"คุณควรจะบอกผมก่อนว่าคุณมีแขกพิเศษ... หรือว่านี่คือโปรเจกต์ลับที่คุณตั้งใจจะสร้างเซอร์ไพรส์ให้ผมกันแน่ครับ คุณพริมา"
ธันวานิ่งค้างอยู่ตรงหน้าประตูห้องโถงจัดนิทรรศการ แววตาของเขาไม่ได้แสดงความโกรธเกรี้ยว แต่มันเย็นเยียบและคมกริบเสียจนคนมองรู้สึกเหมือนถูกใบมีดโกนกรีดผ่านผิวหนัง พริมาที่ยืนอยู่ข้างๆ สัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลจากผู้ชายข้างกาย เธอเหลือบมอง 'แขกพิเศษ' ที่เพิ่งก้าวเข้ามา—ผู้หญิงในชุดเดรสสีแดงเพลิงที่ดูคุ้นตาจนน่าใจหาย
"เซอร์ไพรส์เหรอคะ? ดูเหมือนคุณจะเข้าใจผิดไปไกลนะคุณธันวา" พริมาตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าในใจกลับเต้นรัวเป็นจังหวะที่ไม่เป็นจังหวะ เธอขยับตัวออกห่างจากธันวาโดยอัตโนมัติ รักษาระยะห่างที่ควรจะเป็นระหว่าง 'คนทำงาน' ให้ชัดเจนที่สุด
"ธัน... ไม่เจอกันนานเลยนะ"
เสียงหวานใสที่เอ่ยขึ้นนั่นทำเอาบรรยากาศรอบข้างดูเหมือนจะลดอุณหภูมิลงไปอีกหลายองศา ผู้หญิงคนนั้น—'รินรดา' อดีตคนรักที่เคยทิ้งรอยแผลเป็นไว้ในใจของธันวาเมื่อครึ่งปีก่อน กำลังเดินตรงเข้ามาหาพวกเขาด้วยท่วงท่าที่มั่นใจเกินร้อย เธอไม่ได้สนใจสายตาของคนรอบข้าง เธอมองแค่ธันวาคนเดียว เหมือนกับตอนที่พวกเขายังคบหากัน
ธันวาเม้มริมฝีปากแน่น สันกรามของเขานูนเด่นขึ้นมาจากการขบเน้น นี่คือสัญชาตญาณของการปะทะ เขาไม่ใช่คนประเภทที่จะเก็บอารมณ์ไม่ได้ แต่เมื่อเจอคนคนนี้ พลังในการควบคุมความนิ่งของเขากลับสั่นคลอนอย่างรุนแรง
"ผมไม่คิดว่างานวิจารณ์สถาปัตยกรรมระดับประเทศ จะเปิดรับแขกที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในเนื้องานเข้ามาเดินเล่นตามอำเภอใจได้นะ" ธันวาเอ่ยน้ำเสียงเย็นชา "คุณพริมา ในฐานะผู้ดูแลโปรเจกต์นี้ คุณคงต้องอธิบายให้ผมฟังหน่อยว่าเกิดอะไรขึ้น"
พริมาแค่นยิ้ม เธอรู้สึกถึงความขมปร่าในลำคอ เมื่อเห็นว่าความสัมพันธ์ที่เธอกับธันวาเริ่มจะดีขึ้นเรื่อยๆ กำลังจะถูกทำลายด้วยก้อนหินที่ชื่อว่า 'อดีต' เธอถอยหลังอีกก้าวหนึ่ง จนแผ่นหลังเกือบจะชนกับเคาน์เตอร์นิทรรศการ
"คุณรินรดาเป็นหนึ่งในสปอนเซอร์รายใหญ่ของงานนี้ครับคุณธันวา" พริมาพูดตัดบทโดยไม่ยอมสบตาเขา "หน้าที่ของฉันคือการทำตามบรีฟ และดูเหมือนบรีฟของงานนี้จะระบุชัดเจนว่าเราต้องต้อนรับแขกวีไอพีทุกท่านให้ดีที่สุด... ซึ่งฉันก็คงต้องทำหน้าที่ของฉันต่อไป ส่วนเรื่องส่วนตัวของคุณ... เชิญจัดการกันเอาเองเถอะค่ะ"
คำว่า 'เรื่องส่วนตัว' ที่พริมาเน้นย้ำ ทำเอาธันวาตวัดสายตาหันมามองเธอทันที แววตาที่เคยมองเธอด้วยความรู้สึกบางอย่างที่พริมาเองก็ยังไม่ได้คำตอบ เปลี่ยนไปเป็นความหงุดหงิดที่ซ่อนความเจ็บปวดเอาไว้เล็กน้อย
"คุณจะถอยไปไหนพริมา?" ธันวาถามเสียงต่ำ ทว่าก่อนที่พริมาจะได้ตอบ รินรดาก็เข้ามาประชิดตัวธันวาแล้วถือวิสาสะวางมือลงบนต้นแขนของเขา
"ธันยังเหมือนเดิมเลยนะ ขี้หงุดหงิดไม่เปลี่ยน" รินรดาหัวเราะเบาๆ พลางส่งสายตาหยั่งเชิงมาทางพริมา "และดูเหมือนว่าคุณจะหา 'ผู้ช่วย' คนใหม่ที่ดูฉลาดเป็นกรดไม่เบาเลยนี่นา... หวังว่าเธอคงจะไม่ทำให้คุณปวดหัวเหมือนที่ฉันเคยทำนะ"
พริมาสูดลมหายใจเข้าลึก เธอรู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่ในวงล้อมของละครน้ำเน่าที่เธอเกลียดนักหนา เธอไม่ได้อยากเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวระหว่างคนสองคนนี้เลยแม้แต่นิดเดียว โดยเฉพาะเมื่อความรู้สึกในใจของเธอเริ่มประท้วงว่าไม่ควรจะเอาตัวเองไปผูกติดกับผู้ชายที่ยังจัดการอดีตไม่จบ
"ขอตัวนะคะ" พริมากล่าวสั้นๆ ก่อนจะหันหลังเดินหนีออกมาจากจุดนั้นทันที
"พริมา!" ธันวาเรียกชื่อเธอเสียงดัง ลืมตัวไปชั่วขณะว่าเขากำลังยืนอยู่ต่อหน้าใคร เขาพยายามจะก้าวตาม แต่รินรดากลับรั้งแขนเขาไว้แน่น แรงดึงนั้นทำให้ธันวาต้องชะงัก สายตาของเขามองตามแผ่นหลังที่ห่างออกไปของพริมาด้วยความสับสนและความกระวนกระวายที่ปิดไม่มิด
ในขณะที่พริมาเดินหลบเข้าไปในมุมมืดของโซนนิทรรศการ หัวใจของเธอกำลังสั่นคลอน เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู เห็นข้อความจากทีมงานที่เด้งเข้ามาว่าให้ไปเจรจากับซัพพลายเออร์ที่ด้านหลังอาคาร เธอตัดสินใจเดินออกไปทันทีโดยไม่หันกลับไปมองความวุ่นวายด้านหลังอีก
ลมยามค่ำคืนพัดผ่านเข้ามาในช่องระบายอากาศของอาคารเก่า พริมายืนกอดอกมองแสงไฟของเมืองที่สะท้อนผ่านกระจกบานใหญ่ เธอกำลังพยายามรวบรวมสมาธิ แต่เสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาอย่างหนักแน่นทำให้เธอรู้ได้ทันทีว่าใครเป็นคนตามมา
"ทำไมต้องหนี?"
เสียงของธันวาดังขึ้นจากด้านหลัง เขาไม่ได้ยืนห่างออกไปอย่างที่เขาเคยทำ เขาเดินเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ ประจำตัวของเขา พริมาไม่หันไปมอง เธอยังคงจ้องมองออกไปข้างนอก
"ฉันไม่ได้หนีค่ะ ฉันแค่มีงานต้องทำ"
"งานงั้นเหรอ?" ธันวาเดินอ้อมมาข้างหน้าเธอจนเธอไม่มีทางหลบ พริมาต้องเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าคมเข้มของเขาที่ตอนนี้ดูตึงเครียดกว่าปกติ "คุณกำลังทำให้ผมรู้สึกว่า... สิ่งที่เราเพิ่งจะเริ่มสร้างขึ้นมา มันไม่มีค่าอะไรเลยงั้นเหรอพริมา?"
คำพูดของเขาเหมือนหมัดที่ชกเข้าที่กลางใจ พริมานิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะขยับยิ้มที่ดูเย้ยหยันตัวเอง
"เราเริ่มสร้างอะไรกันเหรอคะ? มีแต่คุณไม่ใช่เหรอที่ตั้งกฎกติกาขึ้นมาเองทุกอย่าง ฉันก็แค่ตัวประกอบในแผนผังของคุณเท่านั้นแหละ"
ธันวาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของพริมา แววตาของเขาเปลี่ยนจากความโกรธเป็นความเรียบเฉยที่ซ่อนความรุ่มร้อนเอาไว้ เขาขยับเข้ามาใกล้จนปลายเท้าของพวกเขาเกือบจะแตะกัน
"ถ้าผมบอกว่าคุณไม่ใช่ตัวประกอบ... แต่เป็นคนที่ผมต้องการให้ยืนอยู่ข้างๆ ตลอดไปล่ะ?"
จังหวะหัวใจของพริมาหยุดเต้นไปชั่วขณะ เธอเบิกตากว้างมองเขาอย่างไม่เชื่อหู ทว่าก่อนที่เธอจะทันได้เอ่ยอะไรตอบโต้ เสียงฝีเท้าอีกคู่หนึ่งก็ดังแทรกเข้ามาในความเงียบ
"ธันคะ... ฉันรู้แล้วว่าทำไมคุณถึงไม่ยอมรับสายฉัน ที่แท้ก็เพราะผู้หญิงคนนี้นี่เอง" รินรดายืนอยู่ตรงสุดทางเดิน แสงไฟสลัวจากด้านหลังขับให้เงาของเธอดูดำทะมึนและน่ากลัว "บอกฉันสิธัน... ผู้หญิงปากจัดคนนี้เนี่ยนะ ที่จะมาแทนที่ฉันในใจคุณ?"
ธันวาสบตาพริมาเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับอดีตคนรักด้วยแววตาที่เย็นชาจนน่ากลัว แต่ในจังหวะนั้นเอง พริมาสังเกตเห็นบางอย่างที่ผิดปกติ... มือของธันวาที่กำแน่นอยู่ข้างลำตัวสั่นน้อยๆ
เขากำลังกลัว... กลัวว่าเธอจะเข้าใจผิดไปไกลกว่านี้
"พริมา... อย่าไปไหนนะ" ธันวากระซิบเสียงเบาที่ได้ยินเพียงสองคน ก่อนจะหันไปหารินรดาด้วยท่าทีที่เด็ดขาดกว่าเดิม
"ริน คุณกำลังข้ามเส้นที่ผมขีดไว้นะครับ"
รินรดาหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้พริมาแล้วก้มลงกระซิบข้างหูของเธอ "อย่าหลงดีใจไปเลยค่ะ... เขาไม่ได้ต้องการคนรัก เขาแค่ต้องการใครสักคนที่มาเป็นเครื่องมือเยียวยาความเหงาของเขาเท่านั้นแหละ"
พริมายืนตัวแข็งทื่อ รินรดาผละออกไปพร้อมรอยยิ้มผู้ชนะ ในขณะที่ธันวากำลังจะเอื้อมมือมาคว้ามือเธอไว้ แต่พริมากลับถอยหลังกรูดจนชนเข้ากับผนังเย็นเฉียบ เธอหันไปมองธันวาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป... สายตาที่เต็มไปด้วยคำถามที่เธอยังไม่พร้อมจะรับคำตอบ
"เราคุยกันพรุ่งนี้เถอะค่ะ"
เธอกำลังจะเดินผ่านเขาไป แต่แล้วมือแกร่งของธันวาก็คว้าข้อมือเธอไว้แน่น แรงดึงของเขาทำให้เธอเซกลับไปปะทะอกแกร่งของเขาอย่างจัง กลิ่นหอมจางๆ ที่คุ้นเคยกลับทำให้เธอรู้สึกปั่นป่วนจนทำอะไรไม่ถูก
"ผมไม่ให้คุณไป" ธันวาเอ่ยเสียงต่ำ ชิดใบหูเธอ "ถ้าคุณเดินออกจากประตูบานนี้ไปโดยไม่ฟังผม... ผมจะถือว่าคุณยอมแพ้ให้กับการตัดสินใจที่ผิดพลาดของตัวเอง"
พริมากลั้นหายใจ เธอเงยหน้าขึ้นมองเขา สบตาคู่นั้นที่เคยอ่านไม่ออก บัดนี้กลับมีประกายบางอย่างที่ทำให้เธอหัวใจเต้นผิดจังหวะ และในวินาทีที่ความเงียบเข้าปกคลุมจนได้ยินเสียงหัวใจของกันและกัน รินรดาก็เอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทำลายทุกอย่างลงในพริบตา
"ธัน... บอกเธอดิ ว่าความจริงแล้วนอกจากเรื่องงาน... ฉันกับคุณยังไม่ได้เซ็นใบหย่ากันเลยนะ"
คำว่า 'หย่า' ดั่งสายฟ้าฟาดลงกลางใจพริมา เธอเบิกตากว้าง มองไปที่ธันวาที่ตอนนี้ยืนนิ่งราวกับรูปปั้นที่แตกสลาย!
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและอยู่เป็นกำลังใจให้ดรากอนไรเดอร์มาจนถึงตอนนี้ครับ
สถาปนิกมาดนิ่งกับนักวิจารณ์ปากกล้า•ตอนที่ 14
อดีตที่หวนคืน
ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกมาดนิ่งกับนักวิจารณ์ปากกล้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!