สายตัดเชื่อมสัญญาณโทรศัพท์ที่ถูกตัดขาดไปเมื่อครู่ ยังคงทิ้งความสั่นพร่าไว้ในโสตประสาทของพริมา มือบางที่ถือสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดสั่นระริกเล็กน้อย ไม่ใช่ด้วยความโกรธจากข่าวฉาวโฉ่ในโลกออนไลน์ที่กำลังตีแผ่เรื่องเธอกับสถาปนิกหนุ่มชื่อดัง แต่เป็นเพราะน้ำเสียงทุ้มต่ำและประโยคคำสั่งเด็ดขาดประโยคสุดท้ายของธันวา... ผู้ชายที่มักจะซ่อนความคลั่งรักไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยราดน้ำแข็งเสมอ
*“สิ่งที่ต้องกังวลไม่ใช่ข่าวพวกนั้น แต่คือเรื่องของเราที่ผมจะไม่มีวันปล่อยให้ใครมาขัดขวางอีกเด็ดขาด”*
เสียงนั้นยังคงดังก้องอยู่ในหัว ทุบทำลายกำแพงความเย่อหยิ่งและคำวิจารณ์เผ็ดร้อนที่เธอสร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องตัวเองจนราบคาบ
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูกระจกห้องทำงานในออฟฟิศส่วนตัวดังขึ้นสามครั้งติด ไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต บานประตูก็ถูกผลักเปิดออกด้วยฝีมือของเลขาฯ สาวหน้าตาตื่น
"คุณพริมาคะ... คือว่า..."
"ฉันบอกแล้วไงว่าช่วงนี้ไม่รับสายใครทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นกองบรรณาธิการนิตยสารเล่มไหน หรือพวกนักข่าวหิวดาราศาสตร์นั่น" พริมาตัดบททันควัน โดยยังไม่ละสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่กำลังรันคอมเมนต์โจมตีเธอในโลกโซเชียล
"ไม่ใช่สื่อมวลชนค่ะ..." เลศาสาวกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนเกรงกลัว "คือ... คุณธันวาค่ะ"
พริมาสะดุ้งเล็กน้อย เงยหน้าขึ้นมองทันที "ธันวา? เขาโทรศัพท์มาหาเธอรึไง?"
"เปล่าค่ะ... เขา... เขามาอยู่ที่ล็อบบี้ด้านล่างแล้วค่ะ และตอนนี้... กำลังขึ้นลิฟต์มาที่นี่ค่ะ"
ยังไม่ทันที่ประโยคของเลขาฯ จะสิ้นสุดลง เสียงฝีเท้าหนักแน่นแต่ก้าวอย่างมั่นคงก็ดังสะท้อนก้องมาจากทางเดินด้านนอก เป็นจังหวะจะโคนที่ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นใคร ธันวาปรากฏกายในชุดสูทสีเทาเข้มที่เข้ารูปพอดีตัว ไทด์ถูกคลายปมออกเล็กน้อยเพื่อลดความอึดอัด แต่แววตาหลังกรอบแว่นสายตากลับคมกริบและดุดันยิ่งกว่ายามที่เขาต้องยืนนำเสนอโปรเจกต์ร้อยล้านต่อหน้าบอร์ดบริหาร
พริมาผุดลุกขึ้นยืนโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณการป้องกันตัวสั่งให้เธอเชิดหน้าขึ้น ปรับสีหน้าให้เรียบเฉยและเย็นชาที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้หัวใจในอกจะเต้นรัวผิดจังหวะจนแทบกระเด็นออกมานอกอกก็ตาม
"คุณเข้ามาทำไมที่นี่ ธันวา?" เธอเอ่ยชื่อเขาห้วนๆ ทันทีที่เลขาฯ ถอยร่นออกไปและปิดประตูห้องลง ปล่อยให้ทั้งสองคนเผชิญหน้ากันในพื้นที่ส่วนตัว "สำนักงานของนิตยสารสถาปัตยกรรมไม่ใช่สนามเด็กเล่นที่คุณจะเดินดุ่มๆ เข้ามาตามอำเภอใจได้นะ"
ธันวาไม่ตอบทันที เขาก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ กลิ่นกายสะอาดผสมผสานกับความเย็นยะเยือกของเครื่องปรับอากาศรอบตัว ยิ่งทำให้บรรยากาศในห้องแคบลงถนัดตา ดวงตาคมกวาดมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เปิดค้างหน้าคอมเมนต์แย่ๆ ไว้ ก่อนจะเบนกลับมาสบตาเธอนิ่งๆ
"ผมไม่ได้มาเล่น" น้ำเสียงของเขาเรียบสนทนาราวกับกำลังคุยเรื่องแบบแปลนอาคาร แต่แฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาล "และผมก็ไม่ได้สนใจว่าคนอื่นจะพิมพ์อะไรเกี่ยวกับเราบ้าง สิ่งเดียวที่ผมสนใจตอนนี้ คือความจริงที่ว่า... คุณกำลังพยายามหลบหน้าผม"
"ฉันไม่ได้หลบ!" พริมาเถียงกลับทันควัน เสียงสูงขึ้นกว่าปกติเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหว "ฉันแค่มีงานล้นมือ และไม่อยากเอาเวลาอันมีค่าไปเสวนากับสถาปนิกปากแข็งที่ชอบทำตัวเผด็จการอย่างคุณ!"
ธันวาหยุดยืนห่างจากโต๊ะทำงานของเธอเพียงก้าวเดียว เขายื่นมือหนาออกมาวางทับลงบนแฟ้มเอกสารบนโต๊ะ ร่างสูงโน้มตัวลงมาเล็กน้อยเพื่อลดช่องว่างระหว่างส่วนสูง ทำให้พริมาต้องเอนหลังหนีโดยอัตโนมัติจนแผ่นหลังชิดกับพนักเก้าอี้
"ปากดี..." เขาพึมพำเบาๆ มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้ทำให้ดูใจดีขึ้นเลยสักนิด กลับยิ่งอันตรายต่อหัวใจเธอยิ่งกว่าเดิม "ปากเก่งแบบนี้... ตอนที่ผมนัดดินเนอร์แล้วคุณปฏิเสธ ทำไมไม่พูดให้เต็มปากแบบนี้บ้างล่ะ"
"นั่นมันเพราะ..." พริมาอ้าปากจะเถียง แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นสบตาคู่คมที่อยู่ใกล้แค่คืบ คำพูดทั้งหมดก็ติดอยู่ที่ลำคอ ดวงตาของเขาไม่ได้มีความเย็นชาหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงประกายความดื้อรั้นและความจริงจังที่ร้อนแรงจนเธอกลืนน้ำลายไม่ลง
ธันวาไม่ปล่อยให้เธอมีโอกาสได้ตั้งตัว มืออีกข้างที่ว่างอยู่เอื้อมไปหยิบสมาร์ทโฟนของเธอที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมา ก่อนจะกดล็อกหน้าจอแล้วโยนมันลงบนกองเอกสารเบาๆ
"ทำอะไรของคุณน่ะ!" เธอโวยวาย พร้อมกับพยายามจะเอื้อมมือไปคว้าโทรศัพท์คืน แต่ธันวาไวกว่า เขาใช้มือข้างนั้นรวบข้อมือบางของเธอไว้หลวมๆ ไม่ได้บีบรัดด้วยความรุนแรง แต่หนักแน่นพอที่จะทำให้เธอขยับไปไหนไม่ได้
"ปิดเครื่องซะ" เขาออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ละลายความแข็งกร้าวของเธอจนหมดสิ้น "ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป เลิกอ่านคอมเมนต์พวกนั้น เลิกสนใจว่าใครจะคิดยังไงกับข่าวปัญญาอ่อนนั่น เพราะคนเดียวที่มีสิทธิ์ตัดสินเรื่องของเรา... คือคุณกับผม"
"ธันวา... คุณมันบ้าไปแล้วหรือไง นี่มันกลางวันแสกๆ ในออฟฟิศฉันนะ!" พริมาพยายามดึงข้อมือกลับ แต่ยิ่งดึง เขาก็ยิ่งขยับเข้ามาใกล้จนแทบจะไม่มีช่องว่างระหว่างกัน
"แล้วไงล่ะ?" เขาเอียงคอมองเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความดื้อรั้นแบบเด็กๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้คราบผู้บริหารหนุ่มมาดเนี้ยบ "หรือคุณกลัว... กลัวว่าหัวใจตัวเองจะทนความชัดเจนของผมไม่ไหว?"
คำพูดนั้นแทงตรงเข้ากลางใจของพริมาอย่างจัง ใบหน้าที่เคยเชิดขึ้นด้วยความถือดีเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ เธอเม้มริมฝีปากแน่น สมองประมวลผลหาคำพูดเจ็บแสบมาโต้กลับเพื่อรักษาฟอร์ม แต่ทว่า... ก่อนที่เธอจะได้เอ่ยปากถ้อยคำใดออกไป เสียงเคาะประตูก็กรีดแทรกบรรยากาศอันตึงเครียดและชวนใจเต้นรัวขึ้นอีกครั้ง
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
"คุณพริมาคะ! ขอโทษที่ต้องรบกวนค่ะ แต่ว่า... ประธานกรรมการบริหารของบริษัทคุณธันวา และคุณแม่ของคุณธันวา มาถึงที่ล็อบบี้แล้วค่ะ! ท่านบอกว่า... มาขอพบคุณพริมาเป็นการส่วนตัว!"
ร่างสูงที่กำลังโน้มตัวคุกคามความมั่น
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ดรากอนไรเดอร์" มาโดยตลอดนะครับ
สถาปนิกมาดนิ่งกับนักวิจารณ์ปากกล้า•ตอนที่ 26
คำขอโทษที่ไม่ได้พูด
ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกมาดนิ่งกับนักวิจารณ์ปากกล้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!