"ไฟล์ข้อมูลดิสเครดิตโปรเจกต์ 'The Horizon' ถูกอัปโหลดขึ้นบอร์ดสาธารณะเมื่อสิบห้านาทีที่แล้วครับคุณธันวา แรงกระแทกจากคอมเมนต์เชิงลบพุ่งทะยานเกินสามร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วครับ"
เสียงรายงานของเลขาหนุ่มหน้าตาตื่นตระหนกไม่ได้ทำให้ธันวาละสายตาจากหน้าจอแท็บเล็ตในมือเลยแม้แต่น้อย สถาปนิกหนุ่มร่างสูงในชุดสูทสีเทาเข้มไร้รอยยับยังคงยืนนิ่งสนิท ริมฝีปากหยักได้รูปเม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรง ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองตัวเลขกราฟความเสียหายที่พุ่งดิ่งลงเหวด้วยความนิ่งสงบที่น่ากลัว
ความนิ่งงันของเขาไม่ใช่ความอ่อนแอ หากแต่เป็นความเยือกเย็นของนักล่าที่กำลังคำนวณทิศทางลมเพื่อรอจังหวะสวนกลับ
"ปล่อยให้มันเล่นไปก่อน..." ธันวาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนคนฟังต้องกลืนน้ำลายลงคอ "คนพวกนั้นไม่ได้ต้องการวิจารณ์งานสถาปัตยกรรม แต่พวกมันกำลังพยายามล้มโต๊ะประมูลโปรเจกต์ใหญ่ปลายปีนี้ต่างหาก"
"แต่ว่า... ชื่อเสียงของคุณธันวาในฐานะหัวหน้าทีมออกแบบ..."
"ชื่อเสียงที่สร้างด้วยผลงานจริง ไม่ได้พังลงเพราะเสียงเห่าหอนของหมาข้างถนนหรอกครับคุณกรณ์ กลับไปทำงานของคุณเถอะ" ธันวาโบกมือไล่อยbอย่างไม่ใส่ใจ แม้ภายนอกเขาจะแสดงออกว่าไร้ความรู้สึก แต่ปลายนิ้วแกร่งที่กำขอบโต๊ะทำงานจนข้อต่อขึ้นสีขาวซีดนั้น ฟ้องชัดเจนว่าพายุในใจของเขากำลังคำรามอย่างบ้าคลั่ง
ไม่มีใครรู้ว่าเบื้องหลังโปรเจกต์ 'The Horizon' ธันวาทุ่มเทหยาดเหงื่อและมันสมองมากแค่ไหน มันคือความฝัน คือเกียรติยศ และคือสิ่งเดียวที่เขายอมเอาศักดิ์ศรีทั้งหมดเป็นเดิมพัน การมีคนพยายามเตะตัดขาในโค้งสุดท้ายแบบนี้ ไม่ใช่แค่การโจมตีทางธุรกิจ แต่มันคือการประกาศสงคราม
ทว่า... สงครามครั้งนี้ไม่ได้มีแค่เขาที่กำลังเดือดดาล
ประตูห้องทำงานกระจกฝ้าถูกผลักเปิดออกอย่างไร้พิธีรีตอง ร่างบางในชุดสูทกางเกงเข้ารูปสีแดงเพลิงก้าวฉับๆ เข้ามาด้วยฝีเท้าหนักแน่นและใบหน้าที่บึ้งตึงยิ่งกว่าท้องฟ้าก่อนพายุฝนจะกระหน่ำ พริมา นักวิจารณ์สถาปัตยกรรมสาวมือหนึ่งที่ไม่เคยเกรงกลัวหน้าอินทร์หน้าพรหมที่ไหน หยุดยืนเท้าสะเอวอยู่เบื้องโต๊ะทำงานของสถาปนิกหนุ่มมาดนิ่งทันที
"นั่งนิ่งเป็นรูปปั้นหินอ่อนอยู่ได้! คุณยังจะมีอารมณ์มานั่งหายใจเข้าออกชิลๆ แบบนี้อยู่อีกเหรอคะ... เอ่อ... ครับ!" พริมาเกือบเผลอหลุดคำลงท้ายตามความคุ้นชิน แต่รีบเปลี่ยนเสียงกลับมาขบเขี้ยวเคี้ยวฟันใส่เขาแทนเมื่อเห็นสายตานิ่งสนิทที่มองตรงมา
ธันวาเงยหน้าขึ้น ปรับสีหน้าให้เรียบเฉยไร้ระลอกคลื่น "ถ้าคุณจะมาเพื่อซ้ำเติมบทวิจารณ์เชิงลบ ผมเกรงว่าคุณจะเสียเที่ยว เพราะผมยังไม่ว่างอ่านบทความขยะพวกนั้น"
"ขยะงั้นเหรอ?" พริมาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตเป็นประกายวาววโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ "อีตาธันวา! สมองคุณทำด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กหรือไง ถึงไม่รู้ว่าบทความพวกนั้นมันไม่ได้เขียนโดยนักวิจารณ์ทั่วไป! ข้อมูลโครงสร้างฐานรากอินทีเรียร์ของตึก 'The Horizon' ที่ถูกหลุดออกไป มันเป็นความลับระดับวงใน มีแค่ทีมออกแบบของคุณกับคณะกรรมการประมูลเท่านั้นที่มีสิทธิ์เข้าถึง!"
ธันวาชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมปลาบไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที ความเยือกเย็นเมื่อครู่เริ่มมีรอยร้าว
"คุณกำลังจะบอกว่า..."
"มีคนในขายความลับ... และกำลังป้ายสีให้คุณกลายเป็นแพะรับบาป!" พริมาพูดแทรกขึ้นเสียงแข็ง นางเดินเข้าไปประชิดขอบโต๊ะทำงาน โน้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับเขา "ฉันเกลียดงานดีไซน์แข็งกระด้างของคุณ เกลียดความหยิ่งผยองไร้มนุษยสัมพันธ์ของคุณ แต่ฉันเกลียดพวกเล่นตอดข้างหลังยิ่งกว่า! งานห่วยๆ แบบนั้น ไม่มีวันถูกเอามาเหยียบย่ำบนพื้นที่วิจารณ์ของฉันถ้ามันไม่ใช่ฝีมือของพวกขี้โกง!"
คำพูดที่พรั่งพรูออกมาด้วยความเดือดดาลของหญิงสาว ทำให้ธันวานิ่งอึ้งไป
เขาพินิจใบหน้าเนียนที่รื้นไปด้วยเลือดฝาดเพราะความโมโห แววตาคู่สวยที่ปกติมักจะใช้มองเพื่อจิกกัดผลงานของเขาเวลานี้ กลับเต็มไปด้วยความฮฮดฮัดปกป้องอย่างไม่น่าเชื่อ หัวใจที่เคยด้านชาและถูกปิดตายด้วยกำแพงความระแวดระวัง คล้ายมีค้อนเหล็กมาทุบจนเกิดรอยร้าวเบาๆ
ผู้หญิงคนนี้... ปากจัด ใจร้อน และชอบกวนประสาทเขาเป็นที่หนึ่ง แต่ในยามที่เขาเพลี่ยงพล้ำ เธอกลับไม่เคยเดินหนี แถมยังวิ่งเข้ามากลางสนามรบเพื่อช่วยเขากางโล่ป้องกัน
"คุณมาทำไม..." เสียงของธันวาอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว แม้ใบหน้าจะยังคงความนิ่งเอาไว้ "เรื่องนี้มันอันตรายเกินกว่าที่คุณจะเอาชื่อเสียงเข้ามาเสี่ยงด้วย พริมา"
"เรียกฉันว่า 'คุณพริมา' สิคะ ถึงจะถูกสุภาพบุรุษเขาเรียกกัน" พริมาเชิดหน้าขึ้น เลิกคิ้วเรียวสวยท้าทาย "แล้วก็เลิกทำหน้าเป็นห่วงฉันแบบนั้นเถอะค่ะ มันน่าหมั่นไส้! ฉันไม่ได้มาเพื่อช่วยคุณฟรีๆ หรอกนะ แต่ฉันแค่อยากพิสูจน์ให้โลกรู้ว่า สถาปนิกที่อีगोสูงที่สุดในประเทศอย่างคุณ ไม่ได้พ่ายแพ้เพราะฝีมือห่วยแตก... แต่แพ้เพราะโดนหมาลอบกัดต่างหาก"
ธันวาเผลอยกยมุมปากขึ้นอย่างยากจะควบคุม เป็นรอยยิ้มจางๆ ที่หาดูได้ยากยิ่ง จนพริมาถึงกับชะงักไปเมื่อได้เห็น
"คุณนี่มัน..." ธันวาสบถเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงโปร่งก้าวเข้าไปใกล้หญิงสาวจนความห่างระหว่างกันเหลือเพียงคืบเดียว แรงกดดันจากตัวตนที่สุขุมและดุดันของเขาทำเอาพริมาต้องผถอยหลังไปนิดโดยสัญชาตญาณ "ดื้อรั้น ไม่ฟังใคร และชอบเอาชนะ... คุณเป็นแบบนี้ทุกที"
"ถะ... ถอยไปไกลๆ เลยนะ ธันวา! มายืนประชิดตัวแบบนี้มันผิดมารยาททางวิชาชีพ!" พริมายกมือขึ้นดันแผงอกกว้างของเขาไว้ ความร้อนจากร่างกายผ่านเนื้อผ้าสูททำให้หัวใจเธอเต้นผิดจังหวะอย่างน่าหงุดหงิด
"ผมเป็นสถาปนิก ผมรู้ว่าระยะห่างเท่าไหร่ถึงจะพอดี..." ธันวาโน้มใบหน้าลงมาหาช้าๆ แววตาคมกริบสะท้อนเงาของหญิงสาวไว้อย่างชัดเจนจนพริมาไม่กล้าสบตาตรงๆ "ในเมื่อคุณประกาศตัวว่าจะลงสนามมาช่วยผมสืบหาตัวหนอนบ่อนไส้แล้ว... งั้นเรามาทำข้อตกลงกันหน่อยดีไหมครับ"
"ตะ... ข้อตกลงอะไรของคุณอีก?"
"ข้อแรก... ห้ามทำอะไรเสี่ยงอันตรายโดยไม่บอกผม" ธันวากระซิบเสียงทุ้มต่ำชิดริมฝีปากนุ่ม พริมารู้สึกราวกับถูกกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ แล่นพล่านไปทั่วแผ่นหลัง
"แล้วถ้าฉันไม่รับล่ะ..."
"ข้อสอง..." ธันวาไม่ปล่อยให้เธอปฏิเสธ เขาสืบเท้าเข้าไปอีกก้าว จนแผ่นหลังของพริมาชนเข้ากับชั้นหนังสือด้านหลังอย่างจัง กลายเป็นว่าตอนนี้เธอกำลังถูกเขากักขังไว้ในอ้อมแขนโดยสมบูรณ์ "คุณต้องให้ผมดูแลความปลอดภัยตลอดเวลาที่เราสืบเรื่องนี้... ห้ามปฏิเสธเด็ดขาด"
พริมาอ้าปากค้าง สมองที่เคยฉับไวและมีคารมคมคายโต้กลับเขาได้ทุกสถานการณ์ กลับขาวโพลนขึ้นมาดื้อๆ เมื่อกลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับความอบอุ่นจากตัวเขาแผ่ซ่านเข้ามาห้อมล้อม หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับจะกระโดดออกมานอกอก
"คุณมันเอาแต่ใจ..." พริมาพึมพำเสียงสั่น พยายามเบือนหน้าหนีสายตาเร่าร้อนที่มองตรงมา แต่ปลายคางมนกลับถูกปลายนิ้วอุ่นของชายหนุ่มเกยขึ้นบังคับให้หันกลับไปสบตา
"ผมยอมรับ..." ธันวาตอบเสียงนุ่ม แววตาเย็นชาเมื่อครู่อันตรธานหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงประกายความคลั่งรักที่ถูกเก็บกดไว้มานานแสนนาน "และผมก็เก่งเรื่องการเอาชนะซะด้วยสิ... คุณพริมา"
ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังระอุอวลไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย ทันใดนั้นเอง...
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งตามด้วยการผลักพรวดเข้ามาอย่างไร้มารยาทของบุคคลที่ไม่คาดคิด
"คุณธันวาครับ! แย่แล้วครับ! ตอนนี้หลักฐานชิ้นใหม่ถูกปล่อยออกมาอีกระลอกแล้ว และ... และคนที่เอามายืนยันข้อมูลในไลฟ์สดตอนนี้ คือคนที่คุณคาดไม่ถึงที่สุดครับ!"
ธันวาชะงัก พริมาสะดุ้งสุดตัวและรีบผลักอกสถาปนิกหนุ่มให้ออกห่างทันที ทั้งคู่หันขวับไปมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือของเลขาหนุ่มที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามากลางห้อง
ในหน้าจอไลฟ์สดความคมชัดสูง... ใบหน้าของบุคคลที่คุ้นเคยเป็นอย่างดีกำลังจ้องมองตรงมาที่เลนส์กล้อง พร้อมกับรอยยิ้มเยาะเย้ยที่ทำให้เลือดในกายของธันวาเย็นเฉียบลงในพริบตา
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความสัมพันธ์ที่ทั้งกัดทั้งคลั่งรักคู่นี้เสมอนะครับ
สถาปนิกมาดนิ่งกับนักวิจารณ์ปากกล้า•ตอนที่ 10
คู่แข่งที่ไม่คาดคิด
ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกมาดนิ่งกับนักวิจารณ์ปากกล้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!