"ถ้าคุณยังเดินเข้ามาใกล้อีกก้าวเดียว ผมจะถือว่าคุณฉวยโอกาส"
เสียงหวานใสที่เอ่ยขึ้นไม่ได้มีความเกรงกลัวเจืออยู่เลยแม้แต่น้อย รินยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ครัวหินอ่อน ดวงตากลมโตราวกับลูกแก้วคริสตัลมองตรงไปยังร่างสูงใหญ่ของกวินที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ทีละนิด บรรยากาศภายในบ้านพักตากอากาศริมทะเลแห่งนี้อบอวลไปด้วยความเงียบสงบยามค่ำคืน มีเพียงเสียงคลื่นซัดสาดกระทบฝั่งแผ่วเบาเป็นฉากหลัง ทว่าความระอุระหว่างคนทั้งสองกลับร้อนแรงเสียจนแทบจะหลอมละลายทุกอย่างรอบตัวให้กลายเป็นจุล
กวินหยุดยืนห่างจากร่างเพิ่งพ้นวัยรุ่นมาไม่เท่าไหร่เพียงแค่ก้าวเดียว ดวงคมกราบกรานมองสำรวจคนตรงหน้าด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา ภายใต้ความนิ่งขรึมและมามาด CEO ผู้ทรงอิทธิพล ซ่อนความคลั่งรักเอาไว้จนแทบจะระเบิดออกมาทุกวินาที ปากหยักได้รูปเหยียดยิ้มร้ายกาจตามสไตล์ผู้ชายปากแข็งที่ต่อให้ใจละลายเป็นน้ำทิพย์แล้ว ปากก็ยังคงหาเรื่องกัดได้ไม่หยุด
"ฉวยโอกาสอะไรกันครับ... เอ่อ, หมายถึง ฉวยโอกาสอะไรกันริน ผมเป็นเจ้าของบ้านหลังนี้ พื้นที่ตรงนี้เป็นของผมทุกตารางนิ้ว รวมถึงคนที่ยืนทำหน้าอวดดีอยู่ตรงนี้ด้วย" กวินแกล้งเปลี่ยนสรรพนามเมื่อเกือบเผลอหลุดปากพูดคำคุ้นเคยตามความเคยชิน ร่างสูงโน้มใบหน้าลงไปหาคนที่ตัวเล็กกว่าเล็กน้อย จนปลายจมูกเกือบจะชนกันหากรินไม่เบี่ยงหน้าหนีเสียก่อน
"เจ้าของบ้านไม่จำเป็นต้องทำตัวรุ่มร่ามกับแขกผู้ (จำใจ) มาพักด้วยหรอกนะคะคุณกวิน ถอยไปเลยค่ะ เกะกะ ทางเดินแค่นี้ทำไมต้องเดินมาเบียดด้วยเล่า" รินเอื้อมมือเรียวผลักอกแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามภายใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนอย่างไม่เกรงกลัว ทว่าอีกฝ่ายกลับไวกว่า คว้าข้อมือบางรวบไว้ด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย แล้วดึงรั้งเข้าไปประชิดแนบอกจนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันไอร้อนผ่าว
ดวงตาคมกริบก้มมองริมฝีปากสีพีชที่เอาแต่ต่อล้อต่อเถียงไม่ยอมหยุด ตั้งแต่เดินทางมาถึงบ้านพักริมทะเลหลบความวุ่นวายตามคำสั่งของแพทย์และเลขาฯ ส่วนตัว รินก็ไม่เคยทำให้เขาได้พักสมองจากความปั่นป่วนเลยสักนาทีเดียว ปากบอกว่าเหนื่อยจากการเดินทาง แต่อวดเก่งเถียงเขาฉอดๆ ได้ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ
"ปากดีแบบนี้ตลอด... ไม่เหนื่อยบ้างหรือไง หืม?" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยลอดไรฟันช่างชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ กวินก้มหน้าลงต่ำจนเส้นผมสีเข้มปรกหน้าผาก แววตาดุดันแฝงประกายความอ่อนโยนที่เจ้าตัวมักจะซ่อนไว้ภายใต้กำแพงความเย่อหยิ่งเสมอ
"ถ้าเหนื่อยเพราะต้องมาต่อปากต่อคำกับคนเผด็จการอย่างคุณ ผมคงตายไปนานแล้วค่ะ ปล่อยได้แล้ว ขนมปังปิ้งจะไหม้หมดแล้วเห็นไหม" รินพยักเพยิดไปทางเตาปิ้งขนมปังด้านหลัง ซึ่งส่งกลิ่นหอมกรุ่นของเนยและแยมสตรอว์เบอร์รีลอยฟุ้งไปทั่วห้องครัวสไตล์โมเดิร์น
กวินไม่ยอมปล่อยมือทันที เขากลับใช้นิ้วมืออีกข้างเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยลงมาเคลียข้างแก้มเนียนใสอย่างเบามือ สัมผัสที่แผ่วเบาราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะแตกสลายนั้นขัดกับคำพูดร้ายกาจโดยสิ้นเชิง "ใครบอกให้คุณลุกขึ้นมาทำมื้อดึกเองล่ะ อยากกินอะไรทำไมไม่ปลุกผม..."
"ไม่อยากเป็นภาระให้ท่านประธานผู้แสนยิ่งใหญ่ต้องลำบากตื่นมาทำอาหารให้เด็กกะโปโลอย่างผมกินหรอกครับ... อื้อ!"
คำพูดประชดประชันถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อกวินก้มลงปิดริมฝีปากอิ่มที่เอาแต่เถียงไม่หยุดด้วยความหมั่นเขี้ยว สัมผัสแรกนุ่มนวลและเจือความดุดันตามนิสัยของคนเอาแต่ใจ รินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ชั่วพริบตาเดียวที่สติหลุดลอยไปกับรสสัมผัสวาบหวามที่ถูกส่งมอบมาอย่างไม่ทันตั้งตัว มือบางที่เคยพยายามผลักไสเปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตของอีกฝ่ายแน่นโดยไม่รู้ตัว ความหวานละมุนจากแยมสตรอว์เบอร์รีที่ติดอยู่ริมฝีปากผสมผสานกับความอบอุ่นเร่าร้อนที่กวินจงใจตักตวง สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วสรรพางค์กาย
เนิ่นนานกว่าที่กวินจะยอมผละริมฝีปากออกอย่างเสียดาย ดวงตาคู่คมฉายแววพึงพอใจเมื่อเห็นใบหน้าหวานขึ้นสีแดงจัดลามไปถึงใบหู รินหอบหายใจเบาๆ เปลือกตาปิดสนิทเพื่อตั้งสติจากพายุอารมณ์ที่อีกฝ่ายเพิ่งพัดผ่านเข้ามา หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองเพลจนน่ากลัวว่ามันจะทะลุออกมานอกอก
"หวาน..." กวินกระซิบเสียงพร่าชิดริมฝีปากที่ยังคงบวมเจ่อเล็กน้อย "อร่อยกว่าขนมปังพวกนี้เยอะ"
"คุณ... คนฉวยโอกาส คนฉวยโอกาสหน้าไม่อาย!" รินยกมือขึ้นตีไหล่กว้างไปทีหนึ่งด้วยความเขินอายปนโมโห ใบหน้าร้อนผ่าวจนต้องเบือนหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนรอยยิ้มที่เผลอหลุดออกมา
กวินหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่ความเครียดจากปัญหาธุรกิจและการแย่งชิงอำนาจในบริษัทมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นแปลกประหลาดที่เกาะกุมหัวใจ เขาโอบเอวบางเข้ามาแนบชิดอีกครั้งอย่างถือวิสาสะ โดยที่รินทำได้เพียงค้อนขวับส่งให้อย่างคาดโทษแต่ก็ไม่ได้ขัดขืนอะไร ปล่อยให้ความเงียบสงบยามค่ำคืนและเสียงคลื่นซัดหาดทรายโอบล้อมคนทั้งคู่ไว้ในโลกใบเล็กๆ ที่มีเพียงเราสองคน
ทว่า ความสงบสุขมักมีราคาที่ต้องจ่ายเสมอ และความสุขในค่ำคืนนี้ก็ช่างแสนสั้น...
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูกระจกบานเลื่อนด้านหน้าที่เชื่อมต่อกับระเบียงริมหาดดังขึ้นกะทันหัน ทำลายบรรยากาศโรแมนติกให้แตกกระจายในเสี้ยววินาที กวินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ ดวงตาคมตวัดมองไปยังความมืดสลัวนอกกระจกทันทีด้วยแววตาดุดันดั่งพญาอินทรีที่ถูกรบกวนเวลาล่าเหยื่อ
รินสะดุ้งเล็กน้อย ผละออกจากอ้อมแขนอบอุ่นแล้วหันไปมองตามเสียงนั้นด้วยความสงสัย บ้านพักหลังนี้ตั้งอยู่บนหาดส่วนตัวที่ไม่มีใครล่วงล้ำเข้ามาได้ง่ายๆ นอกจากคนที่มีรหัสผ่านประตูหรือ...
เงาร่างสูงโปร่งของใครบางคนทาบทับลงบนกระจกใส แสงไฟสลัวจากสวนด้านนอกสาดส่องให้เห็นใบหน้าคมคายและรอยยิ้มเยือกเย็นที่คุ้นเคยเป็นอย่างดี—เมธา ยืนถือวิสาสะอยู่ที่ระเบียง พร้อมกับรอยยิ้มเย้ยหยันที่ส่งตรงมาให้คนทั้งคู่ผ่านกระจกใส
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะเวียนมาสัมผัสความฟินปนดราม่าในตอนนี้ แล้วมาลุ้นระทึกกับการปะทะคารมขั้นสุดในตอนหน้าด้วยกันนะคะ!
พันธะร้ายร้อยใจปากแข็ง•ตอนที่ 26
ความหวานที่ซ่อนอยู่
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายร้อยใจปากแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!