สถาปนิกมาดนิ่งกับนักวิจารณ์ปากกล้า•ตอนที่ 4

ขีดเส้นแบ่งอาณาเขต

ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
เสียงปิดประตูกระจกนิรุกติ์ดัง *ปัง* สนั่นห้องประชุมใหญ่ สะท้อนก้องกังวานจนสั่นสะเทือนไปถึงโสตประสาทของทุกคนที่อยู่ ณ ที่นั้น แต่ไม่มีใครกล้าขยับตัวแม้แต่คนเดียว บรรยากาศภายในห้องที่เพิ่งจะคุกกรุ่นด้วยประเด็นความขัดแย้งเรื่องแบบร่างตึกระฟ้าโครงการใหม่ กลับถูกแช่แข็งให้หยุดนิ่งสนิทลงทันที เมื่อแขกผู้ไม่ได้รับเชิญก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่กลางห้อง ธันวากวาดสายตาคมกริบผ่านเลนส์แว่นกรอบโลหะบางเฉียบไปยังร่างโปร่งระหงของคนที่เพศสภาพและวาจาคมกริบมักจะทำให้เขากลั้นหายใจได้ทุกครั้ง พริมาส่งยิ้มหวานหยดที่เคลือบยาพิษมาให้ ดวงตากลมโตคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายความท้าทาย ราวกับแม่เสือสาวที่เพิ่งต้อนเหยื่อเข้าสู่มุมอับสายตา "ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ คุณธันวา... หรือควรจะเรียกว่า 'ท่านสถาปนิกผู้ไร้ที่ติ' ดีล่ะ?" น้ำเสียงหวานใสแต่แฝงด้วยเขี้ยวเล็บเอ่ยทักทายขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน เธอก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะประชุมไม้โอ๊คตัวยาวอย่างไร้ซึ่งความเกรงกลัว ร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มสะท้อนความมั่นใจเต็มเปี่ยม รองเท้าส้นสูงกระทบกับพื้นปูนเปลือยขัดมันเป็นจังหวะหนักแน่น ทุกย่างก้าวคือการประกาศศักดาว่าเธอไม่ได้มาที่นี่เพื่อเป็นมิตร ธันวาผุดลุกขึ้นเต็มความสูง ร่างสูงโปร่งภายใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนเสื้อขึ้นจนถึงข้อศอกเผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปนเล็กน้อยตามอารมณ์ที่ถูกกดทับไว้ ใบหน้าหล่อเหลาเรียบตึงไร้รอย2ยิ้ม แววตาคมดุจใบมีดโกนจ้องมองผู้มาเยือนเขม็ง "ที่นี่เป็นพื้นที่ส่วนตัวสำหรับทีมงานโครงการ 'Aethelgard' เท่านั้นครับคุณพริมา ประตูทางเข้าออกอยู่ตรงนั้น เชิญครับ" สถาปนิกหนุ่มผายมือไปยังบานประตูกระจกด้วยท่าทีสุภาพเยือกเย็น แต่น้ำเสียงที่เปล่งออกมากลับเย็นยะเยือกจนติดลบ พริมาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ทำเอาเส้นประสาทขมับของธันวากระตุกวูบ เธอไม่ได้เดินออกไปตามคำไล่ หากแต่ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามเขาอย่างไร้ซึ่งมารยาทในฐานะแขก ทว่าเต็มไปด้วยความอวดดีที่น่าหมั่นไส้ที่สุดในสายตาของเขา "พื้นที่ส่วนตัวเหรอครับ? แปลกจัง... ฉันจำได้ว่าบริษัทของคุณเป็นคนส่งจดหมายเชิญ 'นักวิจารณ์อิสระ' อย่างฉันมาดูความคืบหน้าไม่ใช่หรือไง หรือว่าสมองของสถาปนิกชื่อดังเริ่มเสื่อมถอยไปตามอายุงานแล้วล่ะ?" ธันวาขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็น The muscle line ชัดเจน ผู้หญิงคนนี้มีพรสวรรค์พิเศษในการดึงด้านที่มืดมนและเกรี้ยวกราดที่สุดในตัวเขาออกมาได้เสมอเพียงแค่ขยับริมฝีปากพูดไม่กี่คำ "ผมเชิญนักวิจารณ์มืออาชีพที่ใช้วิจารณญาณบนพื้นฐานของตรรกะและสถาปัตยกรรม ไม่ใช่คนที่ใช้ความรู้สึกส่วนตัวมาตัดสินงานออกแบบเพื่อความสะใจของตัวเอง" ธันวาโน้มตัวลงไปข้างหน้า มือทั้งสองข้างท้าวลงกับขอบโต๊ะ สายตากดต่ำลงมองเธอด้วยความคุกาม "และถ้าคุณยังจำไม่ได้ ผมยินดีจะเตือนความจำ... ว่าที่คุณเหยียบเข้ามาในเขตนี้ มันมีกฎที่ต้องเคารพ" ว่าแล้ว ชายหนุ่มก็หยิบแผ่นกระดาษแข็งสีดำสนิทแผ่นหนึ่งขึ้นมาจากแฟ้มเอกสาร กระดาษแผ่นนั้นถูกพิมพ์ด้วยตัวอักษรสีเงินวาววับอย่างประณีต มันคือ 'กฎเหล็ก' ห้าข้อที่เขาเพิ่งร่างขึ้นมาสดๆ ร้อนๆ เพื่อจัดการกับความปั่นป่วนที่ผู้หญิงคนนี้ชอบสร้าง "ฟังให้ดีนะครับ..." ธันวาไล่สายตาอ่านข้อความบนกระดาษด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาด "ข้อหนึ่ง ห้ามวิจารณ์งานโดยปราศจากแบบแปลนโครงสร้างรองรับ ข้อสอง ห้ามใช้อารมณ์หรือคำพูดแดกดันในพื้นที่ปฏิบัติงาน ข้อสาม ห้ามเดินเข้าออกห้องทำงานส่วนตัวของผมโดยไม่ได้รับอนุญาต ข้อสี่ ห้ามแตะต้องโมเดลจำลองเด็ดขาด... และข้อห้า ถ้าทำผิดกฎเหล่านี้แม้แต่ข้อเดียว คุณจะต้องถูกเชิญออกนอกพื้นที่ทันที ไม่มีข้อยกเว้น" สิ้นเสียงทุ้มต่ำที่ประกาศก้อง ทั่วทั้งห้องประชุมแทบจะตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง ทีมงานสถาปนิกผู้น้อยต่างก้มหน้าหลบสายตา ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง กลัวว่าสงครามประสาทตรงหน้าจะลามมาถึงตัว พริมานิ่งฟังจนจบ เธอยังคงรักษารอยยิ้มเยาะไว้ที่มุมปาก ดวงตากลมโตมองหน้าสถาปนิกหนุ่มผู้เคร่งขรึมด้วยแววตาขบขันระคนสมเพช เธอค่อยๆ เลื่อนมือเรียวยาวไปหยิบแผ่นกระดาษกฎเหล็กสีดำสนิทนั้นขึ้นมาจากมือของเขาอย่างถือวิสาสะ ธันวาขมวดคิ้วมุ่น เตรียมจะเอ่ยปากปราام แต่ทว่า... *สวบ!* เสียงฉีกกระดาษดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ พริมาไม่ได้แค่ฉีกมัน... เธอขยี้มัน บดขยี้แผ่นกฎเหล็กราคาแพงด้วยปลายนิ้วเรียวสวย ก่อนจะค่อยๆ โปรยเศษกระดาษชิ้นเล็กชิ้นน้อยลงบนโต๊ะไม้โอ๊คต่อหน้าต่อตาเขา ราวกับกำลังโปรยกลีบดอกไม้ในพิธีศพของกฎบ้าๆ ที่เขาเพิ่งตั้งขึ้น ธันวานิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึง ปนเปไปกับความโกรธเกรี้ยวที่พุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด ไม่เคยมีใครกล้าทำแบบนี้กับเขา... ไม่มีใครหน้าไหนในวงการสถาปัตยกรรมกล้าฉีกหน้าเขาซึ่งๆ หน้าแบบนี้มาก่อน! "กฎเหรอครับ?" พริมาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้เขาจนปลายจมูกแทบจะชนกัน กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบป่าผสมความเย้ายวนจางๆ ลอยเข้า 5แตะจมูกธันวา จนหัวใจที่ควรจะเต้นด้วยความโกรธ กลับกระตุกวูบไปจังหวะหนึ่งอย่างไม่น่าให้อภัย ดวงตาคู่สวยฉายแววท้าทายอย่างไร้ความเกรงกลัว เธอยิ้มเยาะใส่หน้าเขาในระยะประชิด ชนิดที่ว่าลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บนผิวแก้มของกันและกัน "ขอโทษทีนะคุณธันวา... พอดีว่าฉันแพ้พวกกฎงี่เง่า ที่สำคัญที่สุดคือ..." พริมาลดเสียงลงกระซิบแผ่วเบาข้างใบหูของเขา น้ำเสียงนั้นเย้ายวน บาดลึก และท้าทายจนสถาปนิกหนุ่มรู้สึกเหมือนไฟช็อตไปทั่วร่าง "...ฉันไม่เคยยอมจำนนต่อผู้ชายที่เอาแต่ก้มหน้าซ่อนความรู้สึกไว้ใต้มาดนิ่งๆ หรอกนะ" ธันวานิ่งค้างไป สมองประมวลผลคำพูดของเธอไม่ทัน ร่างกายร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างกะทันหัน ความใกล้ชิดที่ระเบิดออกอย่างไร้การควบคุมทำให้เขาลืมสิ้นซึ่งมาדสถาปนิกผู้เยือกเย็น มือหนาเผลอยื่นออกไปคว้าข้อศอกเรียวของเธอไว้โดยสัญชาตญาณ ดึงรั้งไม่ให้เธอถอยหนีไปไหน ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ลดลงจนแทบไม่เหลือพื้นที่ให้อากาศหายใจ ดวงตาสองคู่ประสานกันอย่างดุเดือด มีประกายไฟแห่งความปรารถนาและแรงดึงดูดประหลาดลุกโชนขึ้นท่ามกลางสงครามประสาท ทว่า... ก่อนที่ธันวาจะได้เอ่ยคำพูดใดเพื่อทวงคืนความเหนือกว่า *ก๊อก ก๊อก ก๊อก!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับบานประตูกระจกที่ถูกผลักเปิดออกอย่างถือวิสาสะโดยบุคคลที่สามที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะโผล่มาในเวลานี้ "อ้าว... ทุกคนยังอยู่กันครบเหรอครับเนี่ย ขอโทษทีที่ผมมาขัดจังหวะพอดี พอดีว่าผมมีเรื่องด่วนจะคุยกับคุณพริมาหน่อยน่ะครับ" รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของศัตรูหัวใจคนสำคัญปรากฏขึ้น พร้อมกับก้าวเข้ามาหยุดยืนยิ้มแป้นอยู่ตรงธรณีประตู ทำเอาธันวาต้องปล่อยมือจากแขนของพริมาทันที ดวงตาคมกริบหันขวับไปมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาที่แทบจะฆ่าคนให้ตายได้ในรัศมีห้าเมตร ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาติดกับดักหัวใจของสถาปนิกมาดนิ่งคนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกมาดนิ่งกับนักวิจารณ์ปากกล้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%