สารวัตรมือสะอาดกับอัยการไร้เงา•ตอนที่ 12

แกะรอยเครือข่าย

ผลงานโดย พยานปากเอก
กลิ่นอายของสนิมเหล็กและน้ำมันเครื่องเก่าๆ คละคลุ้งปะปนไปกับกลิ่นอับของห้องพักโมเต็ลข้างทางที่แทบไม่มีแขกผู้มาเยือน สารวัตรกรณ์ใช้ปลายนิ้วเขี่ยเข็มบุหรี่ในที่เขี่ยซึ่งพูนไปด้วยก้นกรองที่ถูกสูบจนหมดมวน แสงไฟนีออนสีส้มกระพริบสั่นไหวจากป้ายหน้าร้านที่ใกล้พังเต็มที ทอดเงายาวทาบทับลงบนโต๊ะไม้กระดานหยาบๆ ที่เกลื่อนไปด้วยแผนที่ภูมิประเทศและเอกสารเส้นทางการเงินข้ามแดน เสียงเครื่องยนต์ดีเซลของรถกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อดับลงที่ลานจอดรถด้านล่าง ตามด้วยเสียงปิดประตูรถที่ไม่เบานัก อัยการพิมพ์ลภัสก้าวเข้ามาในห้องโดยไม่เคาะประตู เธอสวมเสื้อเชิร์ตสีเข้มและกางเกงขายาวทะมัดทะแมงเพื่อการเดินทางไกล ทว่าความเนี้ยบของบุคลิกภาพไม่ได้ลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย ใบหน้านั้นเรียบเฉย เย็นชา และฉาบไว้ด้วยร่องรอยความเหนื่อยล้าจากการนั่งรถนานนับส ชั่วโมงผ่านเส้นทางคดเคี้ยวเลียบแนวเทือกเขาตะนาวศรี "คุณประเมินความอดทนของฉันต่ำไปหรือเปล่า สารวัตร" พิมพ์ลภัสเอ่ยขึ้นทันทีโดยไม่ทักทาย ร่างเพรียวทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้พลาสติกฝั่งตรงข้าม ดวงตาสีเข้มจ้องมองแผนที่ที่กางอยู่ "การเดินทางข้ามสามจังหวัดมายังชายแดนติดประเทศเพื่อนบ้านเพื่อแลกกับตัวเลขในบัญชีม้าที่อาจถูกล้างเกลี้ยงไปแล้ว มันไม่ใช่การลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับนักกฎหมายอย่างฉัน" กรณ์เงยหน้าขึ้น ดวงตาคมกริบภายใต้แสงไฟสลัวจับจ้องไปยังอัยการสาว คมมีดแห่งตรรกะในใจของเขาทำงานทันทีเมื่อได้ยินน้ำเสียงที่เจือความหงุดหงิดนั้น "นักกฎหมายที่ทำงานเพื่อความยุติธรรมคงมองว่าไม่คุ้มครับท่านอัยการ" กรณ์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบ "แต่สำหรับคนที่กำลังไล่ล่าเงาของฆาตกรที่ฆ่าเพื่อนร่วมงานของผมไปต่อหน้าต่อตา ทุกเบาะแสแม้แต่เศษกระดาษชิ้นเดียวก็มีค่ามากกว่าชีวิตของผมเสียอีก" ห้องตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ มีเพียงเสียงพัดลมเพดานเก่าๆ ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดบาดหู พิมพ์ลภัสไม่หลบสายตา รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างเย้ยหยัน "คุณยังยึดติดกับอุดมการณ์โง่ๆ นั่นอยู่อีกหรือสารวัตร โลกใบนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยความถูกต้อง แต่มันหมุนไปด้วยผลประโยชน์และความลับที่ถูกฝังไว้ใต้ดินลึกต่างหาก... และบัญชีลับที่เรากำลังตามหาที่อำเภอชายแดนนี้ ก็คือกล่องดวงใจของคนที่คุณเรียกว่าผู้กำกับธนา" บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองตึงเครียดจนแทบสัมผัสได้ เคมีอันตรายของความขัดแย้งและแรงดึงดูดทางจิตวิญญาณผสมผสานกันในพื้นที่แคบๆ นี้ พวกเขาอยู่บนเรือลำเดียวกัน แต่ปลายทางในใจกลับสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งเป็นจังหวะที่นัดหมาย หมวดวินผลักประตูเข้ามาพร้อมกับคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปในมือ ใบหน้าของนายตำรวจหนุ่มเต็มไปด้วยเหงื่อและร่องรอยความตื่นตระหนก "สารวัตรครับ ท่านอัยการ... ผมเจาะระบบของบริษัทขนส่งสินค้าชายแดนที่เชื่อมโยงกับบัญชีธนาคารของเครือข่ายผู้มีอิทธิพลได้แล้วครับ" วินละล่ำละลักพูดขณะวางเครื่องลงบนโต๊ะ "เงินก้อนสุดท้ายจำนวนแปดหลักถูกโอนออกเมื่อสามชั่วโมงที่แล้ว... และปลายทางไม่ใช่บัญชีม้าในประเทศอย่างที่เราคิด" กรณ์ขยับตัวเข้ามาใกล้หน้าจอทันที "มันไปไหน?" "บัญชีนอกระบบในธนาคารท้องถิ่นของฝั่งโน้นครับ... แต่ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ ชื่อผู้รับปลายทาง" วินสูดหายใจเข้าลึกก่อนจะกดแป้นพิมพ์เพื่อแสดงข้อมูลเชิงลึก "ไม่ใช่ชื่อของนักการเมืองหรือนายทุนสีเทาคนไหน แต่มันเป็นชื่อของมูลนิธิการกุศลที่จดทะเบียนภายใต้ชื่อของ... ภรรยาเก่าของผู้กำกับธนา ซึ่งเสียชีวิตไปแล้วเมื่อห้าปีก่อน" คำพูดนั้นราวกับค้อนโลหะที่กระแทกลงกลางโต๊ะ อัยการพิมพ์ลภัสที่นั่งไขว่ห้างอยู่ถึงกับชะงัก ดวงตาที่เคยเย็นชาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยอย่างปิดไม่มิด "คนตายเปิดบัญชีรับเงินไม่ได้หรอกครับหมวดวิน" กรณ์พึมพำกับตัวเอง สายตากวาดมองข้อมูลบนหน้าจออย่างรวดเร็ว "แสดงว่ามีคนอื่นใช้ชื่อนั้นบังหน้า หรือไม่ก็... เอกสารมรณบัตรเมื่อห้าปีที่แล้วคือเรื่องโกหก" "ผมตรวจสอบลึกลงไปอีกชั้นแล้วครับสารวัตร" วินกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย "ที่ตั้งของมูลนิธินั้นไม่ได้อยู่ที่ต่างประเทศ แต่มันตั้งอยู่ห่างจากจุดที่เรานั่งอยู่ตอนนี้ไม่ถึงยี่สิบคิโลเมตร... ในเขตพื้นที่อิทธิพลของ 'เสี่ยรง' เจ้าพ่อค้าชายแดนที่เพิ่งประกาศตัวหนุนหลังผู้กำกับธนาในการเลือกตั้งระดับชาติที่จะถึงนี้" ความจริงเริ่มปะติดปะต่อ ภาพจิ๊กซอว์ทีละชิ้นถูกวางลงบนกระดานแห่งความเลวทราม กรณ์หันไปมองพิมพ์ลภัสเพื่ออ่านท่าทีของเธอ อัยการสาวกำลังก้มมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ แววตาของเธอไหววูบไปชั่วขณะราวกับกำลังซ่อนความลับบางอย่างที่หนักหน่วงยิ่งกว่าคดีฆาตกรรมที่พวกเขากำลังตามสืบ "เราต้องไปที่มูลนิธินั้นเดี๋ยวนี้" กรณ์ตัดสินใจเด็ดขาด พร้อมกับคว้าปืนพกขึ้นมาตรวจสอบกระสุน "ก่อนที่หลักฐานทั้งหมดจะถูกเผาทำลายจนไม่เหลือซาก" "ช้าก่อนสารวัตร..." พิมพ์ลภัสเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนไปเป็นความจริงจังที่เยือกเย็นผิดปกติ เธอยื่นมือเรียวไปกดปิดฝาแล็ปท็อปของหมวดวินลงช้าๆ "คุณคิดจริงๆ หรือว่าการบุกเข้าไปในถ้ำเสือยามวิกาลแบบนี้ จะทำให้คุณได้ความจริง? สิ่งที่คุณจะได้เจอมีเพียงลูกกระสุนปืนต้อนรับ และชื่อของคุณจะกลายเป็นแค่คดีวิสามัญฆาตกรรมบนหน้าหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น" "แล้วจะให้เรานั่งรอให้พวกมันล้างหลักฐานเสร็จหรือไงครับท่านอัยการ!" กรณ์ก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอด้วยความโมโห ร่างกายของทั้งสองห่างกันเพียงคืบ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมกับกลิ่นฝุ่นควันของอัยการสาวปะทะเข้ากับโสตประสาทของนายตำรวจหนุ่ม เคมีอันตรายที่สั่นคลอนมโนธรรมปะทุขึ้นอย่างรุนแรงในพื้นที่จำกัด พิมพ์ลภัสเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไม่เกรงกลัว ดวงตาทั้งคู่สะท้อนแสงไฟนีออนสีส้ม เธอยกมุมปากยิ้มขึ้นเล็กน้อยด้วยความท้าทาย "ถ้าคุณอยากได้หลักฐานที่มัดตัวผู้กำกับธนาแบบดิ้นไม่หลุด... คุณไม่ต้องไปที่มูลนิธินั้นหรอกสารวัตร" พิมพ์ลภัสกระซิบแผ่วเบา ทว่าชัดเจนทุกถ้อยคำในความเงียบ "เพราะกุญแจสำคัญที่สุดในการไขตู้เซฟลับของเสี่ยรง... อยู่ในกระเป๋าเอกสารของฉัน ตั้งแต่คืนวันที่เราเริ่มออกเดินทางจากเมืองหลวงแล้ว" ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดนี้ไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สารวัตรมือสะอาดกับอัยการไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%