด "นึกว่าคุณธันวาจะมัวแต่เอาเวลาไปจัดการกับ... เรื่องส่วนตัว จนลืมหน้าที่ความรับผิดชอบเสียอีก"
ธันวาเงยหน้าขึ้นช้าๆ
ดวงตาคมกริบหลังกรอบแว่นสายตาคู่นั้นว่างเปล่า ไร้ประกายระยิบระยับที่เคยมีเมื่อยามที่เขามองเธอ รอยยิ้มมุมปากที่เธอมักจะหมั่นไส้ ถูกแทนที่ด้วยเส้นตรงเรียบสนิทราวกับรูปปั้นหินอ่อนที่ไร้จิตวิญญาณ
"หน้าที่และความรับผิดชอบ คือสิ่งเดียวที่ผมยึดถือครับ คุณพริมา" ธันวาตอบกลับทันควัน น้ำเสียงไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย "ส่วนเรื่องอื่นๆ ที่อยู่นอกเหนือจากขอบเขตของโปรเจกต์นี้ ผมคิดว่ามันไม่มีความจำเป็นต้องหยิบยกขึ้นมาพูดถึงอีก"
คำพูดนั้นคมกริบราวกับใบมีดที่กรีดลงบนผิวเนื้อนิ่ม ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องทำงานสถาปัตยกรรมขนาดใหญ่ทันที เสียงแอร์ทำงานเบาหวิวกลายเป็นเสียงเดียวที่ได้ยิน ช่องว่างระหว่างโต๊ะทำงานตัวใหญ่ไม่ได้กว้างขวางนัก แต่ระยะห่างทางความรู้สึกในเวลานี้กลับกว้างไกลเสียจนดูเหมือนพวกเขากำลังยืนอยู่คนละฟากฝั่งของมหาสมุทร
ย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน เหตุการณ์อุบัติเหตุเล็กๆ ในห้องเก็บโมเดลจำลองยังคงวนเวียนอยู่ในโสตประสาทของทั้งคู่ จังหวะที่ร่างของพริมาเซถลาเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนแกร่ง ลมหายใจอุ่นร้อนที่รดรินอยู่ใกล้ชิดจนสัมผัสได้ถึงอัตราการเต้นของหัวใจที่ผิดจังหวะ และโดยเฉพาะคำพูดประโยคสุดท้ายของธันวาที่เกือบจะหลุดพ้นจากริมฝีปากคู่นั้น...
มันเกือบจะทำลายกำแพงทั้งหมดที่เขาสร้างขึ้นมา
แต่แล้ว... ทุกอย่างก็ถูกตัดฉับลงด้วยเสียงเปิดประตูกะทันหันของทีมงานฝึกงาน พร้อมกับสติที่กระเจิดกระเจิงของพริมาที่ผลักอกเขาออกอย่างแรงแล้ววิ่งหนีเตลิดออกมา
และนั่นคือจุดเริ่มต้นของกำแพงเหล็กกล้าที่ธันวาจงใจยกขึ้นมาปิดกั้น
"เข้าใจแจ่มแจ้งดีค่ะ" พริมายืดอกขึ้นเชิดหน้าสู้ สายตาดื้อรั้นฉายชัดความท้าทายที่ถูกปลุกเร้าขึ้นมาเพื่อกลบเกลื่อนความวูบโหวงในอก "ในเมื่อหน้าที่การงานมันชัดเจนขนาดนี้แล้ว ฉันในฐานะที่ปรึกษาอิสระ ก็คงหมดหน้าที่ที่จะต้องมานั่งตรวจงานจุกจิกให้คุณอีกต่อไป"
"ถูกต้องครับ" ธันวาพยักหน้ารับอย่างเย็นชา ไม่มีร่องรอยของความลังเลใจ "งานรีวิวขั้นตอนสุดท้ายเสร็จสิ้นแล้ว เอกสารชุดนี้คือบทสรุป ทุกอย่างจบลงด้วยดีตามสัญญาจ้าง"
พริมาเม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ความรู้สึกพ่ายแพ้ตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่อก เธอควรจะดีใจไม่ใช่หรือ ในเมื่อเป้าหมายตั้งแต่แรกที่ก้าวเข้ามาในบริษัทนี้ คือการมาฟาดฟันกับสถาปนิกปากร้ายให้รู้ดำรู้แดง และตอนนี้เธอก็ทำสำเร็จจนโปรเจกต์ใกล้ปิดตัวลงแล้ว
แต่ทำไม... หัวใจมันถึงได้หนาบดขยี้ด้วยความอึดอัดทรมานแบบนี้
"งั้นฉันก็คงต้องขอตัว" พริมายื่นมือไปหยิบแฟ้มเอกสารบนโต๊ะมากอดไว้แน่นราวกับมันเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวเดียว "หวังว่าเราคง... ไม่จำเป็นต้องร่วมงานกันอีกในอนาคตอันใกล้นี้หรอกนะคะ... เอ๊ย! หมายถึงนะครับ!"
เธอเผลอหลุดปากอุทานด้วยความคุ้นชิน แต่เมื่อรู้ตัวว่าเกือบจะหลุดมาดสาวมั่น พริมาก็รีบสะบัดหน้าหนีแล้วหมุนตัวหันหลังเดินจ้ำอ้าวไปยังประตูทันที โดยไม่ยอมรอฟังคำตอบจากปากผู้ชายใจร้ายคนนั้นแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว
ประตูกระจกบานใหญ่ปิดลงด้วยเสียงทึบเบาๆ ทิ้งให้ธันวานั่งนิ่งอยู่ลำพังในห้องทำงานที่เงียบสงบ
สถาปนิกหนุ่มถอดแว่นสายตาออกช้าๆ ใช้มือหนานวดคลึงหว่างสันจมูกเพื่อขับไล่ความตึงเครียดที่เกาะกุม ดวงตาที่เคยเยือกเย็นและปิดตายเมื่อครู่ บัดนี้กลับฉายแววความเจ็บปวดและเหนื่อยล้าออกมาอย่างปิดไม่มิด เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินไปที่ผนังกระจกใสบานใหญ่ที่มองเห็นวิวเมืองเบื้องล่าง
การทำตัวห่างเหิน การใช้คำพูดเย็นชา และการตัดเยื่อใยทั้งหมดทิ้งไป คือเกราะป้องกันเดียวที่เขาหลงเหลืออยู่ เพื่อไม่ให้ตัวเองเผลอดึงผู้หญิงปากกล้าคนนั้นเข้ามาสู่วังวนความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะควบคุม
เขากำลังปกป้องระยะห่าง... ระยะห่างที่เขาเป็นคนสร้างขึ้นมาเองกับมือ เพื่อรักษาความสัมพันธ์ในฐานะเจ้านายและที่ปรึกษาเอาไว้ให้อยู่ในร่องในรอย
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้งติดต่อกันอย่างเร่งรีบ ก่อนที่บานประจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต ร่างสูงโปร่งของเพื่อนสนิทควบตำแหน่งหุ้นส่วนบริษัทก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด มือถือสมาร์ทโฟนหน้าจอเปิดค้างไว้ที่หน้าฟีดข่าวสถาปัตยกรรมชื่อดัง
"ธันวา นายต้องดูนี่ด่วนเลย!" เสียงของเพื่อนสนิทร้อนรนจนผิดปกติ "พริมาเธอเพิ่งโพสต์บทความวิจารณ์ชิ้นสุดท้ายลงเพจสาธารณะเมื่อกี้... และเนื้อหานั้นกำลังเล่นงานโปรเจกต์เรือธงของเราเข้าเต็มๆ!"
ธันวาขมวดคิ้วมุ่น หันขวับกลับมามองเพื่อนทันที "ว่าไงนะ? ไหนบอกว่าตรวจทานผ่านหมดแล้ว?"
"เปล่า... ไม่ใช่เรื่องแบบนั้น" เพื่อนหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ยื่นหน้าจอโทรศัพท์มือถือมาตรงหน้าเขา "แต่เธอยกเลิกสัญญาว่าจ้างในฐานะที่ปรึกษา และเขียนแฉเบื้องหลังการออกแบบทั้งหมด... รวมถึงระบุชื่อนายโต้งๆ ในฐานะสถาปนิกผู้กุมความลับบางอย่างที่ทำให้เธอยอมจำนน!"
ดวงตาของธันวาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความเย็นชาเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยความตกใจและระลอกคลื่นแห่งความโกรธเกรี้ยวที่ตีกลับเข้ามาอย่างรุนแรง
เขาก้มมองหน้าจอโทรศัพท์ บรรทัดสุดท้ายของบทความวิจารณ์ชิ้นนั้นเขียนทิ้งท้ายไว้ด้วยประโยคสั้นๆ ที่จงใจท้าทายอำนาจของเขาโดยตรง
*—และสถาปนิกมาดนิ่งคนนั้น จะต้องเป็นคนตอบคำถามทั้งหมดต่อหน้าสาธารณชน ในงานแถลงข่าวพรุ่งนี้เช้า... ถ้าเขายังมีความกล้าพอ*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและคอยสนับสนุนผลงานของดรากอนไรเดอร์เสมอนะครับ
สถาปนิกมาดนิ่งกับนักวิจารณ์ปากกล้า•ตอนที่ 17
ระยะห่างที่เพิ่มขึ้น
ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกมาดนิ่งกับนักวิจารณ์ปากกล้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!