พันธะร้ายร้อยใจปากแข็ง•ตอนที่ 24

ความจริงที่เริ่มกระจ่าง

ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
แฟ้มเอกสารปกหนังสีดำสนิทถูกกระแทกกระทั้นลงบนกระจกโต๊ะทำงานเสียงดังสนั่น จนกาแฟอุ่นจัดในแก้วเซรามิกกระฉولออกมาเล็กน้อย กวินไม่ได้สบถสักคำ เขายืนค้ำโต๊ะด้วยสองมือ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนจนน่ากลัว ดวงตาคมกริบคู่นั้นเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดที่พยายามกดทับเอาไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย "คุณคิดบ้าอะไรอยู่ ริน!" เสียงทุ้มต่ำตวาดลอดไรฟัน มันไม่ใช่เสียงตะโกนแหกปาก แต่มันคือเสียงคำรามของสัตว์ร้ายที่ถูกต้อนจนมุม และริน—ต้นเหตุของความวินาศสันตะตะโรครั้งนี้—กลับยืนกอดอกพิงขอบหน้าต่างด้วยท่าทีสบายอารมณ์ ใบหน้าหวานเชิดขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาสีรัตติกาลพราวระยับด้วยประกายความกวนประสาทที่พร้อมจะแผดเผาประสาทสัมผัสของซีอีโอหนุ่มให้เป็นจุล "ผมไม่ได้คิดอะไรนี่ครับ คุณกวิน... หรือว่าการที่ผมไปกินข้าวกับคุณเมธา มันไปสะกิดต่อมระคายเคืองตรงไหนของคุณเข้าล่ะ ถึงได้วิ่งโร่ตามมาอาละวาดถึงคอนโดผมได้" รินลอยหน้าลอยตาตอบ น้ำเสียงราบเรียบแต่เชือดเฉือนพอกัน ทั้งที่ความจริงแล้ว หัวใจข้างในอกด้านซ้ายกำลังเต้นโครมครามจนแทบจะทะลักออกมา รินรู้ดีว่าการเล่นกับไฟอย่างเมธาเป็นเรื่องโง่เขลา แต่มันก็คุ้มค่าที่จะแลกกับการได้เห็นผู้ชายปากแข็งอย่างกวินหลุดจากมาตรการความเย็นชาที่สร้างขึ้นมาห่อหุ้มตัวเอง กวินก้าวฉับๆ เข้ามาประชิดตัวในพริบตา ความสูงและแรงกดดันจากร่างกายที่ใหญ่โตกว่าทำให้รินต้องถอยหลังโดยสัญชาตญาณ จนแผ่นหลังชนเข้ากับกระจกใสเย็นเฉียบ กวินใช้แขนข้างหนึ่งยันกรอบหน้าต่างไว้ กักขังร่างเพรียวบางเอาไว้ตรงกลาง ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดอยู่ข้างแก้ม แววตาของกวินในวินาทีนี้ไม่ได้มีแค่ความโกรธ แต่มันฉายความเจ็บปวดลึกซึ้งที่เจ้าตัวพยายามปกปิดมาตลอด "คุณก็รู้ว่าเมธามันต้องการอะไร มันไม่ได้หวังดีกับคุณ แต่มันแค่อยากเหยียบหน้าผมผ่านทางคุณ!" กวินกัดกรามแน่น เสียงกระซิบพร่าต่ำชิดริมหู "ทำไมต้องรั้น? ทำไมต้องทำตัวเป็นเด็กมีปัญหาตลอดเวลา!" "แล้วทำไมคุณต้องเดือดร้อนขนาดนี้ด้วยล่ะ!" รินสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตตวัดมองตรงอย่างไม่เกรงกลัว "ถ้าผมจะเป็นจะตาย หรือจะไปซบใคร มันก็เรื่องของผม คุณเป็นแค่... เจ้านาย เป็นแค่คนแปลกหน้าที่บังเอิญมีพันธะบ้าๆ ต่อกันเท่านั้นแหละ อย่ามาทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของผมหน่อยเลย!" คำว่า 'คนแปลกหน้า' กระแทกเข้ากลางใจกวินอย่างจัง ร่างสูงชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมครามไหววูบอย่างรุนแรง ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างเขaทั้งสองชั่วอึดใจ กวินผละมือออกจากการกักขัง ชายหนุ่มเบือนหน้าหนีไปทางอื่น สันกรามคมขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน ราวกับกำลังอดกลั้นต่อมวลความรู้สึกบางอย่างที่พยายามจะทะลักพังทลายกำแพงในใจ รินมองปฏิกิริยานั้น ความสะใจเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยความสับสน รินรู้จักกวินในฐานะผู้ชายใจร้าย ปากร้าย และเผด็จการ แต่รินไม่เคยเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความเปราะบางและหวาดกลัวแบบนี้มาก่อน... ใช่ หวาดกลัว ความทรงจำบางอย่างจากเอกสารลับที่รินบังเอิญไปเห็นบนโต๊ะทำงานของกวินเมื่อสัปดาห์ก่อนผุดขึ้นมาในหัว—เอกสารประวัติครอบครัวที่ระบุถึงมารดาผู้ให้กำเนิด ผู้หญิงที่ทิ้งกวินไว้เบื้องหลังตั้งแต่วัยเด็กเพื่อวิ่งตามหาความฝันใหม่ ทิ้งร่องรอยแผลเป็นทางจิตวิทยาให้เด็กชายคนหนึ่งเติบโตขึ้นมาพร้อมกับความเชื่อที่ว่า 'ความรักคือการถูกทอดทิ้ง' และ 'การเปิดใจคือความอ่อนแอ' บรรยากาศในห้องเปลี่ยนเป็นความอึมครึม รินผ่อนลมหายใจยาว ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความลึกล้ำทางอารมณ์ มือเรียวเอื้อมออกไปแตะที่แขนของกวินเบาๆ อย่างลังเล "...คุณกลัวเหรอครับ?" เสียงของรินนุ่มนวลขึ้นอย่างผิดหูผิดตา ไร้ซึ่งความกวนประสาท มีเพียงความเวทนาและบางสิ่งที่ลึกซึ้งกว่านั้นเจืออยู่ กวินสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อปลายนิ้วนั้นสัมผัสโดนผิวเนื้อ ชายหนุ่มหันกลับมามอง รินเห็นความร้าวรานในดวงตานั้นชัดเจนยิ่งกว่าครั้งไหนๆ "คุณรู้บ้าอะไร..." กวินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงแหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อย "คุณไม่รู้อะไรเลย ริน... คนอย่างคุณที่เติบโตมาท่ามกลางความรัก จะไปเข้าใจอะไรกับความรู้สึกของการถูกแม่แท้ๆ เดินหันหลังให้โดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง!" ประโยคนั้นเหมือนกุญแจที่ไขประตูห้องมืดที่กวินปิดตายมาตลอดชีวิต รินนิ่งอึ้ง หัวใจกระตุกวาบ ปมในอดีตนั้นเองที่ทำให้กวินไม่กล้ามีความสัมพันธ์ที่จริงจัง ไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยคำว่ารัก เพราะกลัวว่าสุดท้ายแล้ว ตัวเองจะเป็นฝ่ายถูกทิ้งไว้ข้างหลังอีกครั้ง "ผมเข้าใจ..." รินกระซิบแผ่วเบา ขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดอย่างลืมตัว ดวงตากลมโตมองสบตาคนตัวโตกว่าด้วยความจริงใจ "ผมเข้าใจว่าคุณกลัว... แต่คุณกำลังเอาอดีตเฮงซวยของผู้หญิงคนนั้น มาทำลายปัจจุบันและอนาคตของคุณเองนะกวิน" กวินนิ่งงิ่ง ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันในระยะประชิด ความใกล้ชิดนี้สั่นคลอนหัวใจของคนทั้งคู่ กวินจ้องมองริมฝีปากอิ่มที่ขยับพูดคำเตือนสติด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป ความดุดันถูกแทนที่ด้วยความโหยหาอย่างห้ามไม่อยู่ มือหนารั้งเอวบางเข้ามาประชิดตัวโดยสัญชาตญาณ รินเผลอสูดหายใจเข้าลึกเมื่อแผ่นอกกว้างแนบชิดกับตัว "ถ้าฉันกลัว... แล้วทำไมทุกครั้งที่เธออยู่ใกล้ ฉันถึงอยากทำลายกำแพงพวกนั้นทิ้งวะ..." กวินพึมพำเสียงพร่าต่ำ ใบหน้าคมคายโน้มลงมาเรื่อยๆ จนปลายจมูกแทบจะชนกัน สติของรินเริ่มพร่าเลือน หัวใจเต้นแรงจนแทบกระเด็นออกมานอกอก เคมีอันตรายระหว่างทั้งคู่พุ่งทะยานถึงขีดสุด ริมฝีปากหยักลึกกำลังจะทาบทับลงมาเพื่อปิดกั้นคำพูดทุกอย่างของริน ติ๊ง! เสียงกริ่งหน้าประตูห้องพักดังขึ้นอย่างกะทันหัน ราวกับเสียงระฆังปลุกให้ตื่นจากภวังค์ความฝันอันหอมหวาน รินสะดุ้งสุดตัว ผลักอกกวินออกทันควัน ส่วนกวินผละถอยหลังด้วยความหงุดหงิดระคนแปลกใจ ดวงตาคมตวัดมองไปที่ประตูด้วยความไม่สบอารมณ์ ใครกันที่กล้ามาขัดจังหวะเวลาความเป็นความตายแบบนี้? รินขมวดคิ้วเดินไปที่หน้าจออินเตอร์คอมเพื่อเช็คกล้องวงจรปิด ทันทีที่ภาพบนจอปรากฏชัดเจน รินก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจ ใบหน้าหวานซีดเผือดลงในพริบตา ขณะที่กวินก้าวเข้ามาสมทบพร้อมกับใบหน้าบึ้งตึง แต่พอเขาเห็นภาพบนหน้าจอเช่นกัน ร,่างสูงก็ชะงักค้าง ราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางหัวกลางวันแสกๆ หญิงสาววัยกลางคนในชุดหรูหรา ใบหน้าสะสวยที่โครงหน้าถอดแบบมาจากกวินอย่างไร้ที่ติ กำลังยืนยิ้มแย้มรอให้เจ้าของห้องเปิดประตูต้อนรับ... และเธอก็คือคนเดียวกับที่กวินเพิ่งเอ่ยถึงด้วยความเกลียดชังเมื่อไม่กี่นาทีก่อน แม่ของกวิน... ยืนอยู่หน้าประตูห้องของรินแล้ว! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะเวียนมาสัมผัสความฟินปนดราม่าในตอนนี้ แล้วมาลุ้นระทึกกับการปะทะคารมขั้นสุดในตอนหน้าด้วยกันนะคะ!
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายร้อยใจปากแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%