"ถ้าคุณกวินยังคิดว่าเงินฟาดหัวจะซื้อความเงียบของผมได้... รบกวนช่วยเพิ่มศูนย์ให้อีกสักสามตัวนะคะ พอดีค่าตัวผมแพงกว่างบประหยัดของคุณค่ะ"
เสียงหวานใสที่เจือความกวนประสาทอย่างไม่เกรงกลัวฟ้าดินดังขึ้น ท่าบรรยากาศอึมครึมภายในห้องรับรองวีไอพีของโรงแรมหรูใจกลางกรุง หยาดฝนด้านนอกสาดซัดกระทบกระจกบานใหญ่จนเกิดเสียงดังระรัว ราวกับจะประโคมความตึงเครียดที่กำลังคุกรุ่นอยู่ระหว่างคนทั้งคู่ให้ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น
รินยืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยท่าทางสบายเกินเบอร์ เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งกับกางเกงสแล็คเข้ารูปขับเน้นรูปร่างเพรียวระหว่าให้ดูโดดเด่น แม้ใบหน้าหวานจะประดับด้วยรอยยิ้มเย้าแหย่ แต่ดวงตากลับคมกริบและจับจ้องร่างสูงใหญ่ของซีอีโอหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลอย่างไม่ลดละ
กวินขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นชัดเจน ดวงตาคมปลาบดูลึกล้ำและดุดันราวกับสัตว์ป่าที่กำลังถูกลูบคม เขาก้าวเข้าไปประชิดร่างบางด้วยฝีเท้าเงียบเชียบ แต่มั่นคงจนรินเผลอถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว กลิ่นกายหอมเย็นผสมผสานกับกลิ่นอายฝนจางๆ ยิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวชวนอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
"ปากดีนักนะริน..." เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาด้วยความหงุดหงิด กวินก้มหน้าลงมามองคนตรงหน้าด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา "คิดว่ารู้มากแล้วจะรอดออกไปจากที่นี่ได้ง่ายๆ อย่างนั้นเหรอ"
"อ้าว ถ้ารอดไม่ได้ คุณจะทำไมคะ? จะอุ้มผมไปโยนทิ้งแม่น้ำเจ้าพระยา หรือจะจ้างมือปืนมาเก็บบริษัทคู่แข่งแบบคุณเมธาเขาดีล่ะ?" รินเลิกคิ้วถามอย่างท้าทาย ไม่เพียงแต่ไม่กลัว ยังยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน "แต่บอกไว้ก่อนนะว่า ถ้าผมหายไป... ความลับที่คุณอุตส่าห์ปิดบังไว้ครึ่งปี จะถูกส่งตรงถึงโต๊ะบรรณาธิการข่าวหน้าหนึ่งทันทีแบบไม่มีรีรอเลยค่ะ"
คำพูดนั้นทำให้กวินชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาสีเข้มวาวโรจน์ขึ้นด้วยความกรุ่นโกรธ มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือเล็กของอีกฝ่ายไว้ทันทีก่อนที่รินจะทันได้เบี่ยงตัวหลบ แรงบีบไม่ได้หนักหน่วงจนเจ็บ แต่เด็ดขาดพอที่จะตรึงรินไว้กับที่
"ปล่อยนะ! คุณนี่มันชอบใช้กำลังตลอด..." รินนิหน้าเล็กน้อยพยายามสะบัดข้อมือออก แต่กวินกลับยิ่งกระชับมือแน่นขึ้น ดึงร่างบางเข้ามาใกล้จนแผ่นอกแนบชิดกับอกแกร่ง
"ฉันไม่ได้ใช้กำลัง... ฉันแค่มัดจำความปลอดภัยของตัวเอง" กวินกระซิบเสียงพร่าชิดริมฝีปากอิ่ม ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนรินรู้สึกวูบวาบในอกอย่างน่าหงุดหงิด "ส่วนเรื่องที่เธอเห็นเมื่อครู่... มันไม่ใช่ภาพอย่างที่สมองอันปราดเปรื่องของเธอกำลังคิดหรอกน่า"
"อ๋อเหรอคะ? งั้นภาพที่คุณกำลังกระซิบกระซาบกับผู้หญิงคนนั้น พร้อมกับซองเอกสารลับสีน้ำตาล... เป็นภาพตัดต่อจาก AI สินะคะ? แหม เทคโนโลยีสมัยนี้ก้าวหน้าจังเนอะ" รินประชดประชันกลับทันควัน นัยน์ตากลมโตฉายแววรู้ทันจนน่าหมั่นไส้
กวินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่กำลังตีรวน เขาเกลียดความรู้สึกพ่ายแพ้ และเกลียดที่สุดคือการที่ผู้ชายหน้าหวานคนนี้สามารถปั่นป่วนหัวใจที่สงบนิ่งมานานนับปีให้ปั่นป่วนได้ด้วยคำพูดแค่ไม่กี่คำ
"ถ้าเธอฉลาดจริง เธอก น่าจะรู้ว่ายุ่งเรื่องของฉัน มันอันตรายแค่ไหน... โดยเฉพาะเมื่อเมธากำลังจ้องจะดึงเธอไปร่วมทีม" กวินเปลี่ยนเรื่อง น้ำเสียงเจือแววเยียบเย็นเมื่อเอ่ยถึงชื่อคู่ปรับคนสำคัญ
รินหุบยิ้มลงเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยไหววับชั่วขณะเมื่อได้ยินชื่อนั้น ก่อนจะกลับมาเรียบเฉยอย่างรวดเร็ว "หึงเหรอคะ? หรือกลัวว่าผมจะเอาความลับบริษัทคุณไปขายให้ฝั่งนั้นมากกว่ากันแน่"
"เพ้อเจ้อ" กวินตอบสั้นๆ แต่ใบหูที่ขึ้นสีแดงจางๆ กลับทรยศคำพูดของเจ้าตัวอย่างสิ้นเชิง รินแอบลอบยิ้มมุมปากอย่างสะใจเมื่อจับสังเกตอาการซึนเดระของซีอีโอหนุ่มได้
ทว่า... ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังกึ่งปะทะกึ่งลุ้นระทึก เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย!
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
"คุณกวินครับ เอกสารสำหรับประชุมรอบดึกพร้อมแล้วครับ... เอ๊ะ หรือว่าผมเข้ามารบกวนเวลาส่วนตัวของคุณหรือเปล่าครับเนี่ย" เสียงทุ้มคุ้นเคยของเลขาหนุ่มดังลอดเข้ามา พร้อมกับเสียงบิดลูกบิดประตูที่กำลังจะเปิดออก!
ดวงตากลมโตของรินเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ ขณะที่กวินสบถเบาๆ ในลำคอ ก่อนที่มือหนาจะคว้าหมับเข้าที่เอวบางแล้วกระชากตัวรินเข้าไปซ่อนหลังม่านผืนหนาของหน้าต่างบานใหญ่ในเสี้ยววินาทีที่ประตูห้องกำลังถูกเปิดออก!
ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเข้ามาอ่านค่ะ
พันธะร้ายร้อยใจปากแข็ง•ตอนที่ 1
ความลับในคืนฝนตก
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายร้อยใจปากแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!