พันธะร้ายร้อยใจปากแข็ง•ตอนที่ 12

คำสารภาพกึ่งหลอกกึ่งจริง

ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
"ถ้าคิดจะใช้มารยาตื้นๆ เพื่อหวังผลทางธุรกิจกับคนของผม... เมธา คุณคงประเมินสมองตัวเองสูงเกินไปหน่อยนะคะ" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เจือไปด้วยไอความเย็นเยียบของกวินดังขึ้น ท่าوَะที่เมธากำลังก้าวเท้าถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ รินที่ยืนอยู่ใกล้กันแอบลอบถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก แม้ริมฝีปากจะยังคงเจ็บแปลบจากรสจูบเมื่อครู่ที่กวินจงใจฝากฝันทิ้งไว้ แต่สถานการณ์ตรงหน้ากลับดึงสติของเขากลับมาสู่โลกความเป็นจริงได้อย่างรวดเร็ว เมธากัดกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ดวงตาคมปลาบกวาดตามองความสนิทสนมเกินเลยระหว่างซีอีโอหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลกับเด็กในปกครองที่เขากำลังหมายตา "คุณกวิน... คิดเหรอครับว่าเกมนี้คุณจะถือไพ่เหนือกว่าตลอดไป ของบางอย่าง ถ้าไม่ใช่เจ้าของตัวจริง ต่อให้พยายามแสดงความเป็นเจ้าของแค่ไหน วันหนึ่งมันก็ต้องหลุดมืออยู่ดี" "งั้นก็ลองดูค่ะ ว่ามือคุณจะยาวพอที่จะคว้ามัน หรือจะโดนผมสับจนไม่เหลือชิ้นดีก่อนกัน" กวินไม่เพียงแต่พูดเปล่า ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาขนาบข้างรินโดยอัตโนมัติ ฝ่ามือหนาวางลงบนเอวบางอย่างถือสิทธิ์ ท่าทางคุกคามแต่นุ่มนวลในเวลาเดียวกันทำให้รินสะดุ้งวาบ หัวใจเจ้ากรรมกระตุกวูบตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม ไม่ใช่เพราะกลัวเมธา แต่เป็นเพราะสัมผัสอุ่นจัดจากฝ่ามือของคนปากร้ายที่กำลังแผ่ซ่านทะลุเนื้อผ้าเข้ามาต่างหาก เมธาสบถในลำคอเบาๆ ก่อนจะสะบัดหน้าหนีแล้วก้าวเท้าเดินเลี่ยงหายไปทางลิฟต์อีกฝั่งด้วยความเจ็บใจ ทิ้งให้บรรยากาศบริเวณหน้าห้องวีไอพีตกอยู่ในความเงียบงันที่น่าอึดอัด รินรีบเบี่ยงตัวหลุดจากการเกาะกุมทันที ดวงตากลมโตตวัดมองคนตัวโตกว่าด้วยความหงุดหงิดที่เริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้ง "เล่นอะไรของคุณกวินคะเนี่ย เกือบจะกลายเป็นสงครามขนาดย่อมอยู่แล้วไหมล่ะ" "แล้วใครใช้ให้คุณวิ่งแจ้นมาเจอหน้ามันตามลำพังล่ะคะ ริน" กวินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเจือแววหงุดหงิดไม่แพ้กัน ดวงตาคมกริบกวาดสำรวจร่างโปร่งตั้งแต่หัวจรดเท้าเสมือนตรวจเช็คความเสียหาย "รู้ตัวไหมว่าทำตัวน่ารำคาญและน่า..." คำพูดที่เหลือกลืนหายไปในลำคอ เมื่อกวินเซถลาไปข้างหน้าเล็กน้อย ร่างกายที่เคยตั้งตรงสง่างามกลับเริ่มโคลงเคลงอย่างไร้สาเหตุ ลมหายใจที่เป่ารดต้นคอของรินเจือกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ แต่เข้มข้นจนสัมผัสได้ "อ๊ะ... คุณกวิน! เป็นอะไรคะเนี่ย หรือว่าฤทธิ์ไวน์แก้วนั้น..." รินรีบพุ่งเข้าไปคว้าแขนแกร่งไว้ทันก่อนที่ร่างสูงจะล้มพับลงไปกองกับพื้น ดวงตาหวานเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อสัมผัสได้ถึงความร้อนที่แผ่ออกมาจากตัวของอีกฝ่าย ให้ตายเถอะ... ผู้ชายรักความสมบูรณ์แบบอย่างกวินเนี่ยนะ จะมาน็อตหลุดกลางงานอีเวนต์ใหญ่เพราะแอลกอฮอล์ฤทธิ์แรงเนี่ยนะ! "ไม่ได้เป็นอะไร... ปล่อยน่าริน ผมเดินเองได้" กวินพยายามฝืนตัวตั้งตรง ใบหน้าคมคายขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด ดวงตาที่เคยคมปราบทรงอำนาจตอนนี้กลับฉายแววพร่าเลือนและดื้อรั้นอย่างไม่น่าเชื่อ "เดินได้บ้านคุณสิครับ ตัวจะล้มแหล่ไม่ล้มแหล่อยู่แล้วเนี่ย!" รินบ่นอุบอย่างเหลืออด ก่อนจะตัดสินใจสอดแขนข้างหนึ่งโอบเอวสอบของอีกฝ่ายไว้แน่นแล้วแบกน้ำหนักตัวที่มากกว่าเข้ามาร2ในห้องพักรับรองส่วนตัวที่อยู่ใกล้ที่สุด ประตูกระจกอัตโนมัติปิดลงพร้อมกับความเย็นฉ่ำของเครื่องปรับอากาศ รินทิ้งร่างของซีอีโอจอมหยิ่งลงบนโซฟาหนังแท้ตัวยาวอย่างหมดแรง หอบหายใจแฮกๆ "เหนื่อยเป็นบ้าเลย... เกิดมาไม่เคยต้องมาแบกใครสภาพนี้มาก่อนในชีวิตเลยให้ตายเถอะ" แต่ก่อนที่รินจะได้เดินไปหยิบน้ำมาให้ กวินที่นอนพิงพนักโซฟาอยู่ก็เอื้อมมือคว้าข้อมือเขาไว้ด้วยแรงที่มากกว่าปกติ กระชากเพียงนิดเดียว ร่างโปร่งก็เสียหลักล้มทับลงไปบนอกแกร่งของอีกฝ่ายอย่างจัง! "เฮ้ย! ทำบ้าอะไรเนี่ย!" รินอุทานเสียงหลง มือสองข้างยันแผงอกแน่นไว้เพื่อพยายามดันตัวเองขึ้น แต่ทว่าวงแขนแกร่งกลับรัดรอบเอวเขาไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก ขยับเขยื้อนไม่ได้แม้แต่นقเดียว "ริน..." เสียงเรียกที่ทุ้มนุ่มและแหบพร่ากว่าปกติ ทำให้รินชะงักไป ดวงตากลมโตจ้องมองใบหน้าคมคายที่อยู่ห่างกันเพียงคืบ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดพวงแก้มขาวจนรู้สึกวูบวาบไปหมด กวินไม่ได้ดุดัน ไม่ได้ปากร้ายเหมือนทุกที ดวงตาคู่คมที่มักจะซ่อนความเย่อหยิ่งไว้ ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยความเวิ้งว้างและประกายบางอย่างที่รินไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต "คุณ... เมามากแล้วนะ ปล่อยผมก่อน" รินพยายามทำเสียงให้แข็งเข้าไว้ ทั้งที่หัวใจในอกเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกซี่โครงอยู่รอมร่อ "รินรู้ไหม... ว่าทำไมผมถึงเกลียดเวลาที่คุณไปยืนใกล้ไอ้เมธา" กวินพึมพำเบาๆ ริมฝีปากหยักได้รูปขยับอยู่ใกล้ริมฝีปากของรินจนแทบจะแนบชิด รินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวสมองขาวโพลนไปหมด "ะ...เพราะเรื่องธุรกิจเหรอคะ เพราะมันจะฮุบโปรเจกต์..." "ไม่ใช่..." กวินส่ายหน้าช้าๆ ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของริน ราวกับต้องการค้นหาความจริงบางอย่างข้างในนั้น "เพราะผมกลัว... กลัวว่าวันหนึ่งรินจะมองเห็นค่าของคนอื่นมากกว่าผม" เพล้ง! เหมือนมีกระจกใสบางๆ แตกละเอียดอยู่ในอกของริน คำพูดที่หลุดออกมาจากปากของคนปากแข็งอย่างกวิน ในยามที่สติสัมปชัญญะไม่เต็มร้อย มันทรงพลังและทำลายเกราะป้องกันทุกอย่างของเขาจนยับเยิน "คุณ... พูดบ้าอะไรเนี่ย" รินเสียงสั่นโดยไม่รู้ตัว ความร้อนผ่าวแล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหู "ผมไม่ได้บ้า..." กวินกระซิบเสียงพร่า ริมฝีปากร้อนจัดเคลื่อนเข้ามาใกล้จนเกือบจะแตะกลีบปากนุ่ม "ตั้งแต่มีรินเข้ามาในชีวิต... ทุกอย่างที่ผมเคยควบคุมได้ มันพังไม่เป็นท่าเลยรู้ไหมครับ..." รินแทบหยุดหายใจ โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุนไปชั่วขณะ ปลายจมูกของคนทั้งสองแทบจะชนกันอยู่แล้ว กลิ่นอายความเป็นผู้ชายและไวน์จางๆ มอมเมาสติของรินให้หลุดลอยไปไกลลิบ นิ้วเรียวของกวินที่เคยถือสิทธิ์และเย็นชา ตอนนี้กลับลูบไล้เบาๆ บนพวงแก้มเนียนอย่างทะนุถนอม สัมผัสที่อ่อนโยนจนน่าใจหายทำให้ขอบตาของรินร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ "ถ้ารินยังดื้อ... ยังทำตัวน่าโมโหใส่ผมแบบนี้อีก..." กวินเว้นจังหวะไปนิดหนึ่ง ดวงตาคมกริบมองริมฝีปากอิ่มที่เผยอขึ้นน้อยๆ ด้วยความกระหายใคร่รู้ ก่อนจะกระซิบประโยคถัดมาด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาสติของรินขาดผึ่งลงตรงนั้น "ผมคงต้อง... ล่ามโซ่รินไว้กับตัวจริงๆ แล้วล่ะ..." กึก! ท่ามกลางความเงียบงันและอารมณ์ที่กำลังพุ่งทะยานถึงขีดสุด เสียงกุญแจไขกระทบกับกลอนประตูด้านนอกก็ดังขึ้นเบาๆ ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าและเสียงพูดคุยของทีมงานที่กำลังเดินเข้ามาใกล้ห้องรับรองนี้เรื่อยๆ! รินเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก สติที่กระเจิดกระเจิงกลับเข้าร่างในเสี้ยววินาที มือบางออกแรงผลักอกกวินเต็มแรงเพื่อจะลุกหนี แต่ทว่า... ประตูกระจกบานเลื่อนกำลังถูกผลักเปิดออกเผยให้เห็นร่างของเลขาคนสนิทที่เดินนำหน้าเข้ามาพร้อมกับเอกสารกองโตในมือ! "ท่านประธานคะ... ดิฉันเอาเอกสารสรุปยอด..." ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความรู้สึกอันลึกซึ้งของตัวละครนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายร้อยใจปากแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%