สถาปนิกมาดนิ่งกับนักวิจารณ์ปากกล้า•ตอนที่ 25

จุดเปลี่ยนของความรู้สึก

ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
“ยัยพริมา! แกเปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ! ฉันรู้ว่าแกอยู่ข้างใน... ตายจริง! ฉันไม่ได้ขัดจังหวะอะไรแกกับคุณธันวาใช่ไหมเนี่ย?!” เสียงโวยวายของ ‘รินดา’ เพื่อนสนิทตัวดีดังทะลุผ่านบานประตูไม้โอ๊คหนาหนักเข้ามา ในขณะที่ธันวากำลังชะงักค้างอยู่ในท่าที่ล่อแหลมที่สุด มือข้างหนึ่งของเขายังคงทาบอยู่บนผนัง กั้นร่างบางของพริมาไว้กับชั้นหนังสือ ส่วนอีกมือแทบจะเผลอคว้าเอวเธอเข้ามาประชิดตัวอยู่แล้ว หากเสียงระฆังขัดจังหวะนั่นไม่ดังขึ้นมาก่อน พริมาเบิกตากว้าง ลมหายใจอุ่นร้อนของเธอปะทะกับปลายคางของธันวาจนเขารู้สึกได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวของทั้งคู่ หญิงสาวผลักอกเขาเบาๆ ทว่าธันวากลับไม่ขยับ “ไปเปิดสิครับ...” เสียงของธันวาแหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตคู่นั้น พยายามอ่านนัยน์ตาที่สั่นไหวของเธอ “คุณนั่นแหละถอยไปก่อน!” พริมาพึมพำ ใบหน้าแดงก่ำลามไปถึงใบหู เธอไม่ได้โกรธเคืองที่เขาเข้ามาใกล้ แต่เธอกำลังตกใจกับ ‘แรงดึงดูด’ ของตัวเองที่เผลอไผลไปกับบรรยากาศเมื่อครู่ ธันวาถอนหายใจยาว ก่อนจะยอมถอยห่างออกมาอย่างเชื่องช้า ความรู้สึกโหวงเหวงในอกก่อตัวขึ้นทันทีที่ช่องว่างระหว่างเขากับพริมากลับมามีอีกครั้ง มันไม่ใช่ความโล่งใจ แต่มันคือ ‘ความกลัว’ ความกลัวที่เพิ่งตกผลึกชัดเจนในวินาทีที่รินดาตะโกนเข้ามา... กลัวว่าจะมีใครมาพรากวินาทีที่เป็นของเขากับเธอไป ประตูถูกเปิดออก รินดาเบิกตากว้างมองสภาพในห้องที่ดูไม่เหมือนคนเพิ่งนั่งทำงานสถาปัตยกรรมด้วยกัน แต่เหมือนคนเพิ่งผ่านศึกสงครามทางอารมณ์มาหมาดๆ “เอ่อ... คือว่า...” รินดาเริ่มเสียงอ่อยเมื่อเห็นสายตานิ่งสนิทแต่แฝงความขุ่นมัวของธันวาที่ตวัดมามอง “คุณรินดาครับ” ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบจนน่ากลัว “การบุกรุกเข้าห้องทำงานคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นมารยาทที่นักวิจารณ์สถาปัตยกรรมระดับคุณไม่ควรนำมาใช้กับเพื่อนนะครับ” รินดาหน้าเจื่อน พริมาทำได้เพียงกลอกตาและถอนหายใจ “มีอะไรก็รีบพูดมาเถอะรินดา ฉันกำลังคุยงานค้างอยู่” “คือทางกองบรรณาธิการนิตยสารติดต่อมา... เขาจะขอยกเลิกงานทริปดูไซต์งานที่เชียงใหม่ของแก เพราะเหมือนจะมีปัญหาเรื่องงบประมาณกะทันหัน” พริมานิ่วหน้า “ยกเลิก? แต่ฉันเตรียมข้อมูลไว้หมดแล้วนะ” ธันวาที่ยืนกอดอกฟังอยู่ข้างๆ กลับรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างกระตุกในอก เขาไม่รู้ตัวมาก่อนว่าพริมามีแผนจะไปเชียงใหม่ และถ้าเธอไป... นั่นหมายความว่าเธอจะหายไปจากสายตาเขาหลายวัน “เชียงใหม่หรือครับ?” ธันวาแทรกขึ้น น้ำเสียงเขาเย็นเยียบขึ้นกว่าเดิม “ใช่ค่ะคุณธันวา แต่ช่างเถอะค่ะ ถ้าเขาไม่อยากให้ไป ฉันก็ไม่...” “ห้ามไป” ธันวาพูดแทรกขึ้นมาทันทีโดยไม่ต้องคิด พริมาเลิกคิ้วมองเขา “คุณมีสิทธิ์อะไรมาสั่งฉันล่ะคะ?” “ผม...” ธันวาชะงักไปครู่หนึ่ง คำพูดที่เกือบจะหลุดปากว่า ‘ผมไม่อยากให้คุณไปไกลจากผม’ นั้นติดอยู่ที่ริมฝีปาก เขาทำได้เพียงกระแอมไอแล้วปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นสถาปนิกมาดนิ่ง “โครงการที่เราคุยกันยังไม่จบ หากคุณไปช่วงนี้ ใครจะเป็นคนตรวจแก้แบบให้ผม? ผมไม่อยากเสียเวลามานั่งอธิบายงานใหม่กับคนอื่น” พริมาหรี่ตามองเขาอย่างจับผิด “แค่เรื่องงาน?” ธันวาหันหลังหนีไปทางหน้าต่างกระจกบานใหญ่ มองออกไปสู่แสงไฟยามค่ำคืนของเมืองหลวง ในใจเขากำลังต่อสู้กับตัวเองอย่างหนัก เขาเพิ่งตระหนักได้ในนาทีนี้เองว่า ทำไมเขาถึงต้องคอยกวนประสาทเธอ ทำไมถึงต้องหาเรื่องให้เธออยู่ใกล้ๆ ทำไมถึงต้องรู้สึกหงุดหงิดทุกครั้งที่มีใครเข้ามาแทรกระหว่างเขากับเธอ เพราะเขากลัว... กลัวว่าถ้าหากพริมาหายไปจากชีวิตเขา แม้เพียงชั่วคราว เขาก็จะไม่มีหลักยึดเหนี่ยวสำหรับความรู้สึกที่เขาเพิ่งค้นพบว่ามัน ‘ลึกซึ้ง’ เกินกว่าจะแก้ไขแบบแปลนไหนๆ ในโลกได้ “คุณธันวา...” พริมาเดินเข้ามาใกล้เขา เสียงของเธออ่อนลงเล็กน้อยเมื่อเห็นแผ่นหลังที่ดูโดดเดี่ยวของชายหนุ่ม “คุณโอเคไหมคะ?” ธันวาหมุนตัวกลับมา สายตาของเขาจ้องมองเธอด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนจนพริมาต้องหยุดก้าว “ผมไม่ได้กลัวงานล่าช้าพริมา” เขาสารภาพออกมาอย่างยากลำบาก ท่ามกลางความเงียบที่ปกคลุมห้องทำงาน “ผมแค่กลัว... กลัวว่าถ้าคุณไปเชียงใหม่ คุณจะไม่กลับมาทำงานที่นี่อีก” พริมานิ่งอึ้งไป เธอไม่เคยเห็นแววตาที่สั่นไหวและอ่อนแอของธันวามาก่อน ปกติเขาคือกำแพงน้ำแข็งที่ไม่มีใครทลายลงได้ แต่วันนี้ กำแพงนั้นกำลังละลายต่อหน้าเธอ “คุณพูดอะไรของคุณน่ะ...” ธันวาก้าวเข้ามาหาเธออีกครั้ง คราวนี้เขาไม่ได้กั้นเธอไว้กับกำแพง แต่เขายื่นมือออกมาคว้าข้อมือเธอเบาๆ สัมผัสที่ถ่ายทอดผ่านปลายนิ้วทำให้พริมาหัวใจเต้นผิดจังหวะ “อย่าไปเลยนะครับ... อยู่ที่นี่ อยู่กับผม... ผมสัญญาว่าจะไม่ทำให้คุณรำคาญจนอยากหนีไปไหนอีก” จังหวะหัวใจของพริมาเหมือนจะหยุดเต้น เธอเผลอไผลไปกับคำอ้อนวอนที่แฝงด้วยความจริงใจของชายหนุ่มปากร้าย แต่ก่อนที่เธอจะได้เอ่ยตอบ รินดาที่ยืนเป็นอากาศธาตุมานานก็กระแอมไอขึ้นมาอีกครั้ง “เอ่อ... ขอโทษนะคะ แต่ฉันว่าเรามีเรื่องที่ต้องรีบจัดการมากกว่าเรื่องทริปเชียงใหม่แล้วล่ะ” รินดาชี้ไปที่หน้าจอโทรศัพท์ของเธอ “ข่าวหลุดค่ะพริมา... ข่าวเรื่องที่แกแอบมาหาคุณธันวาที่สตูดิโอตอนดึกๆ กำลังกลายเป็นประเด็นร้อนในโซเชียลตอนนี้เลย มีคนแอบถ่ายรูปตอนแกเดินเข้ามาที่นี่ไว้ได้!” ธันวาหันขวับไปมองหน้าจอทันที คิ้วขมวดเข้าหากันจนเป็นปม พริมารีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู และในจังหวะนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนสายเข้าจาก ‘อดีตคู่หมั้น’ ของธันวาก็ดังขึ้นพร้อมกับหน้าจอที่สว่างวาบ ธันวามองชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอโทรศัพท์ของพริมา ก่อนจะเงยหน้าสบตากับเธอ แววตาของเขาเปลี่ยนจากความอ่อนโยนเป็นความเด็ดขาดที่ยากจะคาดเดา “พริมา... วางสายนั้นซะ” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยคำสั่ง “เพราะต่อจากนี้ไป... สิ่งที่ต้องกังวลไม่ใช่ข่าวพวกนั้น แต่คือเรื่องของเราที่ผมจะไม่มีวันปล่อยให้ใครมาขัดขวางอีกเด็ดขาด” ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่เดินทางมาถึงจุดนี้ด้วยกัน และขอให้เตรียมรับมือกับตอนหน้าให้ดีนะครับ ดรากอนไรเดอร์สัญญาว่าทุกอย่างจะทวีความเข้มข้นขึ้นไปอีกครับ!
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกมาดนิ่งกับนักวิจารณ์ปากกล้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%