"ถ้าคุณคิดว่าข่าวโคมลอยเมื่อเดือนก่อนมันแย่พอแล้ว ผมอยากให้คุณดูหน้าฟีดโซเชียลตอนนี้... เพราะสิ่งที่กำลังกระพืออยู่มันไม่ใช่แค่ไฟลามทุ่ง แต่มันคือระเบิดปรมาณูที่จงใจหย่อนลงกลางหน้าอกโปรเจกต์คอมเพล็กซ์ของเรา"
เสียงของพริมาไม่ได้สั่นแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม น้ำเสียงของนักวิจารณ์สาวกลับเย็นเยียบและเฉียบคมราวกับใบมีดโกนที่อาบยาพิษ ปลายนิ้วเรียวยาวเลื่อนหน้าจอแท็บเล็ตโชว์พาดหัวข่าวจากเพจสถาปัตยกรรมชื่อดังที่มียอดแชร์ทะลุหลักหมื่นภายในเวลาไม่ถึงสองชั่วโมง
*‘วิศวกรรมโครงสร้างซ่อนรูป? แฉเบื้องหลังโครงการมรกตอโศก ใช้วัสดุตกรุ่นลดต้นทุนเพื่อโกงกำไรมหาศาล’*
ธันวาละสายตาจากแปลนพิมพ์เขียวบนโต๊ะทำงาน ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาไม่ได้ฉายแววตื่นตระหนกอย่างที่ควรจะเป็น มีเพียงความนิ่งงันที่น่ากลัวแผ่ออกมาจากร่างสูง สถาปนิกหนุ่มขยับตัวเล็กน้อยเพื่อลดระยะห่างระหว่างเขากับหญิงสาวที่ยืนกอดอกอยู่ตรงหน้า กลิ่นน้ำหอมจางๆ ประจำตัวของพริมาลอยปะทะจมูกท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดในห้องประชุมใหญ่
"แหล่งข่าวอ้างว่าเป็น 'คนใน' ที่รู้เรื่องแบบแปลนและสเปกวัสดุทุกขั้นตอน" ธันวาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงไว้ด้วยกระแสลมหายใจที่หนักหน่วงกว่าปกติ ร่างสูงก้าวเข้าไปประชิดอีกนิดจนพริมาต้องเงยหน้าขึ้นสบตา "และข้อมูลอินไซด์ระดับนี้ มีคนในทีมของเราไม่กี่คนหรอกที่มีสิทธิ์เข้าถึง... หนึ่งในนั้นคือคุณกับผม"
"คุณกำลังจะบอกว่าฉันเป็นคนขายข้อมูลตัวเองงั้นเหรอ?" พริมาสวนกลับทันควัน นัยน์ตากลมโตวาววับด้วยความไม่พอใจ เธอเชิดหน้าขึ้นท้าทายความนิ่งสนิทของชายหนุ่ม "ใช้สมองคิดหน่อยสิคะธันวา โปรเจกต์นี้ฉันสับแหลกมาตั้งแต่ร่างแรกจนมันกลายเป็นลูกรัก ถ้าฉันทำลายมัน ก็เท่ากับฉันตบหน้าตัวเองฉาดใหญ่กลางสี่แยก"
"ผมยังไม่ได้พูดสักคำว่าคุณเป็นคนทำ" ธันวาถอนหายใจเบาๆ ปัดปอยผมที่หลุดลุ่ยลงมาปรگแก้มเนียนของหญิงสาวออกไปอย่างถือวิสาสะ การกระทำที่อ่อนโยนขัดกับสถานการณ์วิกฤตทำให้พริมาชะงักไปชั่วขณะ "ผมแค่กำลังบอกว่า... มีใครบางคนกำลังเล่นสกปรกเพื่อบีบให้คณะกรรมการถอดชื่อเราออกจากประมูล"
คอมพิวเตอร์บนโต๊ะส่งเสียงแจ้งเตือนอีเมลฉุกเฉินรัวเร็ว ธันวากดเปิดอ่านข้อความจากผู้บริหารระดับสูง เนื้อความสั้นกระชับแต่เฉียบขาด *‘ระงับการแถลงข่าวพรุ่งนี้เช้าชั่วคราว จนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่าโครงสร้างปลอดภัยจริง’*
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุมชั่วขณะ แสงไฟสีส้มจากหลอดนีออนสะท้อนบนกรอบแว่นของธันวาจนยากจะคาดเดาความรู้สึก
"เขากลัวเสียชื่อเสียงมากกว่าความจริง" พริมาพึมพำ ดวงตาคู่สวยไหววับด้วยความเจ็บใจ เธอย้ายตัวเองมานั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม มือบางกำเข้าหากันแน่นจนข้อต่องอขาว "ถ้าเราปล่อยให้ข่าวนี้เติบโตอีก 24 ชั่วโมง ความน่าเชื่อถือทั้งหมดที่พวกเราสร้างมาจะพังทลายในชั่วข้ามคืน... และฉันจะไม่ยอมแพ้ไอ้พวกE-slandที่แอบแทงข้างหลังนี่แน่"
"แล้วคุณจะทำยังไง?" ธันวานั่งลงฝั่งตรงข้าม เท้าแขนบนโต๊ะแล้วโน้มตัวเข้าไปใกล้ จนใบหน้าคมคายอยู่ห่างจากเธอเพียงคืบ แววตาคู่คมมองสำรวจใบหน้าตึงเครียดของหญิงสาวด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ทั้งเป็นห่วง ทั้งฉุนเฉียว และ... คลั่งไคล้อย่างที่สุดในเวลาเดียวกัน "วิ่งโร่ไปออกรายการโทรทัศน์แล้วเอาแปลนตึกฟาดหน้าพิธีกรเหรอครับ นักวิจารณ์ปากกล้า?"
"ปากเสียจริงนะคุณ" พริมาชำเลืองมองค้อน แต่ไม่มีแรงฮึดพอจะต่อปากต่อคำด้วยในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานนี้ เธอนวดขมับตัวเองเบาๆ "เราต้องพิสูจน์ให้เห็นคาตา... ลงพื้นที่หน้าไซต์งานตอนนี้ ตรวจสอบเหล็กเสริมและปูนซีเมนต์ทุกตารางเมตรด้วยตัวเอง บันทึกภาพสด ออกอากาศความจริงให้พวกมันหุบปากไปเลย"
ธันวามองท่าทางเอาจริงเอาจังของคนตรงหน้า มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่งและมีเพียงพริมาเท่านั้นที่มักจะได้เห็นมัน "มีความคิดที่ดี... แต่คุณลืมไปแล้วหรือไงว่าฝนกำลังจะตกหนัก และไซต์งานตอนตีสองไม่มีใครเปิดไฟต้อนรับเราหรอกนะ"
"ฉันไม่กลัวความมืดหรอกค่ะธันวา..." พริมาเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาตรงๆ ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดกันและกัน "แต่ฉันกลัวอย่างเดียว... กลัวว่าคนบางคนแถวนี้จะมัวแต่ฟอร์มจัด จนพลาดโอกาสสำคัญที่จะได้จับมือร่วมกู้วิกฤตกับฉันมากกว่า"
ธันวานิ่งค้างไปกับคำพูดที่ท้าทายและแฝงความนัยลึกซึ้ง หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอของสถาปนิกหนุ่มกระตุกวูบ มือหนายื่นออกไปคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้โดยสัญชาตญาณ แรงบีบกระชับแน่นพอเหมาะเพื่อส่งผ่านความอบอุ่นและความมั่นใจ ท่ามกลางพายุข่าวฉาวที่กำลังโหมกระหน่ำอยู่ภายนอก
"งั้นก็พิสูจน์ให้ผมเห็นสิครับ..." ธันวาโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบชิดริมหีบปากอิ่ม น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าด้วยแรงอารมณ์ที่ถูกกดทับไว้ "ว่าปากที่เก่งแต่เถียงผมเมื่อกี้ จะมีความกล้าพอที่จะเผชิญหน้ากับความจริงข้างหน้ากับผม... ไปจนสุดทาง"
พริมาสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นกายสะอาดผสมผสานความเคร่งเครียดของชายหนุ่มยิ่งทำให้หัวใจเธอเต้นระส่ำ เธอไม่ถอยหนี กลับเป็นฝ่ายขยับเข้าหาและเอ่ยเสียงกระซิบตอบด้วยความมั่นใจเกินร้อย
"ถ้าคุณไม่กลัวแพ้ผู้หญิงปากจัดคนนี้... เราก็ไปลุยกันเลยค่ะ"
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ ก่อนที่บานประตูห้องประชุมจะถูกผลักเปิดออกผางโดยไม่รออนุญาต ร่างของเลขาหนุ่มหน้าตาตื่นตระหนกวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา พร้อมกับโทรศัพท์มือถือที่เปิดหน้าจอวิดีโอคอลค้างไว้
"คุณธันวาครับ! คุณพริมา! แย่แล้วครับ... มีคนปล่อยคลิปวิดีโอวงจรปิดจากไซต์งานตอนกลางดึกเมื่อคืนนี้ ออกมาแพร่สะพัดแล้ว!"
ธันวาผละตัวออกจากพริมาช้าๆ นัยน์ตาคมกริบหันขวับไปมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่เลขาหนุ่มยื่นให้ทันที ภาพในวิดีโอทำเอาทั้งห้องเย็นเยียบลงในพริบตา... เพราะมันคือภาพของธันวาที่กำลังยืนรับซองเอกสารลับจากบุคคลลึกลับสวมฮู้ดสีดำ ภายใต้เงาแสงสลัวของไซต์งานที่พวกเขากำลังจะไปตรวจสอบ!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับ "ดรากอนไรเดอร์" ครับ
สถาปนิกมาดนิ่งกับนักวิจารณ์ปากกล้า•ตอนที่ 27
พายุข่าวฉาวรอบสอง
ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกมาดนิ่งกับนักวิจารณ์ปากกล้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!