สถาปนิกมาดนิ่งกับนักวิจารณ์ปากกล้า•ตอนที่ 13

มื้อค่ำที่ไม่มีใครยอมใคร

ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
"คุณจะจ้องผมอีกนานไหมครับ คุณพริมา หรือเมนูในร้านนี้มันน่าสนใจกว่าหน้าผม?" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือความรำคาญใจนิดๆ ดังขึ้นท่ามกลางเสียงเพลงแจ๊สคลอเบาๆ ในภัตตาคารหรูบนชั้นดาดฟ้า เสียงนั้นเรียกสติหญิงสาวที่นั่งฝั่งตรงข้ามให้หลุดจากภวังค์ พริมาสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉย เชิดคางขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ พร้อมส่งยิ้มหวานหยดที่เคลือบยาพิษไปให้สถาปนิกหนุ่มมาดเนี้ยบ "หน้าคุณไม่ได้มีอะไรน่ามองหรอกค่ะ... เอ่อ หมายถึง มันไม่ได้มีอะไรน่าสนใจไปกว่าดีไซน์โครงสร้างเหล็กดัดด้านหลังคุณหรอกค่ะ" พริมาแก้คำพูดเกือบไม่ทัน เมื่อเผลอสบเข้ากับดวงตาคมกริบที่มองมาอย่างรู้ทัน ธันวาไหวไหล่เบาๆ เขายกแก้วไวน์แดงขึ้นจิบรสชาติฝาดฝุ่นช้าๆ สายตายังคงไม่ละไปจากใบหน้าสวยเฉี่ยวที่วันนี้แต่งแต้มด้วยลิปสติกสีแดงก่ำสะดุดตา "อ๋อเหรอครับ นึกว่าคุณกำลังศึกษาโครงสร้างความอดทนของผมเสียอีก เห็นจ้องมาตั้งแต่เสิร์ฟออร์เดิร์ฟจนจานหลักจะหมดอยู่แล้ว" นี่คือ "มื้อค่ำที่ไม่มีใครยอมใคร" อย่างแท้จริง งานเลี้ยงฉลองความสำเร็จขั้นแรกของโปรเจกต์รีโนเวทคอมมูนิตี้มอลล์ยักษ์ใหญ่ ที่พวกเขาต้องร่วมหัวจมท้ายกันมาหลายเดือนควรจะเป็นค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลองที่รื่นรมย์ แต่เปล่าเลย... บรรยากาศบนโต๊ะอาหารตอนนี้กลับคุกรุ่นไปด้วยกระแสไฟฟ้าสถิตที่พร้อมจะสปาร์กได้ทุกเมื่อ ความสำเร็จในการผ่านพ้นวิกฤตแบบฉิวเฉียดทำให้ทั้งคู่ต้องมานั่งเผชิญหน้ากันในบรรยากาศมาคุแต่หวานปนขม หวาน... เพราะรสชาติของชัยชนะและเครื่องดื่มชั้นดี ขม... เพราะทิฐิและปากที่ไม่มีใครยอมลดราวาศอกให้กัน พริมาแค่นหัวเราะในลำคอ เธอวางส้อมลงบนจานเสียงดังจนเกิดเสียงกระทบกันเบาๆ "ความอดทนของคุณเหรอคะ? ดิฉันคิดว่าก้อนหินข้างทางยังมีความยืดหยุ่นมากกว่าคุณเสียอีก ธันวา คุณแก้แบบของฉันไปกี่รอบ รู้ตัวไหมว่ารีวิวรอบล่าสุดของฉันเกือบทำให้คุณโดนกรรมการบริษัทไล่ออกอยู่แล้ว" "แต่สุดท้ายคุณก็ต้องยอมรับว่า แบบที่ผมปรับตามคอมเมนต์ 'ปากจัดๆ' ของคุณ มันทำให้ตึกนั้นสมบูรณ์แบบที่สุดไม่ใช่เหรอครับ" ธันวาตอบเสียงเรียบ สีหน้าไม่ได้มีความสำนึกผิดแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มุมปากหยักลึกนั่นกลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างเหนือกว่า "หรือว่าคุณกำลังยอมรับความพ่ายแพ้ลึกๆ แต่ฟอร์มจัดเลยหาเรื่องเถียงผมแก้เก้อกันแน่ครับ คุณนักวิจารณ์" "ฉันเนี่ยนะพ่ายแพ้!" พริมาแทบจะสำลักไวน์ เธอกำหมัดแน่นใต้โต๊ะ ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความโกรธปนหมั่นไส้ผู้ชายคนนี้เหลือเกิน "อย่าหลงตัวเองให้มันมากนักเลยค่ะ คุณธันวา ถ้าไม่ใช่เพราะจรรยาบรรณค้ำคออยู่ ฉันคงเขียนด่าโปรเจกต์นี้ให้จมดินตั้งแต่รอบแรกไปแล้ว!" ธันวาไม่โต้ตอบ เขาเพียงแต่นั่งมองท่าทางฮึดฮัดของหญิงสาวด้วยแววตาที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะคาดเดา ภายใต้ท่าทีเย็นชาและคำพูดกวนประสาทที่คอยแต่จะหาเรื่องเชือดเฉือน ใครจะรู้เล่าว่า หัวอกของสถาปนิกหนุ่มผู้เจ้าระเบียบคนนี้กำลังเต้นรัวโครมครามแค่ไหน ทุกครั้งที่เถียงสู้ ทุกครั้งที่เห็นริมฝีปากอิ่มนั่นขยับเถียงฉอดๆ มันคือช่วงเวลาที่เขาต้องใช้ความอดทนอย่างยิ่งยวดที่จะไม่เอื้อมมือไปคว้าตัวคนตรงหน้ามาปิดปากด้วยวิธีอื่น วิธีที่เขาคิดวนเวียนอยู่ในหัวมาเป็นสัปดาห์แล้ว... อาหารจานหลักถูกเก็บออกไป แทนที่ด้วยของหวานช็อกโกแลตลาวาเนื้อเนียน บรรยากาศรอบตัวเริ่มเงียบลงเมื่อวงดนตรีแจ๊สด้านล่างเปลี่ยนเป็นเพลงช้าซึ้งกินใจ แสงไฟสลัวจากเทียนบนโต๊ะสาดกระทบใบหน้าของทั้งคู่ ทอดเงายาวทับซ้อนกันราวกับความสัมพันธ์ที่พัวพันยุ่งเหยิงและหาทางออกไม่เจอ "หยุดมองฉันแบบนั้นสักทีได้ไหมคะ" พริมาเอ่ยทำลายความเงียบ น้ำเสียงอ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อยเมื่อทนรับสายตาคมกริบที่มองตรงมาไม่วางตาไม่ไหว "มองแบบนี้... มันชวนให้อึดอัดนะ" "ผมมองเพราะคุณสวยต่างหากครับ..." ธันวาพูดขึ้นลอยๆ เสียงเบาราวกับกระซิบ แต่กลับชัดเจนก้องอยู่ในความเงียบ พริมาถึงกับชะงัก เปลือกตาKกะพริบถี่ หัวใจที่เต้นเป็นจังหวะปกติมาตลอดเริ่มรวนเรอย่างไร้สาเหตุ "คุณ... พูดว่าอะไรนะ" "ผมบอกว่า..." ธันวาค่อยๆโน้มตัวไปข้างหน้า ข้อศอกทั้งสองข้างวางพาดบนโต๊ะ สายตาคมกราบกรานสำรวจใบหน้าหวานที่ตอนนี้เริ่มมีร่องรอยความประหม่าปรากฏให้เห็น "คุณสวยมากเวลาโมโห... และผมก็เกลียดตัวเองชะมัดที่ดันชอบทุกๆ อย่างที่คุณเป็น แม้กระทั่งตอนที่คุณกำลังด่าผมอยู่ก็ตาม" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ คำสารภาพที่หลุดออกมาอย่างไร้การเตรียมตัวทำให้พริมานั่งแข็งค้าง ลมหายใจสะดุดกΎกกะทันหัน สมองที่เคยฉับไวและมีคำพูดโต้ตอบเป็นร้อยแปดกลับขาวโพลนจนคิดอะไรไม่ออก ร่องรอยความถือดีเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความวูบไหวในแววตาที่ประสานเข้ากับดวงตาของสถาปนิกหนุ่ม ธันวากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขากำลังจะเอ่ยประโยคที่เก็บงำไว้ในใจมาเนิ่นนาน เพื่อทำลายกำแพงความเย่อหยิ่งระหว่างกันให้สิ้นซาก ทว่า... ก่อนที่ริมฝีปากของเขาจะได้ขยับเอื้อนเอ่ยถ้อยคำใดออกมา เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงทักทายที่คุ้นเคยก็ดังแทรกขึ้นเสียก่อนจากด้านหลัง "อ้าว!บังเอิญจังเลยครับคุณธันวา คุณพริมา... มารับประทานมื้อค่ำฉลองความสำเร็จกันเหรอครับเนี่ย ขอผมนั่งร่วมโต๊ะด้วยคนสิครับ พอดีผมเพิ่งเคลียร์งานเสร็จ..." ธันวาขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ความกรุ่นโกรธพุ่งพล่านขึ้นมาทันทีเมื่อเงยหน้าขึ้นมองแขกที่ไม่ได้รับเชิญซึ่งกำลังดึงเก้าอี้ตัวข้างๆ นั่งลงหน้าตาเฉย และเมื่อพริมาหันไปมองตามเสียง เธอก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจระคนไม่อยากเชื่อ เมื่อพบว่าบุคคลที่ก้าวเข้ามาขัดจังหวะสำคัญในวินาทีเป็นวินาทีตายนี้คือ... แฟนเก่าของเธอกำลังส่งยิ้มพราวเสน่ห์มาให้ ทั้งที่เพิ่งเลิกรากันไปในแบบที่ไม่ค่อยสวยนักเมื่อครึ่งปีก่อน! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "ดรากอนไรเดอร์" มาโดยตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกมาดนิ่งกับนักวิจารณ์ปากกล้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%