พันธะร้ายร้อยใจปากแข็ง•ตอนที่ 36

คำพูดที่ทำลายล้าง

ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
เสียงหัวเราะทุ้มต่ำของเมธาที่ดังลอดมาจากระเบียงกระจกฝั่งตรงข้ามห้องทำงาน ไม่ได้น่ารังเกียจเท่ากับประโยคสั้น ๆ ที่เขากำลังเอ่ยออกมาราวกับมันเป็นเรื่องดินฟ้าอากาศ "คุณกวินเขาก็แค่ใช้คุณเป็นเครื่องมือสะสางบัญชีแค้นกับผมตั้งแต่แรก... ริน คุณนี่ซื่อบื้อกว่าที่ผมคิดไว้นะครับ ถึงได้ไม่รู้เลยว่าตัวเองเป็นแค่หมากตัวหนึ่งในเกมธุรกิจ" รินยืนแข็งทื่ออยู่ที่หน้าบานประตูที่เปิดแง้มไว้ เอกสารสรุปยอดงบประมาณไตรมาสล่าสุดในมือร่วงหล่นลงกระทบพื้นพรมหนานุ่ม เสียงกระดาษกระจัดกระจายราวกับเสียงสะท้อนของโลกทั้งใบที่กำลังถล่มทลายลงตรงหน้า หัวใจของเขาชาหนึบจนแทบไม่รู้สึกถึงการเต้น แต่น่าแปลกที่สมองกลับแล่นปราดเปรียว ย้อนกลับไปทบทวนทุกคำพูด ทุกแววตา และทุกความใกล้ชิดที่กวินเคยหยิบยื่นให้ *ที่แท้... มันก็คือละครฉากหนึ่ง* กวินไม่ได้มองเห็นเขาเป็นมนุษย์ที่มีความรู้สึก แต่เป็นแค่หมากตัวกระจ้อยร่อยที่ถูกวางไว้เพื่อขัดขาคู่แข่งอย่างเมธา แล้วเขาก็โง่เง่าหลงระเริงไปกับสัมผัสอุ่น ๆ และคำพูดร้ายกาจที่คิดว่ามันคือความใส่ใจ "โกหก..." รินเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตากลมโตที่มักจะฉายแววท้าทายและกวนประสาทอยู่เสมอกลับร้อนผ่าว รื้นไปด้วยหยาดน้ำใสที่เขาพยายามกะพริบไล่กลับเข้าไปอย่างสุดกำลัง "คุณเมธา คิดจะเสี้ยมให้ผมเกลียดเขา ตื้นเขินไปหน่อยไหมคะ" เมธายักไหล่ รอยยิ้มเยาะหยันฉาบบนใบหน้าคมคายอย่างไม่รีบร้อน ชายหนุ่มก้าวเข้ามาใกล้ร่างที่สั่นเทาเล็กน้อยของริน "ผมจะโกหกคุณไปทำไมล่ะครับ ในเมื่อหลักฐานมันคาตา... ลองถามตัวเองดูสิครับว่า ทำไมจู่ ๆ CEO จอมเนียบอย่างกวินถึงลดตัวลงมาสนใจเด็กฝึกงานโนเนมอย่างคุณตั้งแต่แรก ถ้าไม่ใช่เพราะคุณหน้าตาเหมือนใครบางคนที่เขาอยากใช้เป็นเครื่องมือยั่วโมโหผม" ประโยคสุดท้ายกรีดลึกลงไปในอก รินรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าฉาดใหญ่โดยไม่ต้องใช้กำลังกาย ความจริงที่กระแทกเข้าใส่หน้ามันรุนแรงเกินกว่าจะตั้งรับ ไหล่บางไหวสะท้อนยามที่สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอาการสั่นเทา เขากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความเจ็บปวดทางกายเทียบไม่ได้เลยกับความรู้สึกโง่เง่าที่ถูกหลอกให้ตายใจ "แล้วไงคะ?" รินเงยหน้าขึ้น สบตากับเมธาด้วยแววตาที่แข็งกร้าวขึ้นมาฉับพลัน แม้ข้างในจะแตกสลายเป็น The Great Ruin ไปแล้วก็ตาม "ต่อให้เขาจะคิดยังไงกับผม มันก็เรื่องของผมกับเขา คุณมีสิทธิ์อะไรมาเสือกเรื่องของเราไม่ทราบ" เมธายังไม่ทันได้เอ่ยปากตอบโต้ เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านหลัง ร่างสูงสง่าของกวินปรากฏตัวขึ้นด้วยใบหน้าบึ้งตึง ดวงตาคมกริบกวาดมองเอกสารที่เกลื่อนพื้น ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ใบหน้าซีดเผือดของรินและรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของเมธา "เกิดอะไรขึ้นที่นี่" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามด้วยความหงุดหงิด คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างไม่สบอารมณ์เมื่อเห็นเมธายืนอยู่ใกล้รินเกินความจำเป็น รินหันขวับไปมองหน้าพระเอกหนุ่มผู้แสนเย่อหยิ่ง ดวงตาที่เอ่อคลอด้วยหยาดน้ำจ้องมองร่างสูงตรงหน้าอย่างไม่กะพริบ ความรู้สึกหลากหลายประเดั้งประเดเข้ามาจนแทบหายใจไม่ออก ทั้งโกรธ ทั้งเกลียด และที่สำคัญที่สุด... คือความสมเพชตัวเอง "คุณกวินมาก็ดีค่ะ" รินแค่นหัวเราะออกมาเบา ๆ น้ำเสียงสั่นพร่าแต่เต็มไปด้วยความประชดประชัน "ช่วยตอบคำถามฉันหน่อยสิคะ... ที่คุณทำดีกับฉัน ปกป้องฉัน ลากฉันมาพัวพันในเรื่องบ้า ๆ พวกนี้ทั้งหมด มันเป็นเพราะความรู้สึกจริง ๆ หรือเพราะฉันเป็นแค่หมากตัวหนึ่งในเกมแก้แค้นของคุณกันแน่!" กวินชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบไหววูบลงชั่วพริบตาก่อนจะกลับมาเรียบนิ่งสนิทตามวิสัยของนักบริหารมืออาชีพ ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างพวกเขาทันที บรรยากาศตึงเครียดจนแทบจะใช้มือจับต้องได้ "คุณไปเอาเรื่องไร้สาระแบบนี้มาจากไหน" กวินกดเสียงต่ำ ดวงตาจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของรินราวกับพยายามค้นหาต้นตอของความบ้าคลั่งนี้ "ไร้สาระงั้นเหรอคะ?" รินก้าวเข้าไปประชิดตัวร่างสูง ผลักอกกว้างแรง ๆ ด้วยความอัดอั้นตันใจ น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้หยดเผาะลงมาอาบแก้ม แต่มือเรียวก็ยังคงปาดมันทิ้งอย่างไม่แยแส "มองหน้าฉันแล้วตอบความจริงมาสิคะว่า ที่ผ่านมาคุณเคยเห็นฉันเป็นมนุษย์ที่มีความรู้สึกจริง ๆ หรือเปล่า หรือฉันก็เป็นแค่เครื่องมือชิ้นหนึ่งในสายตาของคุณ!" กวินนิ่วหน้าด้วยความไม่พอใจ มือหนาคว้าข้อมือเล็กของรินไว้แน่นเพื่อหยุดการกระทำ บีบกระชับพอให้เจ็บแต่ไม่ถึงกับช้ำ "ริน! ตั้งสติแล้วฟังผม..." "ไม่ฟัง!" รินสะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุมอย่างแรง ดวงตาแดงก่ำจ้องมองเขาด้วยความผิดหวังขั้นA "คุณมันก็แค่อมนุษย์ใจดำที่ไม่เคยแคร์ความรู้สึกใคร หน้าตาก็ดีแต่ทำไมสันดานถึงได้เห็นแก่ตัวขนาดนี้ ฉันเกลียดคุณ... เกลียดที่สุดเลย!" คำพูดที่พรั่งพรูออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยวทำให้มุมปากของกวินกระตุกวูบ ความเย่อหยิ่งในศักดิ์ศรีของ CEO หนุ่มถูกท้าทายจนเส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบ แต่ก่อนที่กวินจะได้อ้าปากโต้ตอบอะไรกลับไปเพื่อรักษาฟอร์มปากร้ายของตัวเอง เสียงปรบมือช้า ๆ จากเมธาก็ขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน "โอ้... ดราม่าเรียกน้ำตาซะจริง ๆ น่าประทับใจมากครับคุณกวิน" เมธายิ้มเยาะก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว "ดูท่าว่าหมากตัวโปรดของคุณจะเริ่มตาสว่างแล้วสิครับ งั้นผมคงต้องขอตัวหลีกทางให้พวกคุณเคลียร์กันตามประสาคนรัก... หรือคนเคยใช้บริการดีล่ะ?" รินหันขวับเตรียมจะด่าเมธาต่อ แต่เสียงเปิดประตูลิฟต์ส่วนตัวที่ดังขึ้นสะท้อนก้องโถงทางเดินกลับดึงความสนใจของทุกคนไว้เสียก่อน ร่างของใครบางคนก้าวออกมาจากลิฟต์ด้วยท่าทางเร่งรีบ ใบหน้าหวานที่คุ้นเคยซีดเผือด และดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นสถานการณ์ตรงหน้า "พี่กวินคะ... คุณพ่อบอกว่าเรื่องการควบรวมกิจการ... ถูกยกเลิกแล้วนะคะ!" กวินหันขวับไปมองผู้มาใหม่ทันที ลมหายใจของเขาติดขัด ร่างสูงชะงักง้างราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน เมื่อความจริงอีกด้านหนึ่งที่ซ่อนเร้นไว้กำลังจะถูกเปิดเผยออกมาในวินาทีนี้ ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจดีกับ "ตุ๊กตาโบราณ" เสมอมานะคะ
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายร้อยใจปากแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%