สถาปนิกมาดนิ่งกับนักวิจารณ์ปากกล้า•ตอนที่ 20

รอยยิ้มแรกที่เห็นได้ยาก

ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
แรงดึงกระชากเพียงครั้งเดียว ทำให้ร่างบางของพริมาถลาเข้าไปปะทะแผงอกกว้างของธันวาอย่างจัง กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นฝุ่นปูนและกลิ่นบุรุษจางๆ ลอยเข้าแตะนาสิกทันทีที่ปลายนิ้วแข็งแกร่งรวบเอวเธอไว้ พริมาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ลมหายใจสะดุดกึกลงตรงลำคอเมื่อตระหนักว่าเสียงฝีเท้าและเงาร่างของคนที่กำลังเดินตรวจงานใกล้เข้ามาเรื่อยๆ "เงียบ" เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหู ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ตรงลาดไหล่จนผิวเนื้อบริเวณนั้นวาบหวามขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ ธันวาขยับตัวเพียงเล็กน้อยเพื่อบังร่างเธอไว้หลังเสาคอนกรีตเปลือยขนาดใหญ่ของไซต์งานก่อสร้าง ขณะที่คนงานกลุ่มใหญ่เดินผ่านพ้นมุมตึกไปพร้อมกับเสียงพูดคุยเจี๊ยวจ้าว ทว่าในพื้นที่แคบๆ ระหว่างเสากับแผงอกของสถาปนิกหนุ่ม กลับตกอยู่ในความเงียบงันที่ดังอื้ออึงในโสตประสาทของคนทั้งคู่ พริมายืนแข็งทื่อ หัวใจเต้นโครมครามรากระัวกลองสนาม ปลายนิ้วเรียวเผลอขยุ้มเสื้อเชิร์ตสีเข้มของเขาไว้โดยไม่รู้ตัว เธอเงยหน้าขึ้นหวังจะต่อว่าคนฉวยโอกาส แต่ระยะห่างที่ใกล้จนเกินไปทำให้ปลายจมูกของทั้งคู่แทบจะชนกัน นัยน์ตาสีเข้มของธันวาที่ก้มมองลงมาไม่ได้มีความเย็นชาหรือความรำคาญใจอย่างที่เคยเป็น มีเพียงประกายความระSะระวงบางอย่างที่ไหววับอยู่ก้นบึ้ง ซึ่งมันทรงพลังเสียจนคำพูดทุกคำติดอยู่แค่ปลายลิ้น "คุณ... ปล่อยได้แล้วมั้งครับ" พริมากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามดึงน้ำเสียงให้มั่นคงที่สุด แม้หัวใจจะเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก "คนงานเขาเดินไปกันหมดแล้ว หรือว่าการแกล้งเอาเปรียบคนอื่น เป็นงานอดิเรกยามว่างของคุณกันแน่ คุณธันวา" ริมฝีปากหยักลึกที่มักจะเม้มเป็นเส้นตรงด้วยความเคร่งเครียดเสมอ บัดนี้กลับกระตุกขึ้นน้อยๆ เป็นรอยยิ้ม... รอยยิ้มที่พริมาไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิตการทำงานตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา มันไม่ใช่รอยยิ้มเยาะเย้ย ไม่ใช่รอยยิ้มตามมารยาททางธุรกิจ แต่มันเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก นัยน์ตาสีเข้มพราวระยับด้วยความขบขันระคนเอ็นดู ซึ่งความอ่อนโยนที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้มาดนิ่งสนิทนั้น กลับมีอานุภาพทำลายล้างความตั้งใจจะต่อปากต่อคำของเธอจนพังทลายลงในพริบตา พริมานิ่งงัน ลืมหายใจไปชั่วขณะ โลกทั้งใบคล้ายหยุดหมุนลงตรงรอยยิ้มนั้น ความคิดที่ว่าผู้ชายคนนี้คือหุ่นยนต์ไร้หัวใจพังทลายลงราบคาบ เธอมองใบหน้าคมคายที่อยู่ห่างเพียงคืบอย่างลืมตัว หัวใจเจ้ากรรมสั่นไหวรุนแรงจนเธอหวาดกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมัน "ถ้าผมไม่ทำแบบเมื่อครู่นี้..." ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่เจือความแหบพร่าเล็กน้อย นัยน์ตายังคงจ้องมองริมฝีปากที่กำลังเม้มเข้าหากันของเธอ "คุณคงยืนโวยวายเสียงดังจนคนงานทั้งไซต์รู้ว่า... นักวิจารณ์ปากกล้าคนเก่ง กำลังแอบมาหลบมุมอยู่กับสถาปนิกที่เธอคอยตามจิกกัดทุกฝีก้าว" "ฉันไม่ได้แอบ!" พริมาเถียงเสียงหลง พยายามดันอกแกร่งออกห่างแต่เขากลับไม่มีทีท่าว่าจะขยับเขยื้อน "ฉันแค่... มาสำรวจโครงสร้างโครงสร้างเสาตามหน้าที่ต่างหาก คุณต่างหากที่ดึงฉันเข้ามาเองนะ!" "ครับ หน้าที่" ธันวาเอ่ยทวนคำด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ ทว่าดวงตายังคงพินิจพิเคราะห์ใบหน้าแดงก่ำของหญิงสาวอย่างไม่ยอมละสายตา "หน้าที่สำรวจโครงสร้าง หรือหน้าที่มาคอยจับผิดผมกันแน่ หืม... คุณพริมา" สรรพนามและน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปเล็กน้อยนั้น ทำให้ความร้อนพุ่งพล่านขึ้นมาบนพวงแก้มของนักวิจารณ์สาวอย่างควบคุมไม่ได้ เธอยกมือขึ้นดันแผงอกเขาเต็มแรงอีกครั้ง คราวนี้ธันวาอมยิ้มบางๆ ยอมถอยหลังเว้นระยะห่างให้อย่างสุภาพ แต่สายตาที่เขามองเธอยังคงทิ้งร่องรอยความอบอุ่นบางเบาไว้จนหัวใจเธอปั่นป่วน "เลิกมองฉันด้วยสายตาแบบนั้นได้แล้ว" พริมาเสมองไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาคมกริบที่เหมือนจะทะลุทะลวงเข้าไปถึงความคิดในหัว หัวใจยังคงเต้นไม่เป็นจังหวะ "แล้วก็... เรื่องเมื่อครู่นี้ ถือว่าเราหายกัน ไม่ติดใจอะไรทั้งนั้น" "แต่ผมติดใจ..." เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นเบาๆ แต่ชัดเจนจนพริมาต้องหันกลับมามองค้อน ธันวายังคงยืนกอดอกพิงเสาปูนด้วยท่าทีผ่อนคลายอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน รอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากยังคงอยู่ ทำเอาใบหน้าเคร่งขรึมดูหล่อเหลาขึ้นเป็นกองจนน่าหมั่นไส้ "ติดใจอะไรของคุณอีก ฉันบอกแล้วนะว่า..." "ผมติดใจที่เพิ่งรู้ว่า..." ธันวาเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาคมกริบกวาดมองเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยประกายตาวาววับที่คาดเดาไม่ได้ "ปากที่บอกว่าจัดจ้านนักหนาเวลาอยู่ต่อหน้างานออกแบบของผม เวลาที่อยู่ใกล้กันจริงๆ แบบนี้... ทำไมถึงได้สั่นขนาดนั้นล่ะครับ" พริมาอ้าปากค้าง หน้าแดงแจ๋จนลามไปถึงใบหู เธอกำหมัดแน่นด้วยความเจ็บใจที่เถียงไม่ออก บรรยากาศระหว่างทั้งคู่กำลังจะตึงเครียดด้วยความเขินอายที่ผสมโรงกันอย่างลงตัว หากแต่เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกจากทางบันไดหนีไฟก็ดังแทรกขึ้นมาทำลายบรรยากาศสีชมพูจางๆ นั้นลงทันที "คุณธันวาครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" ร่างของวิศวกรควบคุมงานวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหยุดยืนหอบหายักใหญ่อยู่ตรงหน้าทั้งสองคน สีหน้าของเขาซีดเผือกจนเห็นได้ชัด ธันวาหุบยิ้มฉับพลัน แววตาเปลี่ยนกลับมาเป็นสถาปนิกผู้เยือกเย็นและเฉียบขาดในเสี้ยววินาที "มีอะไร" ธันวาเอ่ยเสียงเรียบ วิศวกรหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะชี้มือไปทางโซนห้องโถงใหญ่ชั้นล่างด้วยมือที่สั่นเทา "ผนังปูนฉาบโซนทิศตะวันตกที่เพิ่งแห้ง... เกิดรอยร้าวขนาดใหญ่ยาวตลอดแนว แถมโครงสร้างเหล็กด้านใน... กำลังมีปัญหาครับ!" พริมาเบิกตากว้าง หันขวับไปสบตากับธันวาที่ใบหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันที รอยยิ้มเมื่อครู่อันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย เหลือเพียงความจริงจังที่แผ่รังสีคุกคามไปทั่วบริเวณ ธันวาไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาก้าวเท้ายาวๆ มุ่งหน้าไปยังจุดเกิดเหตุทันทีโดยมีพริมาวิ่งตามติดไปอย่างกระชั้นชิด หัวใจที่เต้นรัวเพราะความเขินอายเมื่อครู่ บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความตื่นตระหนกต่อหายนะที่กำลังรออยู่เบื้องหน้า ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความฟินและลุ้นระทึกไปพร้อมกันนะครับ!
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกมาดนิ่งกับนักวิจารณ์ปากกล้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%