กลิ่นไวน์แดงราคาแพงเคล้าเสียงไวโอลินในงานเลี้ยงกาล่าดินเนอร์หรูหราไม่ได้ช่วยให้อากาศรอบตัวกวินเย็นลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... เปลวไฟแห่งความหงุดหงิดกำลังแผดเผาจนเส้นเลือดขมับของ CEO หนุ่มปูดโปน ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดพิเศษยืนค้ำโต๊ะวีไอพี สายตาดุดันราวกับพญาอินทรีจดจ้องไปยังฟลอร์เต้นรำกลางห้องโถงอย่างเอาเรื่อง
ภาพตรงหน้าคือริน... นายเอกหน้าหวานผู้มักจะใช้ฝีปากคมกริบทิ่มแทงเขากลับได้ทุกคำ กำลังอยู่ในอ้อมแขนของเมธา คู่แข่งทางธุรกิจตัวฉกาจที่จ้องจะเลื่อยขาเก้าอี้เขามาตลอด
รินตั้งใจชัดเจน ยอดดวงใจตัวแสบของเขาจงใจก้าวเท้าตามจังหวะเพลงรำวงร่วมสมัยด้วยท่าทางเย้ายวนเกินความจำเป็น มือเรียวบางข้างหนึ่งวางอยู่บนลาดไหล่กว้างของเมธา ส่วนอีกข้างปล่อยให้ปลายนิ้วเรียวเกี่ยวพันกับอุ้งมือของศัตรูตัวฉกาจอย่างสนิทสนม ทุกรอยยิ้ม ทุกเสียงหัวเราะเบาๆ ที่รินมอบให้เมธา เปรียบเสมือนเข็มเล่มเล็กๆ ที่จิ้มลงบนความอดทนอันน้อยนิดของกวินทีละนิดจนพรุน
"เต้นรำกับศัตรู... รินนี่ช่างสรรหาวิธีทรมานฉันเสียจริงนะคะ" กวินพึมพำกับแก้วไวน์ในมือจนมันสั่นระริก
บนฟลอร์เต้นรำ เมธาส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ขณะประคองเอวบางให้หมุนตัวเข้าหา รินช้อนตาขึ้นมองคู่เต้นด้วยรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มที่ไม่ได้มาจากใจจริง แต่ทำไปเพื่อจุดประสงค์เดียวคือ 'แกล้งคนแถวนี้ให้คลั่งตาย'
"เพลงนี้ยาวนานเป็นพิเศษนะคะคุณเมธา หรือว่าวงดนตรีเขาตั้งใจแกล้งเรากันแน่" เสียงหวานเอ่ยเย้าแหย่ ปลายนิ้วเรียวขยับขยี้ปกเสื้อสูทของอีกฝ่ายเบาๆ ชนิดที่คนมองจากระยะไกลต้องคิดไปไกลโข
"ถ้าการเต้นรำนี้ทำให้คุณรินยิ้มได้ ผมยินดีให้วงนี้บรรเลงไปจนถึงเช้าเลยครับ" เมธาก้มหน้ากระซิบชิดใบหูขาวเนียน ตั้งใจแสดงความสนิทสนมให้เกินงาม สายตาของเพลย์บอยหนุ่มเหลือบมองไปยังกวินที่ยืนหน้าดำคร่ำเครียดอยู่ขอบฟลอร์ด้วยความสะใจ
รินแอบเหลือบสายตาไปมองทิศทางที่กวินยืนอยู่พอดี พอเห็นคิ้วเข้มที่ขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นปมกับใบหน้าบึ้งตึงระดับสิบ รอยยิ้มของคนตัวเล็กก็ยิ่งกว้างขึ้นด้วยความสะใจ
*อยากทำเป็นนิ่งนักสินะ... อยากทำเป็นไม่แคร์นักสินะ* รินคิดในใจอย่างหมั่นไส้
เมื่อท่วงทำนองเพลงเปลี่ยนเป็นจังหวะแทงโก้ที่เร้าใจและใกล้ชิดยิ่งขึ้น เมธาจึงรวบเอวบางเข้ามาประชิดตัวจนแทบไม่เหลือช่องว่าง รินไม่ได้ขัดขืน ซ้ำยังจงใจเบี่ยงใบหน้าเข้าหาซอกคอของเมธาเล็กน้อยราวกับกำลังกระซิบกระซาบความลับบางอย่าง
เปรี้ยง! เหมือนมีความอดทนสายสุดท้ายขาดผึ่งในหัวของกวิน
ร่างสูงของ CEO หนุ่มก้าวฉับๆ ตรงดิ่งเข้าไปกลางฟลอร์เต้นรำราวกับพายุหมุน ไม่สนสายตาแขกเหรื่อรอบข้างที่หันมามองเป็นตาเดียว กวินพุ่งเข้ากระชากแขนเรียวของรินให้ออกจากอ้อมแขนของเมธาอย่างแรงด้วยแรงอารมณ์ที่เกินจะควบคุม
"อุ๊ย! อะไรกันเนี่ย..." รินอุทานเบาๆ แสร้งทำเป็นตกใจ ทั้งที่ในใจแอบหัวเราะร่าที่แผนการสำเร็จลุล่วงด้วยดี
เมธาหน้าตึงขึ้นมาทันทีเมื่อถูกขัดจังหวะ ชายหนุ่มยกมือขึ้นปัดป้องและทำท่าจะเอาเรื่อง "นี่คุณกวิน ทำตัวไร้มารยาทเกินไปหน่อยไหมครับ คนเขากำลังเต้นรำกันอยู่ดีๆ"
"เรื่องของฉันกับคนของฉัน... เสือกอะไรด้วยไม่ทราบ" กวินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเย็นเยียบเฉียบขาดจนเมธาชะงัก ดวงตาคมกริบของกวินตวัดกลับมามองรินที่ยังคงลอยหน้าลอยตากวนประสาทไม่เลิก
"ใครคนของคุณกันคะ พูดจาให้เกียรติกันบ้าง ฉันมากับคุณเมธา... เป็นแขกของเขา ไม่ใช่สมบัติของคุณเสียหน่อย" รินเถียงฉอดๆ เชิดหน้าขึ้นสู้สายตาดุดันอย่างไม่เกรงกลัวแม้แต่น้อย
กวินขบกรามแน่นจนสันนูนเด่นชัด มือหนาที่บ้อมรอบข้อมือบางกระชับแน่นขึ้นจนรินแอบนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ แต่ริมฝีปากอิ่มยังคงเม้มเข้าหากันอย่างดื้อรั้น ไม่ยอมปริปากขอโทษหรือแสดงความอ่อนแอออกมาให้เห็นเด็ดขาด
"ปากเก่งนักนะริน... อยากลองดีกับฉันใช่ไหม" กวินก้มหน้าลงกระซิบชิดริมฝีปากอิ่ม น้ำเสียงแหบพร่าเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ที่ผสมปนเประหว่างความโกรธ ความหึงหวง และความต้องการที่จะเอาชนะ
"ถ้าฉันไม่ปากเก่ง... คุณก็คงไม่เดินหัวเสียเข้ามาลากฉันออกมากลางงานแบบนี้หรอกจริงไหมคะ CEO ผู้เพียบพร้อม" รินสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตพราวระยับด้วยประกายท้าทาย
เมธายังคงยืนขวางทางอยู่ด้วยสีหน้าไม่พอใจ "ปล่อยคุณรินเถอะครับ ดูท่าทางเขาไม่ได้อยากคุยกับคุณเลยสักนิด"
กวินปรายตามองคู่แข่งหัวใจด้วยหางตาราวกับมองฝุ่นผง "อยากลองดีกับฉันอีกคนไหมเมธา... ถ้าไม่อยากให้บริษัทของคุณต้องพังไม่เป็นท่าภายในสัปดาห์นี้ ก็ไสหัวไปซะ!"
บรรยากาศรอบตัวอึมครึมลงถนัดตา เมธากัดฟันกรอดแต่เมื่อเจอรัศมีคุกคามอันน่ากลัวของกวินเข้าจริงก็ทำได้แค่ถอยฉากออกไปอย่างเสียหน้า รินมองตามหลังเมธาแวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับเสือร้ายที่กำลังโมโหจัด
"ใจร้อนเป็นไฟแบบนี้ ระวังแก่เร็วนะคะคุณกวิน" รินลอยหน้าลอยตาแซว
กวินแค่นเสียงในลำคอ ดวงตาคมกริบมองสำรวจริมฝีปากที่เอาแต่ต่อล้อต่อเถียงไม่หยุด ก่อนจะตัดสินใจทำในสิ่งที่รินไม่มีทางคาดคิด
ร่างสูงรวบเอวบางเข้าหาตัวอย่างรวดเร็วก่อนจะก้าวถอยหลังพาอีกฝ่ายหลบฉีกออกจากฟลอร์เต้นรำ ไปยังมุมมืดเงียบเชียบหลังเสาโรมันต้นใหญ่ที่ผู้คนเดินผ่านไปมามองไม่เห็น รินยังไม่ทันได้อ้าปากโวยวาย แผ่นหลังบางก็แนบชิดติดกับผนังเย็นเฉียบเสียแล้ว
กวินกักขังร่างของรินไว้ด้วยแขนทั้งสองข้างที่ยันกำแพง ใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มใสที่ขึ้นสีระเรื่อด้วยความตื่นตระหนก
"คิดจะยั่วโมโหฉันให้สนุกนักใช่ไหมริน..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยชิดริมฝีปาก แววตาคมปลาบเต็มไปด้วยความดุดันแต่กลับซ่อนความปรารถนาบางอย่างเอาไว้ลึกซึ้ง
รินใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ความกวนประสาทเมื่อครู่หายไปไหนหมดไม่รู้เมื่อเผชิญหน้ากับสายตาคุกคามระดับพรีเมียมของคนตรงหน้า แต่ด้วยความที่เป็นคนไม่เคยยอมใคร รินจึงพยายามเชิดหน้าขึ้นสู้แม้หัวใจจะเต้นรัวเหมือนกลองเพล
"แล้วทำไมฉันต้องแคร์ด้วยล่ะคะ ในเมื่อคุณ... อุ๊ย!"
คำพูดทั้งหมดถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อกวินไม่รอให้ริมฝีปากคู่นั้นได้เถียงเขาอีกต่อไป ชายหนุ่มก้มลงประกบจุมพิตลงบนเรียวปากอิ่มอย่างหนักหน่วงและเอาแต่ใจ เป็นการลงโทษคนปากเก่งที่กล้าไปเต้นรำกับศัตรูต่อหน้าต่อตาเขา!
รินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ พยายามจะทุบอกแกร่งเพื่อประท้วง แต่กวินกลับรวบข้อมือทั้งสองข้างของรินขึ้นไปตรึงไว้เหนือหัวด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย ส่วนมืออีกข้างประคองท้ายทอยบังคับให้รับสัมผัสร้อนแรงที่ไม่มีทางปฏิเสธ
จังหวะที่หัวใจเต้นระส่ำและสติกำลังจะหลุดลอยไปกับรสจูบอันเร่าร้อนที่แฝงความหึงหวงนั้นเอง... เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงทักทายของบุคคลที่สามก็ดังขึ้นจากมุมมืดด้านหลังเสา
"อ้าว... คุณกวินครับ อยู่นี่เองเหรอ ผมกำลังตามหาตัวอยู่พอดี เรื่องโปรเจกต์ใหม่ที่คุยค้างไว้..."
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนและฟินไปด้วยกันนะคะ!
พันธะร้ายร้อยใจปากแข็ง•ตอนที่ 15
เต้นรำกับศัตรู
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายร้อยใจปากแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!