กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวูดดี้เจือจางผสมผสานกับกลิ่นกายสะอาดสะอ้านของคนตัวโตกว่า ช่างใกล้ชิดเสียจนลมหายใจอุ่นร้อนที่ปัดผ่านข้างแก้มทำให้รินเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ
ความเงียบงันภายในพื้นที่แคบหลังม่านกำมะหยี่สีเข้มทอดตัวยาวนานราวกับจะกลั่นแกล้ง หัวใจดวงน้อยเต้นกระหน่ำรัวราخواکกลองศึก เสียงฝีเท้าของคนที่เพิ่งก้าวเข้ามาหยุดนิ่งอยู่ตรงกลางห้องทำงานกว้าง สลับกับเสียงกระดาษพลิกไหวเบาๆ และน้ำเสียงทุ้มต่ำของเลขานุการหน้าห้องที่รายงานภารกิจประจำวันด้วยความนอบน้อม
รินพยายามขยับตัวถอยหนี แต่พื้นที่จำกัดทำให้แผ่นหลังแนบชิดติดกับกระจกหน้าต่างเย็นเฉียบ ในขณะที่แผงอกกว้างของกวินกลับทาบทับลงมาจนแทบไม่เหลือช่องว่าง มือหนาข้างหนึ่งที่ยังคงรวบเอวบางไว้มั่นไม่ได้คลายแรงลงเลยแม้แต่น้อย ปลายนิ้วสอบอุ่นจัดไล้ผ่านเนื้อผ้าบางเบาจนคนถูกสัมผัสสะท้านเยือก ขนลุกเกรียวไปทั้งร่างอย่างไม่ทันตั้งตัว
"ครับ... ผมเข้าใจแล้ว ถ้าไม่มีอะไรแล้วเชิญออกไปก่อน"
เสียงทุ้มห้วนของกวินลอดไรฟันกระซิบแผ่วเบาอยู่ข้างใบหู เปล่งออกไปเพื่อไล่แขกไม่ได้รับเชิญ เสียงฝีเท้าจึงค่อยๆ เดินถอยหลังกลับออกไปพร้อมกับเสียงประตูปิดสนิทลงอย่างแผ่วเบา
ทว่า... กวินก็ยังคงนิ่งค้างอยู่ในท่าเดิม
รินตวัดสายตาขึ้นมองค้อนคนตัวโตทันทีที่ปลอดภัย ดวงตากลมโตฉายแววขุ่นเคืองอย่างไม่คิดจะปิดบัง "ปล่อยได้แล้วมั้งครับ... เอ๊ย! ค่ะ!" รินเกือบจะเผลอหลุดคำพูดคุ้นปากออกไปเพราะความโมโห ดีที่สติยังไวพอจะเบรกตัวเองทันแล้วเปลี่ยนสรรพนามและลงท้ายด้วยคำว่า 'ค่ะ' ตามวิสัยจำยอม แต่สายตาที่มองค้อนนั้นจิกกัดจนแทบจะกินเลือดกินเนื้อ
กวินเลิกคิ้วเข้มขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบกวาดมองใบเนียนใสที่แดงเรื่อด้วยความโกรธ (หรืออาจจะด้วยความเขินอายที่เจ้าตัวไม่มีวันยอมรับ) รอยยิ้มหยันแต้มอยู่ที่มุมปากหยักลึกอย่างได้ใจ
"เปลี่ยนสรรพนามไวดีนี่คุณริน... หรือว่าติดใจรสชาติความใกล้ชิดเมื่อกี้เข้าแล้วล่ะ?"
"หลงตัวเองที่สุด!" รินกระแทรกเสียงใส่หน้าอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว มือเรียวออกแรงผลักแผงอกกว้างเต็มแรง ทว่ากวินกลับยืนปักหลักมั่นคงราวนายพรานผู้ช่ำชอง ไม่มีทีท่าว่าจะสะเทือนแม้แต่น้อย "เลิกฉวยโอกาสแล้วถอยไปห่างๆ ฉันเดี๋ยวนี้เลยนะคะ บอสใหญ่แห่งค่ายเอสเค!"
"ฉวยโอกาสเหรอ? เมื่อกี้ถ้าฉันไม่ดึงคุณมาซปหลังม่าน ป่านนี้ความลับที่คุณแอบเข้ามาคุยกับคู่แข่งทางธุรกิจอย่างไอ้เมธาคงแพร่งพรายออกไปทั่วบริษัทแล้วมั้ง... คุณควรจะขอบคุณฉันด้วยซ้ำ ไม่ใช่มาทำหน้ายักษ์ใส่แบบนี้"
กวินผละตัวออกห่างเล็กน้อยพียงพอให้มีช่องว่างหายใจ แต่สายตากลับยังคงจดจ้องมองสำรวจเรือนร่างสมส่วนของรินราวกับเสือจ้องตะครุบเหยื่อ บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยแรงกดดันที่ทำให้อุณหภูมิในห้องพุ่งสูงขึ้นอย่างน่าประหลาด
รินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตหรี่ลงอย่างจับผิด "ความลับอะไรคะ? ฉันกับคุณเมธาแค่บังเอิญคุยเรื่องโปรเจกต์งานออกแบบชิ้นใหม่เท่านั้น อย่ามาทำเป็นตื่นตูมใส่กันหน่อยเลย หรือว่าคุณกลัว... กลัวว่าฝีมือการบริหารของคุณจะสู้เด็กจบใหม่แบบฉันไม่ได้ ถึงได้คอยตามติดแจทุกฝีก้าวแบบนี้"
คมมีดแห่งวาจาของรินเฉียบคมไม่แพ้ท่าทาง กวินหรี่ตาลงเล็กน้อย รังสีความดุดันแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงใหญ่จนบรรยากาศรอบตัวเย็นเยียบลงในพริบตา ความเงียบโรยตัวเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่ซีอีโอหนุ่มจะก้าวเข้าไปประชิดตัวรินอีกครั้งอย่างรวดเร็ว จนคนตัวเล็กต้องผถายหลังไปชนขอบโต๊ะทำงานตัวใหญ่
"ปากเก่งนักนะ..." กวินโน้มใบหน้าลงมาต่ำจนปลายจมูกโด่งเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มใส "เก่งให้ได้ตลอดก็แล้วกัน ริน"
มือหนายื่นแฟ้มเอกสารสีดำสนิทที่ถือติดมือมาด้วย วางกระแทกลงบนโต๊ะเสียงดังสนั่น ท่ามกลางกองเอกสารมากมาย รินก้มลงมองชื่อบนปกแฟ้มด้วยความงุนงง ก่อนที่ดวงตาจะเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นตัวอักษรหนาเตอะ
**'สัญญาจ้างพิเศษ: ผู้ช่วยส่วนตัวประธานกรรมการบริหาร'**
"นี่มัน... อะไรกันคะ?" รินเงยหน้าขึ้นมองด้วยความไม่เข้าใจ
"ก็ตามนั้น..." กวินเหยียดยิ้มเย็นชา ดวงตาคมกริบพราวระยับด้วยประกายความเจ้าเล่ห์ที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้มาดนิ่ง "สัญญาจ้างงานระยะยาว ที่ระบุเงื่อนไขชัดเจนว่า คุณ... 'ริน' จะต้องมาเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของฉัน คอยสแตนด์บายรับคำสั่งและอยู่ใกล้ตัวฉันตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุด ไม่มีข้อแม้"
"บ้าไปแล้ว!" รินโพล่งออกมาเสียงดังลั่นห้อง ลืมตัวลืมภาพลักษณ์สุภาพสตรีที่พยายามรักษาไว้จนหมดสิ้น "24 ชั่วโมง? นี่ฉันเป็นพนักงานบริษัทนะคะ ไม่ใช่นักโทษประหาร หรือทาสในเรือนเบี้ยที่คุณจะมาออกคำสั่งบงการชีวิตยังไงก็ได้! ฉันไม่เซ็นเด็ดขาด!"
"อ๋อเหรอ..." กวินลากเสียงยาวอย่างไม่ยี่หล่า ร่างสูงทิ้งตัวลงนั่งพิงขอบโต๊ะทำงาน ยกแขนขึ้นกอดอก ปล่อยให้รินยืนหน้าดำคร่ำเครียดอยู่ตรงหน้า "ถ้าคุณไม่เซ็น... เอกสารหลักฐานชิ้นสำคัญที่ฉันถืออยู่เกี่ยวกับ 'โปรเจกต์ลับ' ที่คุณแอบเอาข้อมูลบริษัทไปให้ไอ้เมธาดูก่อนหน้านี้ คงจะต้องถูกส่งต่อไปยังแผนกวินัยและฝ่ายกฎหมายทันทีในบ่ายวันนี้"
"คุณกวิน! คุณใส่ร้ายฉัน!" รินหน้าซีดเผือดลงทันตาเห็น ความโกรธพุ่งพล่านจนมือไม้สั่นระริก "ฉันไม่ได้เอาข้อมูลอะไรไปให้ใครทั้งสิ้น คุณไม่มีหลักฐาน!"
"ไม่มีเหรอ?" กวินเลิกคิ้วขึ้นอย่างท้าทาย ก่อนจะคว้าแท็บเล็ตบนโต๊ะขึ้นมาสไลด์หน้าจอโชว์ภาพถ่ายระยะประชิดขณะที่รินกำลังยืนคุยกับเมธาที่มุมตึกเมื่อช่วงเช้าให้เห็นจะๆ ตา "ภาพนี้... กับคลิปเสียงสนทนาสั้นๆ ที่ฉันเพิ่งให้คนไปกู้มาจากกล้องวงจรปิด... คุณคิดว่าคณะกรรมการบริษัทเขาจะเชื่อคำแก้ตัวของคุณ หรือจะเชื่อหลักฐานพวกนี้มากกว่ากันล่ะ หืม?"
รินพูดไม่ออก ได้แต่อ้าปากค้างด้วยความคับแค้นใจ ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความเจ็บใจที่พลาดท่าตกหลุมพรางของปีศาจหนุ่มเข้าอย่างจัง คนอะไรทั้งเจ้าเล่ห์ ทั้งเผด็จการ และหน้าเลือดที่สุดในสามโลก!
"คุณมัน... คนสารเลว!" รินเค้นเสียงลอดไรฟันด้วยความโมโหจัด
"ขอบคุณสำหรับคำชม..." กวินตอบรับด้วยรอยยิ้มเยาะที่ชวนให้น่าหมั่นไส้ที่สุดในโลก "ทางเลือกมีแค่สองทาง... หนึ่งคือเซ็นสัญญาฉบับนี้แล้วมาเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของฉันแต่โดยดี หรือสอง... เตรียมตัวเก็บกระเป๋าออกจากบริษัทพร้อมกับคดีฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายหลายสิบ миллион ที่คุณไม่มีปัญญาจ่ายไปตลอดชีวิต เลือกเอา..."
กวินดันแฟ้มเอกสารพร้อมปากกาหมึกซึมราคาแพงเลื่อนไปตรงหน้าปะทะกับมือบาง รินมองปลายปากกานั้นสลับกับใบหน้าหล่อเหลาที่เปี่ยมไปด้วยชัยชนะของซีอีโอหนุ่ม
ความพ่ายแพ้ครั้งนี้มันช่างเจ็บใจเสียเหลือเกิน แต่คนอย่างรินไม่มีทางยอมจำนนให้กวินเหยียบย่ำเล่นสนุกฝ่ายเดียวแน่!
รินสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ มือเรียวเอื้อมไปคว้าด้ามปากกาขึ้นมาด้วยท่าทีฮึิมเหิม ดวงตากลมโตจ้องมองลึกเข้าไปในนัยน์ตาคมของกวินอย่างท้าทาย ไม่มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงประกายไฟแห่งการแก้แค้นที่ลุกโชนขึ้นแทนที่
"ก็ได้ค่ะ... ในเมื่อคุณอยากได้ฉันมาอยู่ใกล้ๆ นัก ฉันก็จะจัดให้..." รินกดปลายปากกาลงบนกระดาษแผ่นสุดท้าย เสียงจดจารึกตวัดเส้นสายหนักแน่นด้วยความแค้นเคือง "เตรียมตัวรับมือกับผู้ช่วยนรกคนนี้ไว้ให้ดีก็แล้วกันนะคะ... ท่านประธาน!"
กวินจ้องมองรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ผุดขึ้นบนริมฝีปากอิ่มสวยของรินอย่างนึกฉุกใจแปลกๆ สัญชาตญาณบางอย่างเตือนให้รู้ว่า... เกมนี้เขาอาจจะไม่ใช่ฝ่ายที่ถือไพ่เหนือกว่าอย่างที่คิดเสียแล้ว
ทว่า... ก่อนที่หมึกบนกระดาษจะแห้งสนิท เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดกัน ก่อนที่บานประตูห้องทำงานจะถูกผลักเปิดออกกว้างโดยปราศจากการอนุญาต
"พี่กวินครับ... ผมได้ข่าวว่ามีเรื่องสนุกเกิดขึ้นในห้องนี้..."
เสียงทุ้มหวานแต่แฝงด้วยความเย่อหยิ่งของ 'เมธา' ที่ก้าวย่างเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มมุมปาก ทำให้รินและกวินต้องชะงักค้างไปพร้อมกันในเสี้ยววินาทีนั้นเอง!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนและลุ้นไปกับความปากแข็งของคู่นี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
พันธะร้ายร้อยใจปากแข็ง•ตอนที่ 2
ข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายร้อยใจปากแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!