พันธะร้ายร้อยใจปากแข็ง•ตอนที่ 3

วันแรกของเจ้านายจอมเผด็จการ

ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
"อุ모... แขกผู้มีเกียรติของเรามาเร็วกว่าที่คิดนะคะ" เสียงทุ้มหวานที่จงใจลากเสียงยาวอย่างเย้ายวนดังขึ้น ทำลายบรรยากาศตึงเครียดในห้องทำงานโอ่อ่าของประธานบริหารลงในพริบตา เมธา ก้าวเท้าเข้ามาด้วยสูทสั่งตัดเข้ารูปสีเทาอ่อน รอยยิ้มมุมปากที่ประดับอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาแบบสำอางนั้น ชวนให้นึกถึงเสือดาวที่กำลังย่างสามขุมเข้าหาเหยื่ออันโอชะ สายตาคมกริบของเขาไม่ได้มองเจ้าของห้องอย่างกวินเลยแม้แต่น้อย หากแต่ทอดมองมาที่ริน—เลขาคนใหม่ที่ยืนตัวตรงแหน่วอยู่ข้างโต๊ะทำงานด้วยประกายตาระยับ กวินขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคมดุหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความไม่พอใจ รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจากตัว CEO หนุ่มจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงทันที "ถ้าไม่มีนัดหมายล่วงหน้า การก้าวก่ายเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวของผม... เขาเรียกว่าเสียมารยาทค่ะ คุณเมธา" กวินสวนกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมดุจใบมีด เมธายักไหล่เบาๆ เดินนองเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานมากขึ้นจนแทบจะชิดร่างของรินที่ยืนคั่นอยู่ตรงกลาง เขาก้มหน้าลงเล็กน้อยเพื่อสบตากับรินระยะประชิด จนคนถูกมองต้องเผลอถอยหลังไปครึ่งก้าวด้วยสัญชาตญาณ "พอดีผมผ่านมาแถวนี้ เลยแวะมาดูว่า... คนเก่งที่ปฏิเสธข้อเสนอของผมเมื่อสัปดาห์ก่อน จะทนทำงานอยู่ภายใต้เงื่อนไขสุดโหดของท่านประธานจอมเผด็จการคนนี้ได้สักกี่น้ำ" เมธาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ จงใจให้ได้ยินกันแค่สามคน รินกระตุกยิ้มมุมปากทันที ความประหม่าเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความกวนประสาทตามธรรมชาติที่ถูกปลุกเร้าขึ้นมาแทนที่ มือเรียวยกขึ้นกอดอกอย่างไร้ความเกรงกลัว "ขอบคุณที่เป็นห่วงนะคะคุณเมธา แต่สัญชาตญาณบอกฉันว่า... อยู่ที่นี่ตื่นเต้นกว่าไปนั่งรับเงินเดือนนิ่มๆ ตั้งเยอะ ได้ฝึกสมองประลองปัญญาแก้โรคอัลไซเมอร์ก่อนวัยอันควรทุกวันเลยค่ะ" กวินที่นั่งฟังอยู่ถึงกับมุมปากกระตุก ปรายตามองร่างบางที่กล้าเหน็บแนมเขาทางอ้อมอย่างเลือดเย็น แต่นัยน์ตากลับพาดประกายบางอย่างที่แม้แต่เจ้าตัวก็ยังไม่แน่ใจว่ามันคือความหงุดหงิดหรือความทึ่งกันแน่ "ปากเก่งไม่เปลี่ยน..." เมธาหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ เอื้อมมือทำทีจะแตะลงบนไหลเนียนของริน แต่ทว่า— *พรึบ!* กวินลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอย่างรวดเร็วจนเก้าอี้หนังราคาแพงไถลไปด้านหลัง เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจเอ่ยแทรกขึ้นตัดหน้าทันที "ถ้าคุยธุระเสร็จแล้ว ก็เชิญออกไปค่ะ ห้องทำงานผมไม่ต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญ และที่สำคัญ... เลขาผม มีเจ้าของสิทธิ์ในการใช้งานแต่เพียงผู้เดียว" คำว่า 'เจ้าของสิทธิ์ในการใช้งาน' ทำเอาดวงตากลมโตของรินเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ หูขาวผุดซับสีเรื่อขึ้นมาวูบหนึ่งอย่างไม่ทันตั้งตัว เมธาเองก็ชะงักไปเช่นกัน รอยยิ้มบนใบหน้าของคู่แข่งทางธุรกิจเจื่อนลงเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะกลบเกลื่อน "หึหึ หวงก้างเสียด้วย... งั้นผมไม่รบกวนเวลาอันมีค่าของคุณกวินแล้วดีกว่า หวังว่าคุณรินจะเปลี่ยนใจมาซบ ภัทรโภคิน กรุ๊ป เมื่อไหร่ ประตูห้องผมเปิดต้อนรับเสมอเด็กรัก..." "เชิญค่ะ!" กวินเน้นเสียงหนักแน่น แววตาดุดันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ เมทายักให้อย่างกวนๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากห้องไปอย่างอารมณ์ดี ทิ้งให้บรรยากาศภายในห้องกลับมาอึมครึมอีกครั้ง ประตูห้องปิดสนิทลง ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ รินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อปรับจังหวะการเต้นของหัวใจที่ดันเต้นผิดจังหวะไปกับประโยคแสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของเมื่อครู่ ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับเจ้านายจอมเผด็จการที่ยืนตีหน้ายักษ์รออยู่แล้ว "มองหน้าทำไม?" กวินกระแทกเสียงถาม หันกลับมานั่งลงที่เก้าอี้ทำงานตามเดิม สีหน้ากลับมาเย็นชาไร้ความรู้สึกอีกครั้ง "เปล่าค่ะ แค่กำลังคิดว่า... ประโยคเมื่อกี้ของท่านประธาน หมายถึงฉันเป็นทาสในเรือนเบี้ย หรือเป็นข้าวของเครื่องใช้ในออฟฟิศกันแน่คะ ถึงได้หวงนัก" รินเลิกคิ้วถามด้วยรอยยิ้มพริမ်း ยืนพิงสะโพกกับขอบโต๊ะทำงานอย่างสบายอารมณ์ ไม่มีความเคารพเกรงกลัวหลงเหลืออยู่เลย กวินเงยหน้าขึ้นสบตา ร่างสูงแผ่รังสีความน่ากลัวออกมาเพื่อกดดันอีกฝ่าย "อย่าสำคัญตัวผิด คุณริน แค่ไม่อยากให้ใครมาหยิบฉวยของในบริษัทไปต่อหน้าต่อตาแค่นั้นเอง ของชิ้นไหนผมยังใช้ไม่คุ้ม... ผมไม่ยอมให้ใครคาบไปกินหรอก" "อ๋อ... เป็นแค่เครื่องมือชิ้นหนึ่งสินะคะ เข้าใจง่ายดีค่ะ" รินพยักหน้ารับอย่างกวนๆ "ถ้าอย่างนั้น ในเมื่อฉันเป็น 'ของใช้' ที่ท่านประธานต้องใช้งานคุ้มค่าเงินเดือน วันนี้มีโปรแกรมทรมานอะไรให้ฉันทำต่อดีคะ เชิญสั่งมาได้เลยค่ะ พร้อมรับแรงกระแทกเต็มที่!" ดวงตาคมกริบของกวินไหววับขึ้นชั่วพริบตา มุมปากหยักลุกขึ้นเป็นรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่ซ่อนความเจ้าเล่ห์เอาไว้ "อยากได้งานหนักนักใช่ไหม... ได้" กวินเอื้อมมือไปหยิบแฟ้มเอกสารหนาปึกสามแฟ้มโยกมากองไว้ตรงหน้า เสียงแฟ้มกระทบโต๊ะดังทึบจนรินแอบสะดุ้ง "นี่คือรายงานงบการเงินย้อนหลังสามปีของบริษัทในเครือทั้งหมด ที่มีปัญหาตัวเลขไม่ตรงกัน เมธาเพิ่งส่งมันเข้ามาเพื่อลองเชิงเราเมื่อเช้า... ผมให้เวลาคุณถึงห้าโมงเย็นวันนี้ สรุปปัญหาทั้งหมดออกมาเป็นพรีเซนตชัน พร้อมข้อเสนอแนะในการแก้ไขสามข้อ ถ้าทำไม่ได้... พรุ่งนี้ไม่ต้องมาทำงาน!" ห้าแฟ้มหนา... ไม่สิ สามแฟ้มหนาปึก ที่ตัวเลขยั้วเยี้ยราวกับฝูงมด แค่เห็นหน้าปกก็ชวนให้ปวดหัวตึบแล้ว นี่มันงานของทีมผู้ตรวจสอบบัญชีทั้งทีมที่ต้องใช้เวลาทำเป็นสัปดาห์ แต่นี่เขาให้เวลาเธอแค่ครึ่งวัน! รินก้มมองกองเอกสารตรงหน้า สลับกับเงยหน้าขึ้นมองรอยยิ้มเยาะเย้ยบนใบหน้าหล่อเหลาของกวิน รอยยิ้มที่เหมือนจะบอกว่า *'เสร็จแน่ไอ้หน้าหวาน'* ทำให้อะrenaline ในตัวของรินพุ่งพล่านขึ้นมาทันที ความท้าทายแบบนี้แหละ... ที่เขาชอบนัก! "ห้าโมงเย็นเหรอคะ?" รินทวนคำ เสียงหวานใสเอ่ยกลั้วหัวเราะอย่างไม่สะทกสะท้าน มือเรียวยื่นไปหยิบแฟ้มบนสุดขึ้นมาเปิดดูผ่านๆ ดวงตากลมโตไล่กวาดสายตาอ่านตัวเลขและกราฟฟิกอย่างรวดเร็วดุจสแกนเนอร์ สมองส่วนหน้าประมวลผลด้วยความเร็วสูงโดยที่สีหน้าไม่มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย กวินหรี่ตามองด้วยความแปลกใจ ปกติแล้วคนทั่วไปพอเจอคำสั่งนี้เข้าไปก็คงหน้าถอดสี หรือไม่ก็โวยวายใส่เขาแล้ว แต่นี่... รินกลับยืนยิ้มระรื่นแถมยังทำท่าทางเหมือนกำลังอ่านหนังสือการ์ตูนสนุกๆ เล่มหนึ่ง "ทำไมคะ? กลัวฉันทำไม่ทัน หรือกลัวฉันจะตบหน้าท่านประธานด้วยผลงานที่สมบูรณ์แบบจนหาที่ติไม่ได้กันแน่?" รินเงยหน้าขึ้นสบตานิ่ง รอยยิ้มมั่นใจฉาบอยู่บนเรียวปากสวย "จำคำพูดตัวเองไว้ให้ดีนะคะท่านประธาน... เพราะตอนเย็นนี้ ฉันจะทำให้คุณต้องกลืนน้ำลายตัวเองแทบไม่ทันเลยทีเดียว!" พูดจบ รินก็หอบแฟ้มเอกสารทั้งสามเล่มขึ้นแนบอก หมุนตัวหันหลังแล้วเดินน่องสะบัดก้นออกจากห้องทำงานไปอย่างไร้ความเกรงกลัว ทิ้งให้กวินนั่งนิ่งค้าง เผลอมองตามแผ่นหลังบางนั้นไปจนลับตา หัวใจในอกกระหน่ำเต้นแรงขึ้นอย่างแปลกประหลาดด้วยความรู้สึกที่เจ้าตัวก็ไม่อาจนิยามได้ *ผู้ชายคนนี้... ดื้อด้าน ยโส และอวดดีเป็นที่สุด... แต่ทำไมหัวใจเขาถึงสั่นไหวทุกครั้งที่ได้ปะทะคารมด้วยวะเนี่ย!* เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วดั่งติดจรวด เข็มนาฬิกาบนผนังห้องทำงานหรูเคลื่อนตัวเข้าสู่เวลาสี่โมงเย็นสี่สิบห้านาที กวินนั่งหมุนปากกาในมือไปมาอย่างกระสับกระส่าย สายตาคมเหลือบมองนาฬิกาสลับกับประตูห้องทำงานอยู่เป็นระยะ ความมั่นใจที่เคยมีเริ่มสั่นคลอน เมื่อนึกถึงกองเอกสารภูเขาเลากาชุดนั้น *จะเป็นไปได้ยังไงที่เด็กนั่นจะเคลียร์เสร็จภายในไม่กี่ชั่วโมง? หรือจะยอมแพ้แล้วร้องไห้ขี้มูกโป่งอยู่ที่โต๊ะข้างนอกกันนะ?* ความคิดฟุ้งซ่านถูกขัดจังหวะลงด้วยเสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง *ก๊อก ก๊อก ก๊อก* "เข้ามาค่ะ" กวินปรับน้ำเสียงให้กลับมานิ่งขรึมและเยชาดังเดิม พร้อมกับที่ประตูห้องถูกผลักเปิดออก รินก้าวเข้ามาด้วยท่าทางสง่างาม มือข้างหนึ่งถือแท็บเล็ตหรู ส่วนอีกมือหนีบเอกสารแผ่นบางที่สรุปสาระสำคัญไว้เรียบร้อย ใบหน้าหวานใสประดับด้วยรอยยิ้มแห่งผู้ชนะอย่างชัดเจน รินเดินมาหยุดยืนตรงหน้าโต๊ะทำงาน วางเอกสารสรุปผลงานลงตรงหน้ากวินอย่างนิ่มนวล เสียงหวานเอ่ยขึ้นด้วยจังหวะจะโคนราวกับมืออาชีพ "ท่านประธานคะ... เช็คบิลค่ะ!" กวินชะงัก เลื่อนสายตาลงมองเอกสารสรุปที่ถูกจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบ ตัวเลขทุกบรรทัดถูกวิเคราะห์และไฮไลท์จุดผิดพลาดไว้อย่างแม่นยำ พร้อมข้อเสนอแนะในการแก้ไขสามข้อที่เฉียบคมและทรงพลังยิ่งกว่าที่เขาคาดคิดไว้เสียอีก! ดวงตาคมกric ของ CEO หนุ่มเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตะลึงงัน เขาเงยหน้าขึ้นมองรใบหน้าหวานที่กำลังยิ้มเยาะส่งมาให้อย่างท้าทาย หัวใจกระตุกวูบไปชั่วขณะ ยังไม่ทันที่กวินจะได้เอ่ยปากพูดอะไรสักคำ จู่ๆ ไฟฟ้าในห้องทำงานและทั่วทั้งชั้นก็ดับวูบลงพร้อมกัน! ความมืดมิดเข้ากลืนกินพื้นที่ทุกตารางนิ้วในทันที บรรยากาศเงียบสงัดชวนให้หัวใจเต้นรัว *พรึบ!* เสียงประตูด้านหลังปิดล็อกอัตโนมัติด้วยระบบนิรภัย ก่อนที่ร่างของกวินจะถูกแรงกระชากบางอย่างดึงเข้าไปประชิดติดกับแผงอกแกร่งในความมืด พร้อมกับลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดอยู่ใกล้ใบหู จนรินต้องสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ! -------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเข้ามาสัมผัสความแซ่บและเอาใจช่วยหนุ่มปากแข็งกับนายเอกปากเก่งของเราในตอนนี้นะคะ! ห้ามพลาดตอนต่อไปเด็ดขาดค่ะ เพราะรับรองว่าฟินจิกหมอนจนหมอนขาดแน่นอนค่ะ!
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายร้อยใจปากแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%