เสียงกระแอมเบาๆ ของประธานในที่ประชุมดังขึ้นราวกับเป็นการดึงสติทุกคนกลับมาจากสงครามประสาทที่เพิ่งปะทุขึ้นเมื่อครู่ ศัตรูหัวใจคนสำคัญที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนยิ้มแป้นอยู่ตรงธรณีประตูคือ "กรณ์" สถาปนิกหนุ่มรุ่นพี่ผู้กุมตำแหน่งคู่แข่งคนสำคัญของธันวาในโปรเจกต์นี้ รอยยิ้มพราวเสน่ห์ที่ถูกส่งให้พริมาทำเอาสันจมูกโด่งเป็นคมของธันวาขยับด้วยความไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด มือหนาที่เพิ่งปล่อยจากแขนของหญิงสาวเมื่อครู่กำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปーン
บรรยากาศในห้องประชุมใหญ่ของบริษัทที่เคยตึงเครียดอยู่แล้ว กลับทวีความอึดอัดขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว ราวกับมีประจุไฟฟ้าสถิตวิ่งพล่านอยู่ทั่วบริเวณ
"ขอโทษทีครับที่มาช้า รถติดเสียเหลือเกิน พอดีผมแวะไปเอาโมเดลพรีเซนต์ชุดพิเศษที่เพิ่งบินตรงมาจากมิลานมาด้วย" กรณ์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าเจือความโอ้อวดอย่างจงใจ พร้อมกับก้าวเข้ามาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับพริมา ดวงตาคมปลาบกวาดมองเอกสารวิเคราะห์โครงสร้างบนโต๊ะก่อนจะสบตากับนักวิจารณ์สาว "หวังว่าคุณพริมาคงยังไม่ได้ตรวจผ่านอะไรไปนะครับ เพราะผมมั่นใจว่ารายละเอียดบางจุดของทางเรา... น่าจะตอบโจทย์คอมเมนต์ดุๆ ของคุณได้ดีกว่าโครงสร้างเดิมเยอะ"
พริมาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเยาะหยันแต้มอยู่ที่มุมปากบางเฉียบ เธอวางปากกาลงบนโต๊ะเสียงดัง *กริ๊ก* เพื่อแสดงถึงความรำคาญที่ถูกขัดจังหวะ
"ถ้าหมายถึงโครงสร้างทรงประหลาดที่เน้นความหวือหวาแต่ใช้งานจริงไม่ได้อย่างที่คุณชอบทำล่ะก็... เก็บกลับไปพูดใหม่เถอะค่ะ เอ๊ย... พูดใหม่เถอะครับ" พริมาเกือบเผลอหลุดปากใช้สรรพนามคุ้นเคย แต่ก็เปลี่ยนกลับมาทันควันเมื่อเหลือบไปเห็นสายตาพิฆาตจากฝั่งตรงข้าม "ฉันหมายถึงว่า งานสถาปัตยกรรมที่ดีไม่ใช่แค่สวยบนกระดาษ แต่ต้องทนทานต่อความเป็นจริงด้วย ไม่ใช่ขายแค่เปลือกนอกเหมือนสถาปนิกบางคนแถวนี้"
ดวงตาคมกริบของธันวาหันขวับมามองหน้าหญิงสาวทันที แม้ปากจะบอกว่าพูดถึงกรณ์ แต่สายตาและน้ำเสียงเหน็บแนมนั้นพุ่งเป้ามาที่เขาอย่างแม่นยำ ธันวาแค่น "หึ" ออกมาในลำคอ ร่างสูงใหญ่เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ กอดอกมองหน้าคนปากเก่งด้วยแววตาเย็นชา
"ถ้าคุณพริมาคิดว่าผลงานของผมเป็นแค่เปลือกนอก ผมว่าคุณควรไปล้างหูแล้วกลับมาอ่านบทวิเคราะห์ของตัวเองใหม่นะ หรือว่าพักผ่อนน้อยเกินไปจนสมองเริ่มประมวลผลผิดพลาด เอาแต่จับผิดงานคนอื่นจนลืมมองความจริงที่ว่า ดีไซน์ของผมมันก้าวล้ำเกินกว่าที่คนหัวโบราณบางคนจะเข้าใจ"
"นี่คุณว่าใครหัวโบราณคะ... เอ๊ย! ใครหัวโบราณกันห๊ะ!" พริมาตบโต๊ะเบาๆ ด้วยความฉุนเฉียว ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความโกรธ เธอลืมตัวเถียงกลับทันทีโดยไม่สนสายตาของบอร์ดบริหารที่นั่งอยู่รอบโต๊ะ "ฉันวิจารณ์ตามเนื้องาน ตามหลักการสถาปัตยกรรมที่ถูกต้อง ไม่ได้ใช้อารมณ์มาตัดสินเหมือนคนที่กำลังร้อนตัวอยู่แถวนี้หรอกนะ!"
"ผมไม่ได้ร้อนตัว แต่ผมกำลังพูดความจริง" ธันวาโน้มตัวไปข้างหน้า สายตาดุดันจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "หรือที่คุณต้องรีบปฏิเสธเสียงแข็งขนาดนี้ เพราะกลัวว่าคนอื่นจะรู้ว่าคุณแอบเห็นด้วยกับดีไซน์ของผมกันแน่"
บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงในพริบตา ทุกคนในที่ประชุมต่างกลั้นหายใจ ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว กรณ์ที่นั่งอยู่ข้างๆ หรี่ตามองคนทั้งคู่สลับไปมาด้วยความรู้สึกแปลกๆ เขารู้สึกได้ถึงกระแสความคุ้นเคยบางอย่างระหว่างสถาปนิกหนุ่มมาดนิ่งกับนักวิจารณ์สาวฝีปากกล้าคู่นี้ ซึ่งมันสนิทสนมเกินกว่าความสัมพันธ์ทางธุรกิจทั่วไปจะอธิบายได้
"พอครับๆ เอาล่ะ ในเมื่อคุณกรณ์ก็มาถึงแล้ว และเอกสารวิเคราะห์ของทั้งสองฝ่ายก็อยู่บนโต๊ะครบถ้วน..." ประธานกรรมการรีบแทรกขึ้นเพื่อกู้สถานการณ์ "เรามาเริ่มเข้าสู่วาระการประชุมอย่างเป็นทางการกันเลยดีกว่าครับ เพื่อไม่ให้เสียเวลา"
ตลอดการประชุมกว่าสองชั่วโมงเต็ม สงครามประสาทใต้โต๊ะยังคงดำเนินต่อไปอย่างดุเดือด ธันวาต้องคอยควบคุมสติไม่ให้เผลอหันไปเถียงกับคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ทุกครั้งที่พริมายกจุดบกพร่องของโปรเจกต์ขึ้นมาวิจารณ์อย่างเผ็ดร้อน ธันวาจะสวนกลับด้วยเหตุผลทางวิศวกรรมที่แน่นหนาจนเธอเถียงไม่ออก แต่ทว่าในขณะเดียวกัน แววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความทึ่งลึกๆ ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่แค่นักวิจารณ์ปากจัดทั่วไป เธอน่ากลัว... และน่าค้นหาในเวลาเดียวกัน
จนกระทั่งการประชุมสิ้นสุดลง บอร์ดบริหารทยอยเดินออกจากห้องทีละคน จนเหลือเพียงธันวา พริมา และกรณ์ที่กำลังเก็บเอกสารของตนเองเข้ากระเป๋า
กรณ์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินอ้อมโต๊ะมาหยุดอยู่ข้างเก้าอี้ของพริมาโน้มตัวลงกระซิบเบาๆ ด้วยท่าทางที่สนิทสนมเกินควร "พริมาครับ เย็นนี้ว่างไหม พอดีผมเจอร้านกาแฟเปิดใหม่แถวย่านย่านอารีย์ บรรยากาศดีมาก อยากชวนคุณไปลองชิมรสชาติกาแฟด้วยกันหน่อย หวังว่าคุณคงจะไม่ปฏิเสธนะครับ"
ธันวาที่กำลังเก็บแบบแปลนลงกระบอกใส่เอกสาร ชะงักมือทันที กล้ามเนื้อบริเวณกรามขยับนูนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคมกริบเหลือบมองมือของกรณ์ที่วางอยู่ใกล้ไหล่บางของพริมา รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาราวกับน้ำแข็งขั้วโลก
พริมาเงยหน้าขึ้นมองกรณ์ เธอกำลังจะอ้าปากปฏิเสธตามสัญชาตญาณ เพราะความรำคาญท่าทีเจ้าช่ายตีเนียนของอีกฝ่าย แต่ยังไม่ทันที่เสียงหวานจะได้เปล่งออกมา...
ร่างสูงใหญ่ของธันวาก수พุ่งเข้ามาประชิดตัวเธออย่างรวดเร็วกระชากข้อแขนเรียวเล็กให้ลุกขึ้นยืนตามแรงดึงโดยไม่ทันตั้งตัว ก่อนที่มือหนาอีกข้างจะคว้ากระเป๋าเอกสารของหญิงสาวขึ้นมาถือไว้เองอย่างถือวิสาสะ
"ขอโทษด้วยนะคุณกรณ์..." ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง เย็นชาจนน่ากลัว แต่แฝงด้วยแรงกดดันมหาศาล ดวงตาคมจ้องมองคู่แข่งหัวใจตรงๆ "พอดีเย็นนี้พริมามีธุระส่วนตัวที่ต้องเคลียร์กับผม... เรื่องโปรเจกต์ที่ยังคุยกันไม่จบ"
พริมาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ หันขวับไปมองหน้าคนฉวยโอกาสทันที "ฉันไปตกลงกับคุณตั้งแต่ตอนไหนยะ ปล่อยแขนฉันนะ!"
ธันวาไม่สนใจเสียงโวยวายของเธอ เขากระชับมือที่จับข้อมือเธอให้แน่นขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะหันไปสบตากับกรณ์ที่ยืนหน้าเสียด้วยรอยยิ้มมุมปากที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น
"ตัวต่อตัว... และเคลียร์กันยาวๆ ทั้งคืนครับ"
**ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ**
สถาปนิกมาดนิ่งกับนักวิจารณ์ปากกล้า•ตอนที่ 5
รสชาติของกาแฟและคำพูดถากถาง
ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกมาดนิ่งกับนักวิจารณ์ปากกล้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!