กลิ่นของสนิมเหล็กและไอน้ำค้างยามดึกในหุบเขาป่าทึบไม่ได้ให้ความรู้สึกสงบเลยแม้แต่น้อย สำหรับคนที่ต้องใช้ชีวิตอยู่บนเส้นด้ายแห่งอำนาจและความยุติธรรมอย่างพวกเรา ป่าไม้อันเงียบสงบมักเป็นสถานที่ซ่อนเร้นที่สมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับการฆาตกรรม มากกว่าจะเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ
กองไฟขนาดเล็กที่มอดเหลือเพียงถ่านแดงก่ำกำลังส่งเสียงปะทุเบาๆ แสงสีส้มสลัวสาดกระทบใบหน้าด้านข้างของอัยการพิมพ์ลภัส เธอไม่ได้สวมสูทสั่งตัดราคาแพงระยับเหมือนยามอยู่ในห้องพิจารณาคดี แต่สวมเพียงเสื้อแจ็คเก็ตกันหนาวสีเข้มทับเสื้อไหมพรมคอเต่า ทว่าท่าทีอันเยือกเย็นและสายตาที่ทอดมองออกไปในความมืดมิดเบื้องหน้านั้น กลับคมกริบไม่ต่างจากยามที่เธอกำลังจ้องมองจำเลยบนบัลลังก์
"คุณกำลังคิดว่าฉันเลือกสถานที่ตายได้ไม่เลวเลยใช่ไหมล่ะ สารวัตร"
เสียงหวานทุบทำลายความเงียบขึ้นเบื้องหลังเปลวไฟ เธอยังคงไม่หันมามอง แต่ปลายนิ้วเรียวกลับกำลังหมุนแก้วสแตนเลสบรรจุกาแฟดำที่เย็นชืดอย่างใจเย็น
สารวัตรกรณ์ที่นั่งอยู่บนท่อนไม้ฝั่งตรงข้ามเงยหน้าขึ้นจากแฟ้มเอกสารคดีเก่าในมือ แววตาคมกริบใต้กรอบคิ้วหนาสะท้อนประกายไฟสีส้ม เขาไม่ได้ตอบคำถามนั้นในทันที แต่เลือกที่จะใช้ความเงียบเป็นเครื่องมือในการกดดัน—จิตวิทยาขั้นพื้นฐานที่เขามักใช้ในการสอบสวนผู้ต้องหา
"ถ้าคุณคิดว่าการปลีกวิเวกมายังบ้านพักรับรองกลางป่าลึกของกรมป่าไม้ จะช่วยให้คุณรอดพ้นจากสายตาของใครก็ตามที่กำลังตามล่าคุณ... คุณกำลังประเมินความอดทนของพวกมันต่ำเกินไป อัยการพิมพ์ลภัส" กรณ์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มั่นคงและจริงจัง
พิมพ์ลภัสแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน "คุณคิดว่าฉันพาตัวเองมาตายหรือครับ สารวัตร... เปล่าเลย ฉันแค่กำลังล่อเสือออกจากถ้ำต่างหาก ในเมื่อเอกสารชุดนั้นอยู่ในมือฉัน พวกมันไม่มีทางปล่อยให้ฉันมีชีวิตอยู่จนถึงวันเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจหรอก"
"แล้วคุณก็ใช้ตัวเองเป็นเหยื่อล่อโดยไม่ปรึกษาใครเนี่ยนะ?" กรณ์ขยับตัวเล็กน้อย น้ำเสียงเริ่มเจือด้วยความไม่พอใจ "ความกล้าหาญกับความบ้าบิ่นมีเส้นแบ่งกันแค่บางๆ อัยการ และคุณกำลังข้ามเส้นนั้นไปฝั่งที่โง่เขลาที่สุด"
"อย่ามาสอนเรื่องความเสี่ยงให้ฉันเลย สารวัตรกรณ์... คนที่เคยสูญเสียเพื่อนร่วมงานไปต่อหน้าต่อตาเพราะความซื่อตรงอย่างคุณ ต่างหากที่ไม่มีสิทธิ์มาตัดสินว่าใครควรแลกอะไรเพื่อความถูกต้อง"
คำพูดนั้นพุ่งเป้าตรงไปยังแผลเป็นในใจของกรณ์ราวกับลูกศรที่อาบยาพิษ บรรยากาศรอบกองไฟพลพัดเย็นยะเยือกขึ้นมาทันที กล้ามเนื้อบริเวณกรามของนายตำรวจหนุ่มขึงตึง ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความโกรธกรุ่นที่ถูกสะกิดถูกจุดอ่อน
ก่อนที่บทสนทนาระหว่างคนทั้งสองจะลึกลงไปมากกว่านั้น ประสาทสัมผัสอันเฉียบคมของสารวัตรสืบสวนก็ร้องเตือนภัยขึ้นมาเสียก่อน
*กรอบแกรบ...*
ไม่ใช่เสียงกิ่งไม้หักตามธรรมชาติ และไม่ใช่เสียงลมพัดผ่านยอดสน มันคือเสียงฝีเท้าอันแผ่วเบาและระมัดระวังอย่างยิ่งยวดที่เหยียบบนใบไม้แห้งบริเวณแนวชายป่าห่างจากระเบียงบ้านพักออกไปไม่ถึงสามสิบเมตร
กรณ์ไม่รอช้า ร่างสูงใหญ่พุ่งเข้าใส่พิมพ์ลภัสด้วยความเร็วราวกระสุนปืน แรงกระแทกทำให้ร่างเพรียวของอัยการสาวล้มกลิ้งหลบพ้นรัศมีของกองไฟไปเสี้ยววินาที
*ปัง! ปัง! ปัง!*
เสียงปืนเก็บเสียงดังสนั่นขึ้นสามนัดซ้อน กระสุนเจาะทะลุกรอบหน้าต่างไม้ของบ้านพัก และฝังตัวลงในท่อนไม้ที่กรณ์เพิ่งนั่งอยู่เมื่อครู่ เศษไม้และประกายไฟกระจายว่อนไปทั่วบริเวณ
"หมอบลง!" กรณ์คำรามลั่น พร้อมกับชักอาวุธประจำกายขนาด 9 มม. ออกจากซองพกข้างลำตัวอย่างคล่องแคล่ว สายตาคมกริบกวาดมองผ่านความมืดมิดเพื่อประเมินสถานการณ์
พิมพ์ลภัสมีอาการตกใจเพียงชั่วพริบตาเดียว สมองอันปราดเปรื่องของเธอปรับตัวเข้าสู่โหมดเอาชีวิตรอดได้อย่างรวดเร็ว เธอไม่กรีดร้อง ไม่โวยวาย แต่รีบคลานหลบไปหลังแนวเสาปูนคอนกรีตของระเบียงบ้านอย่างเงียบเชียบ มือเรียวควAโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเตรียมพร้อม แม้สัญญาณโทรศัพท์ในหุบเขาแห่งนี้จะแทบไม่มีเลยก็ตาม
"พวกมันมีกี่คน?" พิมพ์ลภัสถามกระซิบ เสียงของเธอแม้จะสั่นเล็กน้อยแต่ก็ยังคงความควบคุมไว้ได้
"อย่างน้อยสองคน มือปืนอาชีพ... วิถีกระสุนมาจากมุมสูงบนเนินเขาฝั่งตะวันตก" กรณ์ตอบสั้นๆ สายตาจดจ่ออยู่กับความมืดมิดเบื้องหน้า นิ้วชี้วางทาบอยู่บนโครงปืนอย่างระมัดระวัง เขาอาศัยแสงไฟจากกองไฟที่ใกล้จะมอดดับเป็นตัวล่อสายตาฝ่ายตรงข้าม ขณะที่ตัวเขาเองขยับร่างไปแอบอยู่หลังมุมตึกมืดทึบ
ความเงียบสงบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาของคนทั้งคู่และเสียงใบไม้ไหวตามแรงลม
ในโลกของคดีความและการสืบสวน ไม่มีคำว่าบังเอิญ การที่มือปืนตามมาเจอพวกเขาในคืนเดือนดับกลางป่าลึกเช่นนี้ หมายความว่า... มีหนอนบ่อนไส้อยู่ในทีมสืบสวนของพวกเขาเอง
กรณ์เหลือบมองพิมพ์ลภัสที่นั่งรอจังหวะอยู่ไม่ไกล ใบหน้าของเธอซีดเผือดแต่แววตากลับฉายความเด็ดเดี่ยวขึ้นมาแทนที่ความหวาดกลัว เคมีที่ขัดแย้งกันระหว่างความถูกต้องตามกฎหมายของตำรวจกับความเทาของอัยการสาว บัดนี้ถูกหลอมรวมเข้าด้วยกันด้วยความเป็นความตายที่อยู่ตรงหน้า
*แกร๊ก...*
เสียงโลหะกระทบกันดังแผ่วมาจากมุมมืดด้านหลังบ้านพัก กรณ์ไม่รอช้า เขาตัดสินใจเป็นฝ่ายเปิดเกมรุกเพื่อชิงความได้เปรียบ ร่างสูงพุ่งตัวออกไปจากที่กำบังพร้อมกับลั่นไกปืนขู่ขึ้นฟ้าหนึ่งนัดเพื่อดึงดูดความสนใจ
*ปัง!*
เสียงสะท้อนก้องกังวานไปทั่วหุบเขา พร้อมกับร่างของใครบางคนที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วผ่านเงาไม้
แต่ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่านั้น แสงไฟฉาบฉายสว่างวาบขึ้นจากถนนลูกรังหน้าบ้านพัก เสียงเครื่องยนต์รถยนต์ขนาดใหญ่เร่งเครื่องเข้ามาจอดเทียบอย่างกะทันหัน ประตูรถถูกผลเปิดออกพร้อมกับเสียงตะโกนเรียกที่คุ้นเคย
"สารวัตร! อัยการ! อยู่ข้างในไหมครับ!"
เสียงของหมวดวินดังลั่นท่ามกลางความมืด ตามด้วยเสียงฝีเท้าของกำลังเสริมอีกหลายนายที่วิ่งกรูกันเข้ามาในพื้นที่
กรณ์ลดปืนลงช้าๆ แต่สายตายังคงไม่ละไปจากแนวป่ามืดทึบเบื้องหน้า เขารู้ดีว่ามือปืนคู่นั้นถอนกำลังหนีไปแล้ว และการมาถึงของหมวดวินในเวลานี้... ช่างประจวบเหมาะจนน่าสงสัย
อัยการพิมพ์ลภัสลุกขึ้นยืนปัดฝุ่นตามเสื้อผ้า สายตาคมกริบของเธอกวาดมองไปที่หมวดวินที่กำลังวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหา ก่อนจะหันมาสบตากับกรณ์ด้วยความหมายบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเงียบ
หมวดวินวิ่งมาถึงตัวพวกเขาก่อนจะหอบหายใจด้วยความเหนื่อยอ่อน "โชคดีที่ผมตามสัญญาณจีพีเอสเสริมที่คุณสารวัตรตั้งไว้ทัน... เกิดอะไรขึ้นครับเนี่ย ใครลอบยิงพวกคุณ?"
กรณ์ไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที เขายกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย—รอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความอบอุ่นและเต็มไปด้วยความเคลือบแคลงสงสัย ดวงตาสีเข้มจ้องมองลูกน้องคนสนิทตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า
"นั่นสินะหมวด... ใครกันนะที่รู้พิกัดที่พักของเราในคืนนี้อย่างแม่นยำขนาดนี้" กรณ์เอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทุกคำพูดกลับหนักหน่วงราวนำทั่งมาทุบลงกลางใจ
หมวดวินชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาทีเมื่อสบเข้ากับแววตาจับผิดของสารวัตรหนุ่ม ก่อนที่เขาจะรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติแล้วหัวเราะแห้งๆ "อ๋อ... ก็คุณสารวัตรเป็นคนส่งพิกัดสำรองให้ผมทางระบบเข้ารหัสเมื่อตอนหัวค่ำไงครับ หรือว่าคุณสารวัตรลืมไปแล้ว?"
กรณ์หรี่ตาลง หัวใจกระตุกวูบไม่ใช่เพราะคำอธิบายนั้น แต่เป็นเพราะ... *เขาไม่เคยส่งพิกัดสำรองให้ใครเลยตั้งแต่เดินทางมาถึงที่นี่*
บรรยากาศรอบตัวเย็นเยียบลงทันทีในความมืดมิดของคืนเดือนดับ
ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดนี้ไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารวัตรมือสะอาดกับอัยการไร้เงา•ตอนที่ 13
คืนเดือนดับ
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สารวัตรมือสะอาดกับอัยการไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!