"ถ้าคุณยังไม่ลืมตาขึ้นมามองหน้าฉันดีๆ ฉันจะถือว่าที่คุณทำเมื่อคืน... เป็นแค่การละเมอของคนขาดสติค่ะคุณกวิน"
น้ำเสียงหวานที่เจือความหงุดหงิดเล็กน้อยดังขึ้น ท่าوَะที่รินกำลังพยายามแกะมือหนา,หนักอึ้งราวกับท่อนซุงที่พาดอยู่บนเอวบางของตนออกอย่างทุลักทุเล ความเย็นเฉียบของเครื่องปรับอากาศในห้องนอนหรูหราตัดกันอย่างสิ้นเชิงกับความร้อนผ่าวที่แผ่ซ่านอยู่บนพวงแก้มของคนทั้งคู่ สภาพบนเตียงนอนตอนนี้บอกได้คำเดียวว่าหมิ่นเหม่เกินคำว่าเจ้านายกับลูกน้องไปไกลลิบ ชายหนุ่มนอนตะแคงกอดรัดเขาไว้แน่นราวกับกลัวว่าหมอนข้างราคาแพงใบนี้จะลอยหายไปในอากาศ เสื้อเชิ้ตสีขาวของกวินหลุดลุ่ยกระดุมหลุดไปสามเม็ดเผยให้เห็นแผงอกกว้างและกล้ามเนื้อแน่นฟิตที่ทำเอารินต้องรีบเบือนหน้าหนีด้วยความกระอักกระอ่วน
ให้ตายเถอะ... นี่เขาเกือบจะเลยเถิดกับคนปากเสียอย่างกวินไปแล้วจริงๆ น่ะหรือ!
ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนย้อนกลับเข้ามาในหัวเป็นฉากๆ รินจำได้แม่นว่าตัวเองหอบแฟ้มเอกสารสรุปยอดฝ่าความมืดมาที่นี่เพื่อสะสางงานด่วน แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นสงครามประสาทที่จบลงด้วยการปะทะคารมอย่างดุเดือดบนโซฟา ก่อนที่แรงอารมณ์บางอย่างจะพาพวกเขามาลงเอยบนเตียงนุ่มนี่ เกือบไปแล้ว... เกือบจะข้ามเส้นศีลธรรมและสถานะทางสังคมไปแล้วเชียว ดีที่สติสัมปชัญญะที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดช่วยเบรกพวกเขาไว้ทันก่อนที่โลกจะแตก
"ใครละเมอ..." เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเพราะเพิ่งตื่นนอนดังขึ้นชิดใบหู รินสะดุ้งสุดตัวเมื่อลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ตรงซอกคอขาว "ตื่นมาก็บ่นแจ้วๆ เลยนะริน... เมื่อคืนคุณไม่ได้พูดแบบนี้หรอก"
กวินปรือตาขึ้นช้าๆ นัยน์ตาคมกริบสีเข้มคู่นั้นเต็มไปด้วยความแพรวพราวและรอยยิ้มมุมปากที่แสนจะกวนประสาท—รอยยิ้มแบบที่ทำให้รินอยากจะหยิกเนื้อตรงเอวสอบให้เขียวช้ำเป็นรางวัลสักทีสองที
"ท่านประธานช่วยกรุณาลืมความทรงจำส่วนเกินเมื่อคืนไปซะด้วยนะคะ ดิฉันถือว่าเราเมา... หรือไม่ก็สติหลุดกันทั้งคู่" รินเชิดหน้าขึ้นสู้สายตา แม้หัวใจจะเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุกระดูกซี่โครงออกมาอยู่แล้ว "กรุณานำแขนหนักๆ ของคุณออกจากเอวฉันด้วยค่ะ ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทนแล้วเอาแฟ้มเอกสารฟาดหน้าคุณจริงๆ"
"ปากเก่งจังนะ..." กวินไม่เพียงแต่ไม่ปล่อย แต่เขากลับกระชับวงแขนให้แน่นขึ้นอีกนิด จนแผ่นหลังบางแนบชิดกับอกแกร่งอย่างไร้ช่องว่าง ความอุ่นร้อนจากร่างกายของอีกฝ่ายส่งผ่านทะลุเนื้อผ้าจนรินต้องกลั้นหายใจ "คนที่เกือบจะร้องขอให้ฉันทำมากกว่าเมื่อคืน... ใช่คนเดียวกันกับที่นั่งกอดอกเถียงฉันฉอดๆ เมื่อกี้หรือเปล่าหึ"
"คุณกวิน!" รินหน้าแดงแจ๋จนลามไปถึงใบหู มือบางทุบลงบนลาดไหล่กว้างอย่างแรงเพื่อระบายความเขินอายที่กำลังตีรวนขึ้นมาจนจุกอก "นั่นมันอุบัติเหตุ! สถานการณ์พาไปต่างหากเล่า ใครใช้ให้คุณมาพูดจายั่วโมโหฉันก่อนล่ะ"
"ฉันไม่ได้ยั่ว... ฉันพูดความจริง" กวินยันตัวขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาสีเข้มจ้องมองใบหน้าหวานที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างพินิจพิเคราะห์ แววตาคมปราบคู่นั้นมีความหมายลึกซึ้งบางอย่างซ่อนอยู่จนรินต้องหลบสายตา "แล้วก็ไม่ได้บังคับให้คุณอยู่ต่อด้วย... แต่คุณเองต่างหากที่เลือกจะดึงฉันไว้เอง"
"ฉันไม่ได้ดึง!" รินเถียงเสียงแข็งทันควัน แม้ในใจจะแอบเถียงไม่ออกเพราะจำได้เลาๆ ว่าตัวเองนี่แหละที่เป็นคนดึงปกเสื้อของเขาลงมาตอนที่อารมณ์มันพาไป
บรรยากาศในห้องนอนกว้างตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ แต่ทว่าเสียงหัวใจของคนทั้งคู่กลับดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาท กวินมองริมฝีปากอิ่มที่เม้มเข้าหากันแน่นด้วยความขัดแย้งในใจ ดวงตาคมกวาดมองสำรวจใบหน้าหวานที่มักจะสร้างความปั่นป่วนให้กับหัวใจนิ่งสงบของเขามาตลอดหลายเดือนนี้ ความรู้สึกแปลกประหลาดที่ตีรวนขึ้นมามันไม่ใช่แค่ความใคร่ แต่มันคือความหวงแหนและ... ความกลัว
กลัวว่าสักวันรินจะหลุดลอยหายไปจากชีวิตของเขาจริงๆ
"ถ้าเกลียดฉันนัก..." กวินกระซิบเสียงแผ่วเบa ใบหน้าหล่อเหลาเคลื่อนเข้าไปใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นๆ ประสานกันอย่างแนบเนียน "ทำไมตอนนี้... ถึงไม่ผลักฉันออกไปให้พ้นล่ะริน"
รินชะงัก นัยน์ตากลมโตช้อนขึ้นสบตากับคนพูด คาร์แรคเตอร์ความมั่นใจที่เคยมีหายวับไปกับตาเมื่อเจอสายตาดุจดั่งมนต์สะกดคู่นั้น หัวใจเจ้ากรรมทรยศด้วยการเต้นรัวแรงจนควบคุมไม่อยู่ ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันอย่างลังเล สมองประมวลผลคำตอบนับร้อยแต่ไม่มีคำไหนหลุดรอดออกมาจากลำคอได้เลยสักคำ
ใช่... ทำไมเขาถึงไม่ผลักไสออกไปให้พ้นตั้งแต่แรก ทำไมร่างกายถึงได้ทรยศด้วยการยอมจำนนต่อสัมผัสอันตรายของผู้ชายคนนี้ได้อย่างง่ายดายนัก
กวินยกมือขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ระกรอบหน้าให้อย่างเบามือ สัมผัสที่อ่อนโยนผิดวิสัยทำให้รินนิ่งค้างไปโดยปริยาย ความเงียบระหว่างพวกเขากำลังสร้างแรงดึงดูดบางอย่างที่รุนแรงเสียจนน่ากลัว ริมฝีปากของชายหนุ่มค่อยๆ เคลื่อนต่ำลงมาหาริมฝีปากนุ่มที่เผยอขึ้นเล็กน้อยอย่างเผลอไผล ระยะห่างที่ลดลงเหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น...
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวทำลายบรรยากาศสีชมพูจางลงในพริบตา ตามด้วยเสียงตะโกนเรียกจากด้านนอกที่ทำให้เลือดในกายของทั้งคู่เย็นเฉียบ
"คุณกวินครับ! แย่แล้วครับท่านประธาน! คุณเมธาบุกเข้ามาที่ชั้นบริหาร พร้อมกับนักข่าวสายเศรษฐกิจกลุ่มใหญ่กำลังขึ้นมาที่นี่ครับ! พวกเขาบอกว่าได้กลิ่นข่าวลือเรื่องที่คุณซุกเด็กในห้องทำงานส่วนตัว!"
เสียงของเลขานุการหน้าห้องดังทะลุบานประตูกระจกกันเสียงเข้ามา ชัดเจนทุกถ้อยคำจนรินเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด ในขณะที่กวินผละออกจากตัวรินทันที นัยน์ตาสีเข้มวาวโรจน์ขึ้นด้วยความกรุ่นโกรธ รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงใหญ่ในเสี้ยววินาที
เมธา... ไอ้สารเลวนั่นกล้าเล่นสกปรกถึงถิ่นเขาเลยสินะ!
กวินหันกลับมามองรินที่กำลังหน้าซีดเผือดด้วยความตกใจกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด ชายหนุ่มขบกรามแน่นจนขึ้นสันนูน ก่อนจะคว้าเสื้อสูทที่พาดอยู่ปลายเตียงขึ้นมาสวมด้วยความรวดเร็วแถมยังเอื้อมมือมาคว้าข้อมือเรียวของรินเอาไว้แน่น
"ลุกขึ้นริน... เกมนี้มันเพิ่งจะเริ่มต้น"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนและลุ้นไปกับความปากแข็งของท่านประธานคนซึนกับน้องรินของเรานะคะ!
พันธะร้ายร้อยใจปากแข็ง•ตอนที่ 13
เช้าที่น่ากระอักกระอ่วน
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายร้อยใจปากแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!