พันธะร้ายร้อยใจปากแข็ง•ตอนที่ 31

ความเชื่อมั่นที่สั่นคลอน

ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
"ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะคะ... น้องกร" เสียงหวานหยดย้อยที่ลอยละลิ่วเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวของกวิน ไม่ได้ทำให้บรรยากาศรอบตัวผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน มันกลับสร้างแรงกดดันชนิดที่ทำให้คนฟังรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง รินที่ยืนกอดอกพิงขอบกระจกใสบานใหญ่มองภาพนั้นด้วยแววตานิ่งสนิท แต่ลึกๆ แล้วปลายนิ้วที่ประสานกันไว้ที่หน้าท้องกลับจิกเข้าหากันแน่นจนขึ้นรอยแดง กร—น้องชายต่างมารดาที่เพิ่งก้าวเท้าเข้ามาพร้อมรอยยิ้มพราวเสน่ห์ แต่ซ่อนแววตาดุจงูพิษไว้ภายใต้ความขี้เล่น เดินดุ่มๆ เข้ามากลางห้องโดยไม่ต้องรอให้ใครเชิญ สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องทำงานสุดหรูราวกับกำลังสำรวจอาณาจักรที่เขากำลังจะเข้ามาฮุบ "โอ้โห พี่กวิน... ต้อนรับน้องชายด้วยความเงียบแบบนี้ เสียใจแย่เลยนะครับ" กรลากเสียงกวนประสาทพลางทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟารับแขกหนังแท้อย่างถือวิสาสะ ดวงตาคู่คมเหลือบมองไปยังร่างระหงของหญิงสาวในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงที่ยืนอยู่ข้างกายกวิน "อ้อ... อยู่กันพร้อมหน้าเลยนี่นา พี่พิมพ์พรรณ ก็อยู่ด้วยเหรอครับเนี่ย นึกว่าช่วงนี้จะยุ่งกับการเตรียมงานแต่งจนปลีกตัวไม่มาซะอีก" พิมพ์พรรณสะดุ้งเล็กน้อย เธอส่งยิ้มเจื่อนๆ ให้กร ก่อนจะหันไปสบตากับกวินที่นั่งนิ่งเป็นรูปปั้นหิน ทว่าดวงตาคมปลาบของซีอีโอหนุ่มกลับไม่ได้มองที่น้องชายต่างมารดา แต่มันเลื่อนไปหยุดอยู่ที่ร่างของรินแทน รินแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่แห้งแล้งและเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน ทำให้กวินต้องขมวดคิ้วมุ่น "งานแต่งเหรอคะ?" รินทวนคำ เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่เฉียบคมจนคนฟังต้องชะงัก "นี่ฉันตกข่าวอะไรไปหรือเปล่าคะคุณกวิน... หรือว่าข่าวลือเรื่องการหมั้นหมายระหว่างคุณกับคุณพิมพ์พรรณ ที่พวกคุณพยายามปฏิเสธนักหนาว่ามันเป็นแค่เกมธุรกิจ ตอนนี้มันกลายเป็น 'เรื่องจริง' ที่ประกาศกร้าวให้คนนอกอย่างฉันต้องร่วมแสดงความยินดีด้วยแล้วล่ะ?" กวินขบกรามแน่น สันจมูกโด่งเป็นสันนูนขึ้นด้วยความไม่สบอารมณ์ เขารู้ดีว่ารินกำลังโกรธ และความโกรธนั้นก็ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความนิ่งเฉยที่น่าหมั่นไส้ที่สุด "ริน... อย่าเพิ่งใช้อารมณ์" กวินเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ เจือความรำคาญใจที่เขาเองก็แยกไม่ออกว่ารำคาญสถานการณ์ หรือรำคาญตัวเองที่กำลังหงุดหงิดเพราะสายตาตัดพ้อที่รินส่งมา "อารมณ์เหรอคะ?" รินย้อนถาม เสียงสูงขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตที่เคยมีแต่ความท้าทาย บัดนี้กลับไหวระริกด้วยความรู้สึกบางอย่างที่พยายามกลั้นไว้ "ฉันจะเอาอารมณ์มาจากไหนล่ะคะ ในเมื่อตั้งแต่ต้นจนจบ ฉันเป็นแค่... คนนอกที่ยืนดูพวกคุณเล่นละครฉากใหญ่กันอยู่ฝ่ายเดียว!" บรรยากาศในห้องอึมครึมลงถนัดตา กรที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาอมยิ้มชอบใจ เขาชื่นชอบเหลือเกินเวลาที่เห็นพี่ชายผู้แสนสมบูรณ์แบบจนน่าหมั่นไส้คนนี้เพลี่ยงพล้ำ โดยเฉพาะเวลาที่ความสัมพันธ์ระหว่างกวินกับรินมีรอยร้าว "แหม คุณรินครับ อย่าเพิ่งน้อยใจไปเลยนะ" กรแสร้งทำเป็นเอ่ยปลอบโยน แต่แววตากลับพราวระยับด้วยความสะใจ "พี่กวินเขาก็เป็นแบบนี้แหละครับ ปากแข็ง ใจร้าย และไม่เคยแคร์ความรู้สึกใคร... ขนาดพี่พิมพ์พรรณอุตs่าห์ยอมเป็นคู่หมั้นให้เพื่อช่วยกอบกู้หน้าตาบริษัท พี่กวินเขายังทำเหมือนเป็นแค่เรื่องไร้สาระเลยจริงไหมครับพี่?" กรจงใจเน้นคำว่า 'คู่หมั้น' เพื่อตอกย้ำสถานะ และมันได้ผลชะเด็ด รินเม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาในอกจนแทบหายใจไม่ออก แม้สมองจะคอยบอกตัวเองว่าเขากับกวินไม่ได้เป็นอะไรกัน แค่คนสองคนที่ข้อตกลงทางธุรกิจผูกพันกันไว้ แต่ทำไม... หัวใจเจ้ากรรมถึงได้รู้สึกเหมือนถูกบีบด้วยมือที่มองไม่เห็นแบบนี้ รินกวาดสายตามองกวินอีกครั้ง หวังว่าผู้ชายปากแข็งคนนั้นจะเอ่ยอะไรออกมาสักคำเพื่อปฏิเสธข่าวลือ หรืออย่างน้อยก็เพื่อรักษาความรู้สึกของคนที่ยืนอยู่ตรงนี้ แต่สิ่งที่กวินทำ... มีเพียงความเงียบ ความเงียบที่บาดลึก และคำตอบที่ชัดเจนยิ่งกว่าคำพูดใดๆ กวินไม่ได้ปฏิเสธ... เขานิ่งเงียบ ยอมรับสถานะคู่หมั้นกับพิมพ์พรรณอย่างจำยอมด้วยเหตุผลทางธุรกิจ หรือเหตุผลอื่นใดก็ตามที่รินไม่อาจล่วงรู้ได้ แต่นั่นมันก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ความเชื่อมั่นที่รินมีต่อความสัมพันธ์ครั้งนี้พังทลายลงในพริบตา "เข้าใจแล้วค่ะ..." รินแค่นยิ้มหยันให้กับตัวเอง น้ำใสๆ รื้นขึ้นที่ขอบตาอย่างห้ามไม่อยู่ แต่รินรีบกะพริบตาไล่ความอ่อนแอทิ้งไปอย่างรวดเร็ว "ถ้าการนิ่งเงียบของคุณคือคำตอบ ฉันก็คงไม่มีอะไรจะพูดต่อแล้วล่ะค่ะ... ขอตัวนะคะ" ร่างระหงหมุนตัวกลับทันทีอย่างไร้เยื่อใย หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความเจ็บปวดและทิฐิที่ค้ำคอ รินก้าวเท้าฉับๆ ไปที่ประตูห้องทำงาน โดยไม่คิดจะหันกลับไปมองสีหน้าของใครหน้าไหนอีก "ริน!" กวินผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ทันที ร่างสูงก้าวพรวดเดียวหมายจะตามไปคว้าแขนเรียวไว้ แต่เสียงหวานของพิมพ์พรรณก็เอ่ยแทรกขึ้นเสียก่อน "กวินคะ... คุณแม่โทรมาตามเรื่องฤกษ์แต่งงานแล้วค่ะ ท่านบอกว่าให้รีบเคลียร์ให้จบภายในสัปดาห์นี้" กวินชะงักฝีเท้า ใบหน้าหล่อเหลาตึงเครียดขึ้นในทันที เขากวาดสายตามองไปที่ประตูห้องที่เพิ่งปิดลงพร้อมกับเสียงกริ๊กเบาๆ รินเดินออกไปแล้ว... เดินออกไปจากห้องนี้ พร้อมกับความเข้าใจผิดที่ฝังรากลึกเกินกว่าจะอธิบาย ดวงตาคมกริบของกวินหันกลับมามองน้องชายตัวแสบที่นั่งลอยหน้าลอยตาอยู่บนโซฟา ก่อนจะเลื่อนไปสบตากับพิมพ์พรรณที่ส่งยิ้มหวานหยดให้ ความหงุดหงิดพุ่งปรี๊ดจนเส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบ "นายพอใจหรือยัง กร..." กวินเค้นเสียงลอดไรฟัน แววตาดุดจนน่ากลัว "ถ้าเล่นละครฉากนี้จบแล้ว ก็ไสหัวออกไปจากห้องฉันซะ!" กรหัวเราะในลำคออย่างไม่สะทกสะท้าน เขายืนขึ้นเต็มความสูง ปัดเสื้อสูทราคาแพงเบาๆ ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้พี่ชายแล้วกระซิบด้วยเสียงที่ได้ยินกันแค่สองคน "ยังหรอครับพี่กวิน... ละครฉากนี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นต่างหาก และผมบอกเลยว่า... ตอนจบของพี่ มันจะไม่สวยงามอย่างที่คิดแน่นอน" กรทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นก่อนจะเดินผิวปากออกจากห้องไป ปล่อยให้กวินยืนกำหมัดแน่นด้วยความโกรธเกรี้ยว ความรู้สึกกระวนกระวายใจตีรวนขึ้นมาอย่างรุนแรงเมื่อนึกถึงแววตาตัดพ้อของรินเมื่อครู่ กวินตัดสินใจก้าวเท้าตามออกไปทันที เขาปล่อยให้เรื่องนี้คาราคาซังไม่ได้เด็ดขาด! ทว่า... เมื่อกวินเปิดประตูห้องทำงานออกไปเพื่อจะตามหาริน ภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าตรงทางเดินยาว กลับทำให้ฝีเท้าของซีอีโอหนุ่มต้องหยุดชะงักกึก รินไม่ได้เดินหนีไปไหนไกล... แต่ร่างบางกลับยืนพิงผนังกำแพงอยู่ไม่ห่างจากประตูห้องนัก โดยมีร่างสูงโปรดของใครอีกคนกำลังยืนโน้มตัวลงกระซิบกระซาบข้างใบหูขาวสะอาดด้วยท่าทางสนิทสนมเกินกว่าคนรู้จักทั่วไป และเมื่อคนๆ นั้นหันกลับมาสบตากับกวิน รอยยิ้มเยาะเย้ยก็ปรากฏขึ้นบนมุมปาก "อ้าว... สวัสดีครับพี่กวิน ไม่คิดว่าจะออกมาส่งผมไวขนาดนี้นะเนี่ย" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของ "ตุ๊กตาโบราณ" เสมอมานะคะ!
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายร้อยใจปากแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%