"ถ้าคุณก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ผมจะถือว่าคุณบุกรุกสำนักงานในยามวิกาล และเตรียมตัวรับหมายศาลข้อหาหมิ่นประมาทพ่วงไปด้วยได้เลย คุณเมธา"
เสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมาของกวินไม่ได้มีความเกรงกลัวเจืออยู่เลยแม้แต่น้อย ร่างสูงในชุดสูทสั่งตัดพิเศษก้าวเข้ามาขวางกลางระหว่างโต๊ะทำงานของรินกับร่างโปร่งของคู่ปรับตัวฉกาจ บรรยากาศรอบตัวของซีอีโอหนุ่มแผ่รังสีอำมหิตคุกรุ่นออกมาอย่างเด่นชัด นัยน์ตาคมกริบดุจเหยี่ยวจ้องมองเมธาราวกับจะฉีกร่างอีกฝ่ายเป็นชิ้นๆ
เมธาหัวเราะในลำคอเบาๆ ดวงตาพราวระยับเต็มไปด้วยความท้าทาย เขาส่งยิ้มมุมปากที่แสนกวนประสาทให้อีกฝ่าย ก่อนจะเหลือบสายตาข้ามไหล่กว้างของกวินไปยังร่างบางที่นั่งเงียบอยู่ด้านหลัง
"ใจเย็นน่าคุณกวิน ผมไม่ได้มาหาเรื่อง ผมแค่แวะเอาเอกสารโปรเจกต์ร่วมทุนที่ริน... เอ่อ คุณริน ลืมไว้ที่ห้องประชุมเมื่อเย็นมาคืนต่างหาก ทำไมต้องทำหน้าเหมือนอยากกินเลือดกินเนื้อผมขนาดนั้นด้วยล่ะครับ หรือว่า..." เมธาจงใจเว้นจังหวะ ลากเสียงยาวอย่างยั่วเย้า "หวงก้าง?"
"หุบปากซ้ำซากของคุณแล้วไสหัวออกไปซะ ก่อนที่ผมจะหมดความอดทนแล้วลืมมารยาททางธุรกิจไปเสียก่อน" กวินกัดกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นนูนเด่น มือหนากำหมัดเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปーン
"พอได้แล้วค่ะทั้งสองคน..."
เสียงหวานใสที่ติดจะแห้งพร่าเล็กน้อยดังขึ้นแทรกกลางความตึงเครียด รินค่อยๆ ปรือตาขึ้นอย่างสะลึมสะลือ หลังจากที่ฟุบหลับคาโต๊ะกองเอกสารไปเกือบชั่วโมง ดวงตากลมโตคู่สวยกะพริบถี่ๆ เพื่อปรับโฟกัสภาพตรงหน้า ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เมื่อเห็นว่าพื้นที่ส่วนตัวของเขากำลังจะกลายเป็นสังเวียนมวยย่อมๆ
ร่างบางดันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้จะยังสะลึมสะลืออยู่บ้างแต่แววตาดื้อรั้นก็ยังคงฉายชัด รินปรายตามองเมธาก่อนจะแบมือออก
"เอาเอกสารมาค่ะคุณเมธา ขอบคุณที่อุส่าห์เอามาให้ ดึกดื่นตื่นเช้าขนาดนี้ไม่มีอะไรทำหรือไงคะ ถึงได้มาเดินเร่ร่อนแถวนี้"
เมธายิ้มกว้างอย่างชอบใจ ยื่นแฟ้มเอกสารในมือให้ริน "ด้วยความยินดีครับคนสวย ดึกแค่ไหนผมก็มาส่งให้ได้เสมอถ้าเป็นเรื่องของคุณ..."
"วางไว้แล้วก็เชิญค่ะ ประตูทางออกอยู่ตรงนั้น เชิญ!" กวินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเข้มจัดจนบรรยากาศลดอุณหภูมิดิ่งฮวบลงอีกรอบ ร่างสูงคว้าแขนเรียวของรินให้ขยับถอยหลังหลบห่างจากเมธาโดยอัตโนมัติ ราวกับต้องการแสดงความเป็นเจ้า
เมธาไหวไหล่เบาๆ อย่างไม่ี่iยทรานส์ ยิ้มเยาะเย้ยกวินเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะหมุนตัวเดินจากไปอย่างอารมณ์ดี ทิ้งให้เสียงฝีเท้ากระทบพื้นดังสะท้อนก้องในความเงียบงันยามวิกาล
ปัง!
เสียงประตูกระจกห้องทำงานปิดลงพร้อมกับแรงอารมณ์ของกวินที่ยังค้างคา ร่างสูงหันขวับกลับมามองคนตัวเล็กที่ยืนทำหน้ามึนอยู่ตรงหน้า
"นายกล้าดียังไงถึงปล่อยให้มันเข้ามาถึงนี่! รู้ไหมว่ามันไว้ใจไม่ได้!" กวินเปิดฉากตวาดทันที ความหึงหวงที่ตีรวนขึ้นมาในอกผสมปนเปกับความโกรธจนเขาควบคุมน้ำเสียงตัวเองไม่ได้
"นี่! จะบ้าหรือไงคะคุณกวิน ฉันจะไปห้ามไม่ให้ใครเดินเข้ามาในตึกได้ยังไงล่ะคะอีกอย่าง ฉันเผลอหลับไปต่างหาก ไม่ได้อนุญาตให้ใครเข้าสักหน่อย!" รินเถียงกลับเสียงแข็งทันควัน ดวงตาคู่สวยตวัดมองค้อนคนตัวโตด้วยความหงุดหงิด "แล้วก็เลิกทำเสียงดังใส่ฉันสักที หูจะแตกอยู่แล้ว!"
"นายมันดื้อด้าน ริน! บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าไปสนิทสนมกับมัน ไอ้เมทานั่นมันจ้องจะเล่นงานเราอยู่ นายยังจะทำตัวสนิทสนมให้มันมาหยอดคำหวานใส่เนี่ยนะ สมองนายไปไว้ที่ไหนหมด!"
"แล้วมันเรื่องอะไรที่คุณต้องมาเดือดร้อนด้วยล่ะคะ! ฉันจะคุยกับใคร จะสนิทกับใคร มันก็เรื่องส่วนตัวของฉัน คุณเป็นแค่... เป็นแค่เจ้านายจู้จี้ขี้บ่นคนหนึ่งเท่านั้นแหละ ไม่มีสิทธิ์มาบงการชีวิตฉัน!"
คำว่า 'แค่เจ้านาย' กระแทกเข้ากลางใจกวินอย่างจัง ร่างสูงชะงักไปชั่วขณะ นัยน์ตาสีเข้มวับวาวด้วยความเจ็บปวดที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความดุดัน เขาก้าวเข้าไปประชิดตัวคนตัวเล็กอย่างไร้ช่องว่าง จนรินต้องผถอยหลังจนสะโพกชนติดกับขอบโต๊ะทำงาน
"ไม่มีสิทธิ์งั้นเหรอ..." กวินก้มตัวลงกระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าจนน่ากลัว ลลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอขาวจนริน ขนลุกชัน "งั้นก็ลองดูสิ ว่าฉันมีสิทธิ์หรือไม่มี!"
รินใจเต้นแรงระรัวด้วยความตื่นตระหนก ใบหน้าหวานร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ เมื่อแผงอกกว้างเบียดชิดจนแทบไม่มีช่องว่าง ดวงตากลมโตหลบวบไปทางอื่นเมื่อพบว่าระยะห่างระหว่างเขากับเผลอเข้าใกล้กันเกินไปแล้ว
"ถอยไปเลยนะคุณกวิน..." รินพยายามดันอกแกร่งออก แต่แรงน้อยนิดของเขากลับไม่ได้ผลเลยสักนิด ร่างสูงราวกับกำแพงหินที่ขยับเขยื้อนไม่ได้
กวินมองเสี้ยวหน้าหวานที่ขึ้นสีระเรื่ออย่างลืมตัว ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่มลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงความรู้สึกบางเบาที่ตีตื้นขึ้นมาในอก ยามที่เขาสังเกตเห็นรอยคล้ำใต้ดวงตาคู่สวยและความอ่อนล้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความปากแข็งนั้น
เมื่อครู่... ตอนที่เขายืนมองรินฟุบหลับอยู่ที่โต๊ะทำงาน ความรู้สึกประหลาดบางอย่างก็ไหล่บ่าเข้ามาในหัวใจที่ด้านชา ภาพของคนตัวเล็กที่มักจะเถียงเขาฉอดๆ ยามตื่น แต่กลับดูอ่อนปวกเปียกและไร้การป้องกันตัวยามหลับใหล มันทำให้กวินเผลอยกยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยน... รอยยิ้มที่เขาไม่เคยแสดงให้ใครเห็นมานานนับปี
รินที่สังเกตเห็นความเงียบผิดปกติเงยหน้าขึ้นสบตา และต้องชะงักงันเมื่อพบว่าดวงตาคมกริบที่เคยดุดัน บัดนี้กลับฉายแววละมุนละไมอย่างหาได้ยากยิ่ง
"คุณ... ยิ้มอะไรคะ" รินถามเสียงเบา ความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่หายไปไหนหมดก็ไม่รู้ เหลือเพียงความประหม่าที่เข้ามาแทนที่
กวินไม่ตอบ ร่างสูงโน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้นอีกนิด จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดกันและกัน ท่ามกลางความเงียบงันของสำนักงานในยามค่ำคืน
"นายตอนหลับ..." เสียงทุ้มเอ่ยแผ่วเบa ชวนใจสั่น "ดูน่ารำคาญน้อยกว่าตอนตื่นตั้งเยอะ..."
"นี่คุณ!" รินเตรียมจะอ้าปากด่ากลับด้วยความหมั่นไส้ แต่ยังไม่ทันจะได้เปล่งเสียง ทันใดนั้นเอง...
กริ๊งงงง!
เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของรินแผดเสียงดังลั่นลายความเงียบ ทำลายบรรยากาศสีชมพูที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างไม่เกรงใจใคร รินสะดุ้งสุดตัว รีบเบี่ยงตัวหลบแล้วคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ
ทว่า... เพียงแค่กวาดสายตาอ่านข้อความสั้นๆ ที่ปรากฏบนหน้าจอ แววตาดื้อรั้นของรินก็เปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนก สีหน้าซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด จนกวินต้องขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย
"มีอะไร..."
รินเงยหน้าขึ้นสบตากับกวิน ร่างบางตัวสั่นเทาเล็กน้อยริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่น ก่อนจะเอ่ยชื่อคนที่ไม่คาดคิดว่าจะปรากฏตัวขึ้นในเวลานี้ออกมาด้วยน้ำเสียงขาดห้วง
"คุณ... คุณแม่... คุณแม่ฉันอยู่ที่ล็อบบี้ข้างล่างค่ะ!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิกหมอนฟินไปด้วยกันนะคะ ❤️
พันธะร้ายร้อยใจปากแข็ง•ตอนที่ 6
รอยยิ้มที่เผลอใจ
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะร้ายร้อยใจปากแข็ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!