กลิ่นอายน้ำหอมแบรนด์นิชราคาแพงลอยวนอยู่รอบตัว ทว่าบรรยากาศรอบกายกลับคุกกรุ่นราวกับมีประตูนรกเปิดรออยู่ตรงหน้า เมธายังคงแย้มยิ้มด้วยรอยยิ้มแบบนักธุรกิจเจ้าเล่ห์ ปลายนิ้วเรียวยาวของเขาเกือบจะแตะโดนกรอบหน้าเนียนของรินอยู่รอมร่อ หากไม่มีแรงกระชากมหาศาลดึงร่างบางให้ปลิวหวือเข้าไปปะทะกับแผงอกแข็งแกร่งของใครอีกคนเสียก่อน
"อุ๊บ...!" รินอุทานเบาๆ ด้วยความตกใจ ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อแผ่นหลังชนเข้ากับเนื้อผ้าสูทเนื้อดี กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นเมนทอลเย็นยะเยือกที่คุ้นจมูกเป็นอย่างดีทำให้ไม่ต้องเดาเลยว่าเจ้าของอ้อมแขนนี้คือใคร
กวิน...
CEO หนุ่มผู้รักความสมบูรณ์แบบยืนตระหง่านอยู่เบื้องหลัง รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาราวกับน้ำแข็งขั้วโลก ดวงตาคมกริบกวาดมองมือของเมธาที่ค้างกลางอากาศด้วยสายตาดุจใบมีดโกนอาบยาพิษ หากสายตาสามารถฆ่าคนได้ เมธาคงพรุนเป็นรังผึ้งไปนานแล้ว
"เล่นอะไรกัน... ทุเรศ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาทีละคำ มันไม่ได้ดังมากนัก แต่ทรงพลังและเต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธที่เจ้าตัวพยายามกดเอาไว้จนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน
เมธาชักมือกลับช้าๆ รอยยิ้มบนใบหน้าคมคายไม่ได้ลดน้อยลงเลย ตรงกันข้าม... แววตาของคู่แข่งทางธุรกิจรายนี้กลับพราวระยับด้วยความสนุกสนาน ราวกับเจอของเล่นชิ้นใหม่ที่ถูกใจเข้าเต็มเปา
"อ้าว... คุณกวินนี่เอง ผมนึกว่าใคร" เมธาหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงกวนประสาทถูกงัดออกมาใช้ทันที "แค่ทักทายกับคนโปรดของคุณตามประสาคนคุ้นเคย... หรือว่าหวงก้างจนทนดูไม่ได้ ถึงต้องรีบพุ่งเข้ามาขนาดนั้นล่ะครับ"
คำว่า 'หวงก้าง' กระแทกเข้าโสตประสาทของกวินเข้าอย่างจัง สันจโดรนคมสันกระตุกเกร็ง รินที่ยืนอยู่ระหว่างอ้อมแขนแกร่งสัมผัสได้ถึงแรงกระชับที่เอวคอดซึ่งบีบแน่นขึ้นจนเริ่มเจ็บ ร่างสูงใหญ่ขยับก้าวขึ้นมาบังร่างของเขาไว้ครึ่งหนึ่ง ราวกับต้องการประกาศความเป็นเจ้าของโดยสัญชาตญาณ แต่มือหนากลับยังทำฟอร์มสะบัดออกเบาๆ ทำทีเป็นรังเกียจเต็มประการ
"หวงก้างเหรอ? คุณเอาสมองส่วนไหนคิด เมธา" กวินแค่นหัวเราะเสียงเย็น เหยียดยิ้มมุมปากอย่างดูแคลน "คนอย่างผม ถ้าไม่ใช่ขยะเปียก... ก็ไม่มีวันเก็บมากินซ้ำซากหรอก รินก็แค่ลูกน้องในความดูแลที่ยังทำงานไม่คุ้มเงินเดือนที่ผมจ่ายไปเท่านั้น"
รินเม้มปากแน่นทันที ความรู้สึกจี๊ดที่อกซ้ายแล่นริ้วขึ้นมาพร้อมกับความหมั่นไส้ที่พุ่งทะยานถึงขีดสุด ไอ้บ้ากวิน! ปากหมาแบบนี้ต้องโดนสักทีถึงจะหายซ่า!
"อ๋อเหรอครับ... ลูกน้องในความดูแลที่ไหน เขาเอาหน้าแนบอกแล้วกอดกันแน่นขนาดนั้น" เมธายักคิ้วกวนๆ สายตาเจ้าเล่ห์กวาดมองสำรวจรินตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความจงใจยั่วโมโห "แต่ถ้าคุณกวินเบื่อ หรือคิดว่าเด็กนี่ทำงานไม่คุ้มเงินเดือนจริงๆ... ทางผมยินดีรับช่วงต่อนะครับ ค่าตัวเท่าไหร่ ผมจ่ายให้เป็นสองเท่าเลย"
*เปรี้ยง!*
คำพูดนั้นเหมือนจุดชนวนระเบิดเวลาที่กวินพยายามอดกลั้นไว้ ร่างสูงพุ่งเข้าหาเมธาโดยไม่ทันตั้งตัว หมัดหนักๆ เกือบจะพุ่งเข้าเสยปลายคางคมคายนั้นอยู่แล้ว หากรินไม่ตัดสินใจยื่นมือไปคว้าแขนเสื้อสูทของกวินไว้เสียก่อน
"พอได้แล้วครับคุณกวิน!" รินเอ็ดเสียงเขียว ดวงตากลมโตตวัดมองหน้าเจ้านายตัวดีด้วยความหงุดหงิดระคนไม่พอใจ "จะมาบ้าเลือดอะไรตรงนี้ คนมองกันทั้งงานแล้วนะ!"
กวินชะงัก ก้มลงมองมือเรียวที่กำแขนเสื้อเขาแน่น สายตาดุดันอ่อนลงชั่วเสี้ยววินาทีเมื่อสบเข้ากับดวงตาเรียวรีที่ฉายแววตำหนิอย่างเปิดเผย ทว่าทิฐิและฟอร์มจัดระดับ 10 ก็ทำให้ชายหนุ่มรีบสะบัดแขนออกทันที ทำเป็นจัดปกเสื้อให้เข้าที่แล้วเชิดหน้าขึ้นสูง
"ใครบ้า? ผมไม่ได้บ้า ริน... อย่าสำคัญตัวผิด" กวินกระแทกเสียงใส่หน้าเขาอย่างไม่ยอมแพ้ "ผมแค่ไม่อยากให้บริษัทเสียชื่อเสียงที่มีลูกจ้างทำตัวรนหาที่ไปยืนอ่อยผู้ชายอื่นกลางงานสังคม แค่นั้นแหละ!"
"อ่อย?" รินทวนคำ เสียงสูงปรี๊ด เลือดขึ้นหน้าจนแก้มใสแดงก่ำด้วยความโกรธ "พูดให้มันดีๆ นะคุณกวิน! ใครอ่อยวะ เขายังไม่ได้ทำอะไรผมเลย คนที่พุ่งเข้ามาดึงคนอื่นแบบเสียมารยาทมันคือคุณต่างหาก!"
"เถียงคำไม่ตกฟากนะริน!"
"ก็คุณมันหาเรื่องก่อน!"
เมธายืนมองการปะทะฝีปากของคนทั้งคู่ด้วยรอยยิ้มขบขัน ดวงตาคู่คมเป็นประกายพราวระยับ เขารู้ดีว่าจุดอ่อนของกวินคืออะไร และเขาก็สนุกเหลือเกินที่ได้เห็น CEO ผู้ไร้พ่ายคนนี้แสดงอาการ 'หวงก้าง' ออกมาอย่างชัดเจนโดยที่เจ้าตัวยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ
"ดูท่าทางวันนี้ผมคงรบกวนเวลาส่วนตัวของคุณสองคนมากเกินไป" เมธายกมือขึ้นระดับอกเชิงยอมแพ้ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ยังคงประดับบนใบหน้า "เอาเป็นว่า... ผมขอตัวก่อนดีกว่า ไว้เราค่อยคุยกันใหม่นะ... ริน"
ประโยคหลัง เมธาจงใจหันไปยิ้มหวานให้ริน พร้อมกับส่งสายตาแพรวพราวระยับใส่ ทำเอากวินที่ยืนอยู่ข้างๆ หน้าตึงเปรี๊ยะ เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบๆ อีกรอบ ร่างสูงก้าวขวางหน้าเมธาไว้ทันทีด้วยรังสีอำมหิต
"ไสหัวไปซะ ก่อนที่ผมจะหมดความอดทนแล้วอัดคุณตรงนี้"
เมธายักไหล่อย่างไม่สะทกสะท้าน หมุนตัวเดินจากไปพร้อมกับเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ทิ้งให้บรรยากาศรอบตัวเหลือเพียงความอึดอัดและคุกรุ่น
เมื่อเห็นว่าศัตรูตัวฉกาจลับสายตาไปแล้ว กวินก็หันขวับกลับมาหารินทันที ดวงตาคู่คมดุจเหยี่ยวจ้องมองคนตัวเล็กที่ยืนกอดอกเชิดหน้าใส่อย่างไม่เกรงกลัว
"ส่วนเธอกลับไปรอผมที่รถ เดี๋ยวนี้!" สั่งเสียงเข้ม แกมบังคับ
"ทำไมผมต้องทำตามที่คุณสั่งด้วย ห๊ะ?" รินเชิดหน้าเถียงกลับทันควัน ไม่มีความเกรงกลัวหลงเหลืออยู่ในแววตานั้นเลยสักนิด "คุณไม่ใช่พ่อผมนะคุณกวิน!"
"ริน!" กวินกัดฟันกรอด ยื่นมือหนาออกไปหมายจะคว้าข้อมือเล็กมาลากตัวกลับ แต่รินไวกว่าก้าวถอยหลังหลบได้อย่างเฉียดฉิว พร้อมกับแลบลิ้นใส่แบบกวนประสาท
"แบร่! ฝันไปเถอะว่าผมจะยอม..."
รินยังพูดไม่ทันจบประโยคด้วยซ้ำ จู่ๆ แสงไฟในห้องจัดเลี้ยงก็ดับวูบลงพร้อมเพรียงกัน ความมืดมิดโรยตัวลงคลุมพื้นที่ชั่วขณะ ตามมาด้วยเสียงฮือฮาเบาๆ จากแขกเหรื่อรอบงาน
ก่อนที่เสียงเพลงจังหวะนุ่มนวลจะดังขึ้นพร้อมกับสปอตไลท์ดวงใหญ่ที่สาดส่องลงมากลางฟลอร์ ทว่า... สิ่งที่ทำให้ลมหายใจของรินสะดุดกัก ไม่ใช่เสียงดนตรีหรือแสงสีเหล่านั้น
แต่เป็นร่างของบุคคลที่สาม... บุคคลที่กวินและรินไม่มีวันคาดคิดว่าจะมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ในเวลานี้!
ดวงตากลมโตของรินเบิกกว้างขึ้นสุดขีด ในขณะที่กวินหันขวับไปมองผู้มาใหม่ พร้อมกับความจริงบางอย่างที่กำลังจะถูกเปิดเผยในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า!
* * *
ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
พันธะร้ายร้อยใจปากแข็ง•ตอนที่ 8
อาการหวงก้างแบบไม่รู้ตัว
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายร้อยใจปากแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!