พันธะร้ายร้อยใจปากแข็ง•ตอนที่ 32

รินขอลาออก

ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
เสียงปิดประตูกระจกเบาหวิวแต่กลับดังสะท้อนก้องอยู่ในความรู้สึกของคนฟังจนน่ารำคาญ นรินยืนนิ่งอยู่หน้าโต๊ะทำงานของตัวเองในห้องชุดผู้บริหาร แฟ้มเอกสารสีน้ำตาลหนาเตอะในมือสั่นน้อยๆ ตามแรงบีบปลายนิ้วที่ขาวซีด สายตาคู่หวานมองรอยยิ้มกริมและท่าทางกวนประสาทของเมธาที่เพิ่งเดินคล้อยหลังออกไปเมื่อครู่ ประโยคบอกลาเมื่อครู่ของอีกฝ่ายยังวนเวียนอยู่ในหัว ราวกับตะปูดอกใหญ่ที่ตอกย้ำความโง่เขลาของตัวเอง *‘พี่กวินใจดีกับคุณขนาดนี้เชียวเหรอครับ นริน... ถึงได้ยอมลงมาส่งผมถึงลิฟต์แถมยังยิ้มให้กันซะหวานหยด’* คำพูดเสี้ยมหนามที่เต็มไปด้วยเจตนาชั่วร้ายของเมธายังคงบาดลึก แต่สิ่งที่เจ็บยิ่งกว่าคือความจริงที่ว่า... กวินไม่เคยคิดจะอธิบายอะไรเลย นอกจากยืนมองเขาด้วยสายตานิ่งสนิท ไร้ซึ่งความรู้สึก ราวกับเขาเป็นแค่ลูกจ้างชั้นต่ำคนหนึ่งที่ทำตัวน่ารำคาญ “หึ...” เสียงหัวเราะเยาะหยันตัวเองดังลอดริมฝีปากบางที่เม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง นรินวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะกระแทกกระทั้นเบาๆ เพื่อระบายความอัดอั้นตันใจ ความรู้สึกเจ็บแปลบที่แล่นพล่านจากอกลามขึ้นมาถึงขอบตาช่างน่าสมเพช เขาทุ่มเททำงานให้บริษัทนี้ เอาใจใส่ผู้ชายปากแข็งคนนั้นยิ่งกว่าใคร ยอมแม้กระทั่งถูกอีกฝ่ายด่าทอสารพัดเพื่อแลกกับการได้เห็นมุมที่อ่อนโยนบ้างในบางครา แต่สุดท้ายแล้ว... มันก็เป็นได้แค่ความหลงandผิดคิดไปเอง กวินไม่เคยไว้ใจเขา... กวินมองเขาเป็นแค่คนโง่คนหนึ่งที่วิ่งตามเกมของเมธา พรึบ! ลิ้นชักโต๊ะทำงานถูกกระชากเปิดออกด้วยความเร็ว ร่างเพรียวหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากแฟ้มส่วนตัว ปากกาหมึกซึมด้ามหรูที่กวินเคยซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดย้อนหลังถูกหยิบขึ้นมาจรดลงบนกระดาษอย่างไม่ลังเล ลายมือหวัดแต่สวยงามบรรจงเขียนข้อความสั้นๆ ลงไป... *ใบลาออก* คำนี้มันง่ายเพียงแค่ใช้เวลาไม่ถึงนาทีในการเขียน แต่มันกลับใช้เวลาเกือบสองปีในการตัดสินใจ “นริน!” เสียงทุ้มต่ำคุ้นเคยที่ตะโกนก้องมาจากหน้าห้องทำงานส่วนตัวทำให้มือที่กำลังวางปากกาชะงัก ประตูไม้เนื้อดีถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท กวินก้าวฉับๆ เข้ามาด้วยใบหน้าบึ้งตึง ดวงตาคมกริบฉายแววคุกกรุ่นและหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด ความนิ่งสงบที่เป็นเกราะป้องกันตัวของ CEO หนุ่มในยามปกติพังทลายลงสิ้นเชิงเมื่อเห็นท่าทีเฉยชาและแฟ้มเอกสารบนโต๊ะของคนตรงหน้า “คุณเป็นบ้าอะไรอีก ทำไมถึงลงไปส่งมันถึงข้างล่าง แถมยังทำหน้าเหมือนคนสติหลุดแบบนั้นตอนอยู่ต่อหน้าคู่แข่งทางธุรกิจ” กวินเปิดฉากพ่นคำพูดเชือดเฉือนใส่ทันทีตามสไตล์คนซึนที่ควบคุมอารมณ์ไม่เป็น ยิ่งเห็นรินนิ่งเงียบลดสายตามองต่ำ เขากยิ่งหัวเสียมากขึ้นไปอีก “หูหนวกหรือไง ผมถามทำไมไม่ตอบ!” นรินค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆ แววตาคู่สวยที่เคยทอประกายความดื้อรั้นและซุกซน ตอนนี้กลับว่างเปล่า เยียบเย็น จนกระทั่งกวินเผลอชะงักฝีเท้าที่ก้าวเข้าไปหาโดยไม่รู้ตัว “ครับ ผมมันบ้าเอง” รินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท ไร้ซึ่งอารมณ์ประชดประชันเหมือนทุกครั้ง “บ้าที่คิดว่าตัวเองมีความหมายมากกว่าลูกจ้าง บ้าที่คิดว่าความทุ่มเททั้งหมดมันจะสร้างความไว้ใจได้บ้าง... และบ้าที่สุดที่เคยคิดว่าคุณ... มีหัวใจ” กวินขมวดคิ้วมุ่น ความตึงเครียดแล่นพล่านในอากาศ “คุณพูดเพ้อเจ้ออะไร นริน? แค่เมธามันพูดจาเสี้ยมหนามไม่กี่คำ คุณก็จะสติแตกวิ่งแจ้นมาประชดผมอีกแล้วเหรอ? โตเป็นผู้ใหญ่แล้วนะ ทำตัวเป็นเด็กไปได้” “ใช่! ผมมันเด็ก งี่เง่า และน่ารำคาญ!” นรินระเบิดเสียงใส่หน้าคนตัวสูงอย่างเหลืออด หยดน้ำใสๆ ที่พยายามกลั้นไว้ตั้งแต่เมื่อครู่เอ่อคลอหน่วยตาคู่สวย แต่เจ้าตัวกลับเชิดหน้าขึ้น ไม่ยอมปล่อยให้มันไหลลงมาประจานความอ่อนแอ “ถ้าผมมันน่ารำคาญนัก ทำไมคุณไม่ไล่ผมออกไปซะตั้งแต่แรกเล่า! จะเก็บคนไม่มีค่าแบบนี้ไว้รกหูรกตาทำไมอีก!” “ผมพูดตอนไหนว่าคุณไม่มีค่า!” กวินสวนกลับทันควัน เสียงทุ้มตึงเครียดจนเส้นเลือดข้างขมับปูดโปน ความหวาดกลัวลึกๆ ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีเกรี้ยวกราดทำให้เขาเผลอใช้น้ำเสียงดุดันออกไปเพื่อกลบเกลื่อนความร้อนรนในอก “อย่ามาใช้อารมณ์ตัดสินทุกเรื่องนะ นริน!” “แล้วคุณใช้สมองส่วนไหนตัดสินผมล่ะครับ คุณกวิน!” นรินแค่นหัวเราะ หยิบกระดาษแผ่นหนึ่งบนโต๊ะขึ้นมาแล้วยื่นไปตรงหน้าชายหนุ่มแรงๆ “นี่ครับ... ใบลาออกของผม มีผลทันทีตั้งแต่เวลานี้เป็นต้นไป เชิญคุณหากรรมการบริหารคนใหม่ที่ฉลาดพอจะรองรับอารมณ์และคำดูถูกของคุณได้ตามสบายเลยนะครับ!” กระดาษแผ่นบางร่วงลงกระทบพื้นโต๊ะทำงานต่อหน้าต่อตากวิน ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อกวาดสายตาไปเห็นข้อความลาออกที่เขียนด้วยลายมือคุ้นตา ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความตกใจอย่างรวดเร็ว มือหนาเอื้อมออกไปคว้าข้อมือเรียวไว้แน่นโดยอัตโนมัติ “คุณเล่นบ้าอะไรเนี่ย นริน! ลาออก? คิดว่าบริษัทผมเป็นสนามเด็กเล่นหรือไง อยากทำก็ทำ อยากออกก็ออก!” กวินตวาดเสียงกร้าว แรงบีบที่ข้อมือบางบ่งบอกถึงความร้อนรนที่เจ้าตัวพยายามควบคุมไม่ให้หลุดรอดออกมา “ผมไม่อนุมัติ!” “คุณไม่มีสิทธิ์ไม่อนุมัติผมหรอกครับ!” นรินสะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุมอย่างแรง ดวงตาสองคู่ประสานกันอย่างดุเดือด เพลิงอารมณ์โหมกระหน่ำระหว่างคนทั้งสองจนแทบจะเผาผลาญห้องทำงานนี้ให้เป็นจุล “สัญญาจ้างระบุไว้ชัดเจนว่าพนักงานมีสิทธิ์บอกเลิกสัญญาได้ทันทีโดยสละสิทธิ์เงินชดเชย... และผมก็สิทธิ์นั้นเต็มที่!” “นริน!” กวินคำรามลั่น ขยับก้าวเข้าไปประชิดตัวร่างบางด้วยความโมโหจนแทบคลั่ง มือใหญ่คว้าไหล่ทั้งสองข้างของอีกฝ่ายไว้แน่นราวกับกลัวว่าอีกคนจะหายวับไปกับตา “หยุดงี่เง่าได้แล้ว! มีปัญหาอะไรก็พูดกันดีๆ ทำไมต้องประชดด้วยการลาออกวะ!” “ใครประชด! ผมไม่ได้ประชด!” นรินตะโกนสวนกลับ น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ในที่สุดก็ร่วงเผาะลงมาหยดหนึ่ง แต่เจ้าตัวกลับรีบยกมือขึ้นปัดมันทิ้งอย่างไม่ไยดี ใบหน้าหวานเชิดขึ้นด้วยความทิฐิครั้งสุดท้าย “ผมแค่อยากไปให้พ้นจากผู้ชายปากจัดใจร้ายอย่างคุณ! พอใจหรือยัง!” ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องทำงานชั่วขณะ มีเพียงเสียงหอบหายใจหนักหน่วงของคนทั้งคู่ กวินมองหยาดน้ำตาที่ไหลผ่านแก้มเนียน ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นริ้วเข้ามาในอกอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน คำพูดตัดพ้อและแววตาที่ว่างเปล่าของนรินกำลังกรีดแทงหัวใจของเขาให้แหลกละเอียดทีละน้อย... แต่ทิฐิและปากแข็งที่เป็นนิสัยสันดานกลับทำให้เขาพูดคำว่า 'ขอร้อง' ออกมาไม่ได้ “ถ้าคุณก้าวขาออกไปจากห้องนี้... อย่าหวังว่าจะได้กลับเข้ามาเหยียบที่นี่อีก” กวินขบกรามแน่น เอ่ยเสียงลอดไรฟันด้วยความเคียดแค้นผสมความร้าวราญที่ปิดไม่มิด “วางใจเถอะครับ” นรินยิ้มหยันทั้งน้ำตา ดึงป้ายชื่อพนักงานบนอกเสื้อโยนลงบนโต๊ะตรงหน้าอดีตเจ้านาย “ต่อให้คุณกราบเท้าเชิญ ผมก็ไม่กลับมาเหยียบที่นรกนี่อีกเด็ดขาด” พูดจบ ร่างเพรียวก็หันหลังกลับทันทีโดยไม่ลังเล ฝีเร็วก้าวฉับๆ ไปที่ประตูห้องทำงาน หัวใจเต้นระรัวด้วยความเจ็บปวดและโล่งอกในเวลาเดียวกัน มือเรียวกำลังจะเอื้อมไปบิดลูกบิดประตูเพื่อออกไปเผชิญหน้ากับโลกภายนอกที่ไร้เงาของคนใจร้าย กริ๊ก... เสียงปลดล็อกประตูดังขึ้นจากด้านนอก พร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักเปิดผางเข้ามาเองอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ร่างสูงโปรดของบุคคลที่ไม่คาดฝันก้าวเข้ามาหยุดยืนขวางทางอยู่ตรงธรณีประตูพอดี ใบหน้าหล่อเหลาประดับด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์และแววตาสมเพชเวทนาที่ปิดไม่มิด “อ้าวนริน... ยังไม่ออกมาอีกเหรอครับเนี่ย?” เมธายืนกอดอกพิงกรอบประตู หัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะกวาดสายตามองเลยไปยังร่างของกวินที่ยืนหน้าถมึงทึงอยู่ด้านหลัง “อุ๊ย... ดูท่าทางบรรยากาศจะมาคุแฮะ สงสัยผมคงมาขัดจังหวะเวลา ‘เคลียร์ปัญหาหัวใจ’ ของท่าน CEO ซะแล้วสิครับเนี่ย... หรือว่ากำลังเซ็นใบลาออกกันอยู่พอดี?” -------------------------------------------------------------- *ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจดีกับ "ตุ๊กตาโบราณ" เสมอมานะคะ*
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายร้อยใจปากแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%