นิ้วมือของผู้กำกับธนาไม่ได้ควานหาอาวุธอย่างที่สัญชาตญาณดิบของสารวัตรกรณ์ร่ำร้องเตือน ทว่ามันกลับหยุดนิ่งอยู่เพียงแค่กระเป๋าเสื้อด้านใน ก่อนจะดึงซองบุหรี่ที่ยับยู่ยี่ออกมาอย่างเชื่องช้า กลิ่นฉุนของใบยาสูบเกรดต่ำลอยคละคลุ้งตัดกับกลิ่นอับชื้นของห้องสอบสวนร้าง นี่คือความเงียบที่หนักหน่วงราวกับถูกถ่วงด้วยแท่งตะกั่ว
เสียงแชะของไฟแช็กดังขึ้น ทำลายความมืดมิดให้สว่างวาบขึ้นชั่วพริบตา เผยให้เห็นรอยย่นรอบหางตาของผู้เป็นนายตำรวจระดับสูง—รอยย่นที่ผ่านการผ่านร้อนผ่านหนาวและอำนาจมาอย่างยาวนาน จนมันกลายเป็นหน้ากากที่ถอดไม่ออก
"นายยังเด็กเกินไปที่จะเข้าใจความหมายของการรักษาองค์กร, กรณ์" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นท่ามกลางควันสีเทาที่ลอยวน ธนาพ่นควันออกทางจมูกอย่างใจเย็น สายตาคู่คมกริบมองทะลุกรอบแว่นไร้ขอบมายังผู้ใต้บังคับบัญชา "ความยุติธรรมไม่ใช่พระเอกในนิยายที่ถือดาบศักดิ์สิทธิ์วิ่งเข้าใส่กองไฟ แต่มันคือเครื่องจักร... และเครื่องจักรจำเป็นต้องมีน้ำมันหล่อลื่น เพื่อไม่ให้เฟืองมันขบกันจนแตกละเอียด"
กรณ์ยืนนิ่ง สันกรามของเขาขบเข้าหากันจนขึ้นเป็นสันนูน ภาพในอดีตเมื่อห้าปีก่อนฉายชัดขึ้นมาในหัวสมองราวกับฟิล์มภาพยนตร์ที่ถูกกรอวนกลับมาฉายซ้ำ กลิ่นควันปืนและคาวเลือดในคืนวันที่สารวัตรสารท - เพื่อนสนิทผู้เคยร่วมอุดมการณ์ - ล้มลงจมกองเลือดบนพื้นปูนเปลือยของโรงพักเก่า ภาพนั้นยังคงสดใหม่และแหลมคมไม่เปลี่ยน ในคืนนั้น ธนาก็ยืนอยู่ตรงมุมห้องแบบนี้ เอ่ยประโยคที่คล้ายคลึงกันแบบนี้ และทิ้งให้ความตายกลายเป็นความลับใต้พรม
*“นายระวังตัวเกินไปแล้วนะกรณ์”* สารทเคยกระซิบด้วยรอยยิ้มเศร้าๆ ก่อนลมหายใจสุดท้ายจะหลุดลอย – นั่นคือบทเรียนราคาแพงที่กรณ์จ่ายด้วยชีวิตของเพื่อนรัก และมันฝังรากลึกกลายเป็นความหวาดระแวงที่เขาต้องแบกรับไว้ในทุกย่างก้าวของการทำงาน
"น้ำมันหล่อลื่นที่ท่านว่า... คงไม่ใช่เลือดของคนตายหรอกนะครับ" กรณ์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาเรียบสนทนาราวกับพื้นผิวน้ำในยามวิกาล แต่ซ่อนคมมีดแห่งตรรกะไว้ในทุกพยางค์ "ถ้าเครื่องจักรตัวนี้มันต้องขับเคลื่อนด้วยการเหยียบย่ำศพเพื่อนร่วมงานของผม บางที... ผมอาจจะต้องเป็นประแจตัวใหญ่ ที่ยอมติดขัด ยอมหักคาเฟือง เพื่อให้มันหยุดหมุน"
ธนาหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่แห้งแล้งและน่าขนพองสยองเกล้า เขาทิ้งก้นบุหรี่ลงบนพื้นซีเมนต์ ก่อนจะใช้ส้นรองเท้าบดขยี้มันอย่างช้าๆ
"ระวังคำพูดหน่อย, สารวัตร" ธนาเดินเข้ามาใกล้จนระยะห่างเหลือเพียงก้าวเดียว กลิ่นโคโลญจน์ราคาแพงปะปนกับกลิ่นบุหรี่ฉุนกึก "นายคิดว่าพยานหลักฐานที่นายถืออยู่ในมือตอนนี้ มันจะช่วยล้างบางทุกอย่างได้จริงหรือ? ลืมตาดูความจริงเสียบ้าง กรณ์ โลกใบนี้ไม่ได้มีแค่ขาวกับดำ... อัยการพิมพ์ลภัสเองก็รู้เรื่องนี้ดีกว่าใคร ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่ก้าวขึ้นมานั่งในจุดที่เหยียบทั้งความถูกต้องและผลประโยชน์ได้สง่างามขนาดนั้นหรอก"
ชื่อของพิมพ์ลภัสสะท้อนก้องอยู่ในความเงียบ กรณ์ขมวดคิ้วเล็กน้อย แม้เขาจะพยายามปฏิเสธสัญชาตญาณที่คอยเตือนว่าหญิงสาวผู้เย็นชาคนนั้นมีลับลมคมใน แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ทุกก้าวของเธอเต็มไปด้วยร่องรอยของเกมการเมืองที่สกปรกและลึกล้ำ
ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของกรณ์ก็สั่นเตือนเบาๆ มันเป็นเสียงสั่นที่ยาวนานผิดปกติ ราวกับสัญญาณชีพของคนที่กำลังจะหมดลมหายใจ
กรณ์เหลือบสายตาลงมองหน้าจออย่างระมัดระวัง ท่ามกลางความมืดที่ธนายังคงจ้องมองเขาไม่วางตา หน้าจอแสดงผลข้อความจากหมวดวิน นายตำรวจรุ่นน้องผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีและนิติวิทยาศาสตร์ ข้อความสั้นๆ แต่ทำเอาอุณหภูมิในร่างกายของเขาลดดิ่งลงติดลบ:
*[สารวัตรครับ! ไฟล์เสียงในเซิร์ฟเวอร์สำนวนคดีที่ท่านให้กู้เมื่อคืน ไม่ใช่เสียงของเหยื่อ... แต่เป็นเสียงสนทนาก่อนตายของสารวัตรสารทเมื่อห้าปีก่อน และต้นทางที่อัปโหลดไฟล์นี้เข้าระบบ... มาจากไอพีแอดเดรสในห้องทำงานของท่านอัยการพิมพ์ลภัสเองครับ!]*
หัวใจของกรณ์กระตุกวูบ ภาพทุกอย่างตรงหน้าคล้ายจะบิดเบี้ยวหมุนวน ความหวาดระแวงที่เขาเก็บงำมาตลอดพรั่งพรูขึ้นมาจุกที่ลำคอ เมื่อเงาสะท้อนบนกระจกใสเผยให้เห็นรอยยิ้มบางเบาที่มุมปากของผู้กำกับธนา—รอยยิ้มของผู้ล่าที่รู้ดีว่าเหยื่อเดินเข้ามาติดกับดักที่วางไว้สมบูรณ์แบบแล้ว
ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดนี้ไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารวัตรมือสะอาดกับอัยการไร้เงา•ตอนที่ 11
คำเตือนจากอดีต
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สารวัตรมือสะอาดกับอัยการไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!