กลอนประตูลั่นคลิกเบา ๆ พร้อมกับแผ่นหลังกว้างของธันวาที่หายลับออกไปจากกรอบประตู ทิ้งให้พริมาจมอยู่กับความเงียบงันที่อบอวลด้วยกลิ่นอายไม้สนและน้ำหอมกลิ่นจาง ๆ ของเขา
หัวใจของเธอยังคงเต้นโครมครามราวกับมีกลองชุดมาตีอยู่ข้างใน นิ้วเรียวแตะริมฝีปากตัวเองโดยไม่รู้ตัว รสชาติของความใกล้ชิดเมื่อครู่ยังติดตรึงอยู่บนปลายประสาท ความดุดันที่เจือความปรารถนาลึกล้ำเมื่อครู่ มันไม่ใช่สิ่งที่ผู้ชายเย็นชาไร้หัวใจจะทำได้เลยสักนิด
*เขาทำให้เธอเสียกระบวน... เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วนะ*
พริมาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติกลับคืนมา สายตากวาดมองไปรอบห้องทำงานส่วนตัวของสถาปนิกหนุ่มที่ขึ้นชื่อเรื่องความเนียบและระเบียบจัด ตู้เอกสารเรียงรายเป็นระเบียบ โต๊ะทำงานโล่งเตียนไร้ฝุ่นผง ทว่าสายตากลับสะดุดเข้ากับลิ้นชักชั้นล่างสุดของโต๊ะไม้สักที่ปิดไม่สนิท มีกระดาษแผ่นหนึ่งโผล่อินซอร์ทออกมาเล็กน้อย ราวกับเจ้าของจงใจซ่อนแต่มันดันดื้อรั้นอยากเผยตัว
ด้วยสัญชาตญาณของนักวิจารณ์ผู้ช่างสังเกตและชื่นชอบความงาม พริมาย่อตัวลง ใช้ปลายนิ้วเรียวดึงแผ่นกระดาษนั้นออกมาเบา ๆ เผื่อว่ามันจะเป็นแปลนงานชิ้นใหม่ที่เขากำลังออกแบบซ่อนไว้
ทว่า... เมื่อกางแผ่นกระดาษสเก็ตช์นั้นออก ลมหายใจของเธอกลับสะดุดกكَะทันหัน
มันไม่ใช่แปลนอาคาร ไม่ใช่เส้น 3D ที่คำนวณสัดส่วนอย่างแม่นยำตามหลักวิศวกรรม แต่มันคือภาพวาดลายเส้นดินสอ 2B ที่บอกเล่าเรื่องราวความทรงจำ... ภาพของหญิงสาวคนหนึ่งกำลังยืนกอดอกพินิจพิเคราะห์โครงสร้างอาคารด้วยแววตาดุดันเป็นประกาย ริมฝีปากบางเฉียบที่กำลังขยับคล้ายกำลังต่อว่าอะไรบางอย่าง เส้นผมที่ถูกรวบไว้ลวก ๆ ปลิวไหวตามแรงลม และที่สำคัญที่สุด... มุมปากของภาพผู้หญิงคนนั้นถูกวาดรอยยิ้มเอ็นดูประดับไว้บางเบา เป็นรอยยิ้มที่อ่อนโยน อบอุ่น และละมุนละไมจนคนมองใจกระตุก
ผู้หญิงในภาพนั้นไม่ใช่ใครอื่น... คือตัวเธอเอง
"นี่มัน..." พริมาพึมพำกับตัวเอง เสียงของเธอแผ่วเบาจนแทบกลืนหายไปกับความเงียบ
ความรู้สึกประหลาดตีรวนขึ้นมาในอก มันไม่ใช่ความโกรธ ไม่ใช่ความตกใจที่มีใครมาแอบวาดรูปตัวเอง แต่เป็นความอิ่มเอมใจแปลกประหลาดที่ไหลซึมเข้าสู่ก้นบึ้งของหัวใจอย่างช้า ๆ ภาพลักษณ์ของสถาปนิกมาดนิ่ง เจ้าระเบียบ ปากคอเราะร้ายที่ชอบทำหน้าเหมือนคนเป็นหนี้ร้อยล้าน พังทลายลงต่อหน้าต่อตาด้วยภาพสเก็ตช์แผ่นนี้ ผู้ชายคนนั้น... ซ่อนมุมที่อ่อนโยนแบบนี้ไว้ใต้พิมพ์เขียวที่แข็งกระด้างมาตลอดอย่างนั้นหรือ
ครืดดด!
เสียงเปิดประตูห้องทำงานดังขึ้นกะทันหัน พร้อมกับร่างสูงของธันวาที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ทว่าเมื่อสายตาของเขาคมกริบกวาดมาเห็นกระดาษแผ่นที่อยู่ในมือของพริมา ร่างทั้งร่างของสถาปนิกหนุ่มก็ชะงักกึกทันที
บรรยากาศในห้องอุณหภูมิลดฮวบลงอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกราบกวาดมองแผ่นกระดาษในมือเธอสลับกับใบหน้าที่เริ่มขึ้นสีเรื่อของหญิงสาว ก่อนที่สันกรามของเขาจะขบเข้าหากันแน่น
"ใครอนุญาตให้คุณรื้อค้นของส่วนตัวของผมครับ... คุณพริมา" น้ำเสียงของธันวากดต่ำ ทุศนีย์และเรียบสนิทจนน่ากลัว มันไม่ใช่ความโกรธเกรี้ยวแบบที่เคยเป็น แต่เป็นความตื่นตระหนกที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความเย็นชาอย่างแนบเนียน
พริมาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา มือที่ถือกระดาษสเก็ตช์สั่นระริกเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะหัวใจเจ้ากรรมมันกำลังเต้นแรงเกินควบคุม เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นตามนิสัยเดิมเพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวในแววตา
"ของส่วนตัวเหรอคะคุณธันวา?" พริมาเลิกคิ้วขึ้น น้ำเสียงเย้าแหย่แต่แฝงความสั่นพร่า "ฉันแค่บังเอิญทำมันหลุดออกมาต่างหาก... แต่ว่านะ สถาปนิกมือรางวัลระดับประเทศคนนี้ วาดรูปเก่งกว่าที่ฉันคิดไว้อีกนะคะเนี่ย ฝีมือละมุนละไมผิดกับตัวจริงลิบลับเลย"
ธันวาก้าวเท้าเข้าประชิดตัวเธอทีละก้าวอย่างช้า ๆ ทว่าทรงพลัง แรงกดดันจากร่างสูงใหญ่ทำให้พริมาต้องถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงานอย่างไร้ทางหนี สถาปนิกหนุ่มใช้มือข้างหนึ่งยันขอบโต๊ะไว้ กักตัวเธอให้อยู่ในอ้อมแขนโดยปริยาย ดวงตาคมกริบจ้องลึกลงมาในดวงตากลมโตของเธอ ราวกับต้องการค้นหาว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่
"คืนมาครับ" ธันวาเอ่ยเสียงพร่า ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดอยู่ใกล้ชิดจนพริมาต้องกะพริบตาถี่
"ถ้าฉันไม่คืนล่ะคะ?" พริมาเม้มปากแน่น หัวใจเต้นรัวจนกลัวว่าเขาจะได้ยินเสียงมัน "คุณจะทำโทษฉันด้วยการไล่ฉันออกจากโปรเจกต์นี้ หรือว่าจะ..."
ธันวาไม่ปล่อยให้เธอพูดจนจบ มืออีกข้างที่ว่างอยู่เอื้อมมาฉวยกระดาษสเก็ตช์แผ่นนั้นออกจากมือเรียวได้อย่างง่ายดาย แต่ทว่า... แทนที่จะถอยห่าง เขากลับโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน แววตาที่เคยแข็งกระด้างยามนี้กลับไหวระริกด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ไม่อาจปิด
"ผมไม่ไล่คุณออกหดหรอกครับ..." เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมฝีปากของเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินเรียกเลือดริ้วแดงให้พุ่งขึ้นมาแต้มบนพวงแก้มขาวเนียนอย่างห้ามไม่อยู่ "แต่ถ้าคุณยังทำตัวน่ารักแล้วรู้มากแบบนี้... ผมอาจจะจูบคุณจนกว่าคุณจะลืมทางกลับบ้านเลยก็ได้นะครับ"
พริมาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ อ้าปากค้างจะเถียงกลับ ทว่ายังไม่ทันได้เปล่งเสียงสักแอม ประตูห้องทำงานด้านนอกก็ถูกผลักเปิดผางด้วยแรงมหาศาล พร้อมกับเสียงทุ้มทรงอำนาจของประธานบริษัทผู้ทรงอิทธิพลที่ตะโกนก้องเข้ามาโดยไม่ให้ซุ่มให้เสียง
"ไอ้ธันวา! เอกสารงบประมาณล็อตสุดท้ายแกเซ็นหรือยัง... เฮ้ย!"
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ดรากอนไรเดอร์" มาโดยตลอด แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สถาปนิกมาดนิ่งกับนักวิจารณ์ปากกล้า•ตอนที่ 7
ความลับใต้พิมพ์เขียว
ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกมาดนิ่งกับนักวิจารณ์ปากกล้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!