เสียงตบแฟ้มเอกสารกระแทกกระจรกั้นห้องประชุมดังสนั่น ชนิดที่ทำให้พนักงานฝ่ายกฎหมายซึ่งนั่งอยู่ปลายโต๊ะสะดุ้งสุดตัว เมธายืนค้ำโต๊ะด้วยสองมือ รอยยิ้มเยาะหยันบนมุมปากของเขาฉาบไว้ด้วยความสะใจอย่างไม่คิดจะปิดบัง ดวงตาคู่คมกวาดมองผู้ถือหุ้นทุกคนในห้องราวกับจะประกาศชัยชนะล่วงหน้า
"ในเมื่อคุณกวินเพิกเฉยต่อผลประโยชน์ของบริษัท และพยายามใช้ข้ออ้างส่วนตัวมาปิดบังความจริง วันนี้ผมคงต้องทำหน้าที่เป็นตัวแทนของบอร์ดบริหาร เพื่อเปิดเผยเอกสารฉบับนี้ให้ทุกท่านได้ประจักษ์"
เมธายื่นซองเอกสารสีน้ำตาลให้เลขาหน้าห้องนำไปแจกจ่าย เสียงกระซิบกระซาบดังเซ็งแซ่ทันทีที่กระดาษแผ่นแรกถูกพลิกอ่าน กวินไม่ได้ขยับตัวแม้แต่น้อย เขานั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังแท้ราคาแพง สีหน้าเรียบเฉยราดรดด้วยความเย็นชาจนอุณหภูมิในห้องประชุมลดฮวบลงหลายองศา
แต่สายตาคมกริบของซีอีโอหนุ่มกลับไม่ได้มองเอกสารเหล่านั้นเลย เขากลับจดจ้องอยู่เพียงคนเดียว... ร่างโปร่งของรินที่ยืนกอดอกพิงผนังกระจกอยู่มุมห้อง
รินยังคงนิ่งสงบ ไม่มีแม้แต่รอยตื่นตระหนกบนใบหน้าหวาน ริมฝีปากที่ชอบต่อปากต่อคำกับกวินยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างเย้ยหยัน ไม่รู้ว่าเย้ยเมธาที่เล่นละครฉากใหญ่ หรือเย้ยความซวยที่มักจะวิ่งเข้ามาหาพวกเขาไม่เว้นแต่ละวัน
"สัญญาฉบับนี้ระบุชัดเจนนะคะ... ว่าการควบรวมกิจการระหว่างเรากับกลุ่มทุนของเมธา จะสมบูรณ์แบบก็ต่อเมื่อ 'หุ้นส่วนคนสำคัญ' ของท่านซีอีโอ ยินยอมโอนกรรมสิทธิ์ทั้งหมดมาอยู่ภายใต้การดูแลของฝ่ายตรวจสอบ ซึ่งก็คือผม" เมธากระตุกยิ้มกว้างขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำจงใจเน้นย้ำทุกคำเพื่อให้กวินเจ็บแสบ "พูดง่ายๆ ก็คือ รินเป็นแค่เครื่องมือ... เป็นหลักประกันราคาถูกที่ท่านประธานใช้คานอำนาจ เพื่อไม่ให้ตัวเองหลุดจากเก้าอี้ตัวนี้ต่างหากล่ะครับ"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุมชั่วขณะ ทุกสายตาหันกลับมามองรินเป็นตาเดียว รอคอยการระเบิดอารมณ์หรือคำปฏิเสธจากปากของคนที่ตกเป็นเบี้ยล่างในสัญญาฉบับนั้น
รินหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไร้ความหวาดกลัวใดๆ เจ้าตัวค่อยๆ ปล่อยแขนที่กอดไว้ออกจากกัน ก้าวเท้าช้าๆ ออกมาจากมุมห้อง ท่าทางสบายๆ ราวกับกำลังเดินเล่นในสวนหลังบ้านมากกว่าจะยืนอยู่กลางสนามรบทางธุรกิจ
"พูดจบหรือยังคะ คุณเมธา?" รินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรื่อยเปื่อย แต่สายตากลับคมปลาบจนเมธาชะงัก "เหนื่อยแทนเหมือนกันนะเนี่ย อุตส่าห์ไปขุดคุ้ยสัญญาเก่าเก็บขึ้นมาเล่นใหญ่ ทั้งที่ความจริง... คุณน่าจะเช็คให้ดีกว่านี้หน่อยว่ากระดาษแผ่นนั้นน่ะ มันหมดอายุตั้งแต่เมื่อไหร่"
"หมายความว่ายังไง!" เมธาหน้าตึงขึ้นมาทันที
"ก็หมายความว่า..." รินก้าวเข้าไปยืนประชิดโต๊ะฝั่งตรงข้ามกับเมธา ดวงตากลมโตฉายแววเจ้าเล่ห์อย่างที่กวินเห็นแล้วอยากจะดึงเข้ามาฟัดให้หายหมั่นเขี้ยว "สัญญาฉบับที่คุณเอามาแฉ มันเป็นแค่ 'ร่างแรก' ที่กวินเขาทำเล่นๆ เพื่อทดสอบระบบรักษาความปลอดภัยต่างหากล่ะคะ ส่วนฉบับจริงที่มีผลผูกพันทางกฎหมายจริงๆ น่ะ... อยู่ในเซฟของฉันต่างหาก"
เมธาหน้าถอดสี ริมฝีปากอ้าค้าง พยายามจะเถียงแต่พูดไม่ออก เมื่อกวินที่นั่งนิ่งมานานนับนาที ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาโอบเอวบางของรินไว้หลวมๆ อย่างแสดงความเป็นเจ้าของ สัมผัสอุ่นจัดที่เอวทำให้รินเหลือบตามองค้อนนิดๆ แต่ก็ไม่ได้ขัดขืน
กวินกวาดสายตามองบอร์ดบริหารทุกคนด้วยแววตาดุดัน ทรงพลัง และเย่อหยิ่งในแบบที่ไม่มีใครกล้าสบตาตรงๆ ก่อนจะก้มลงกระซิบข้างใบหูของคนตัวเล็กที่ยืนอยู่ข้างกายด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่าที่ได้ยินกันแค่สองคน
"ปากเก่งแบบนี้... กลับไปคอนโดเมื่อไหร่ เธอโดนบทลงโทษชุดใหญ่แน่ ริน"
รินยิ้มหวานหยด ยื่นมือไปแตะปกเสื้อสูทของกวินเบาๆ ก่อนจะกระซิบตอบด้วยรอยยิ้มท้าทาย "ลองดูไหมล่ะคะ ว่าใครกันแน่ที่จะต้องเป็นฝ่ายยอมแพ้ก่อน"
ทว่า ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังระอุด้วยแรงปรารถนาและสงครามประสาทที่ซ่อนอยู่ใต้รอยยิ้ม ประตูห้องประชุมบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท ร่างของเลขานุการส่วนตัวของกวินวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา พร้อมกับแท็บเล็ตในมือที่สั่นเทา
"ท่านประธานคะ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ! หุ้นในตลาดหลักทรัพย์ของเราถูกเทขายอย่างไร้สาเหตุ และคนที่กว้านซื้อหุ้นทั้งหมดไว้ในนามนิติบุคคลปริศนา... คือคุณแม่ของคุณกวินเองค่ะ!"
(โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ)
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจดีกับ "ตุ๊กตาโบราณ" เสมอมานะคะ
พันธะร้ายร้อยใจปากแข็ง•ตอนที่ 35
ความลับของสัญญาที่ถูกเปิดเผย
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายร้อยใจปากแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!