เสียงเข็มวินาทีบนนาฬิกาแขวนผนังในห้องทำงานของอัยการสาวไม่ได้กำลังเดิน แต่มันกำลังนับถอยหลังสู่การประหาร
พิมพ์ลภัสวางปากกาหมึกซึมMontblancลงบนโต๊ะไม้สักหนาหนัก เสียงกระทบของโลหะกับเนื้อไม้ดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบงันยามเที่ยงคืน เธอมองเอกสารสำนวนคดีบนโต๊ะ เอกสารที่ถูกแก้ไข ลบเลือน และบิดเบือนด้วยอำนาจมืด มันไม่ใช่แค่กระดาษอีกต่อไป แต่มันคือหลักฐานชิ้นสำคัญที่กำลังจะถูกทำลายภายในอีกสحโมงข้างหน้า ก่อนที่แสงแรกของวันรุ่งขึ้นจะมาถึง เส้นตายขององค์ที่สองกำลังจะสิ้นสุดลง และหมากตานี้... เดิมพันด้วยชีวิตของใครหลายคน
"คุณกำลังเล่นกับไฟที่ใหญ่เกินกว่าจะควบคุมนะครับ อัยการพิมพ์ลภัส"
เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง สารวัตรกรณ์ก้าวออกมาจากเงาลึกของชั้นหนังสือ แสงจันทร์ที่สาดส่องผ่านกระจกหน้าต่างบานใหญ่เผยให้เห็นใบหน้าเรียบเฉย แววตาของเขาคมกริบราวกับใบมีดที่พร้อมจะกรีดลึกถึงก้นบึ้งจิตวิญญาณของผู้หญิงตรงหน้า เขาสวมเสื้อแจ็คเก็ตหนังสีเข้มที่ยังมีร่องรอยคราบฝุ่นละอองจากการไล่ล่าตลอดทั้งคืน
พิมพ์ลภัสไม่สะดุ้งสะเทือน เธอยังคงนั่งไขว่ห้างด้วยท่าทีสง่างาม รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างเยือกเย็น
"ไฟน่ะ ถ้าเราควบคุมมันเป็น มันก็ให้ความอบอุ่นได้ดีสารวัตร... แต่ถ้าคุณเข้ามาใกล้เกินไป คนที่จะมอดไหม้จนไม่เหลือแม้แต่ขี้เถ้า อาจจะไม่ใช่ฉัน"
กรณ์ก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงาน ระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงจนสัมผัสได้ถึงแรงดึงดูดอันตรายที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความขัดแย้งทางอุดมการณ์ เขาโน้มตัวลงใช้มือค้ำขอบโต๊ะ สายตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่ซ่อนความลับมากมาย
"ความอบอุ่นที่คุณว่า มันแลกมาด้วยชีวิตของเพื่อนร่วมงานผม สารวัตรยศที่ต้องตายในกองเพลิงเพราะสำนวนคดีของคุณถูกปัดตก คุณนอนหลับลงได้อย่างไรบนกองซากศพเหล่านั้น"
คำพูดของกรณ์เฉียบคมดั่งคมมีด มันไม่ได้ตะโกน แต่มันสั่นสะเทือนมโนธรรมอย่างรุนแรง พิมพ์ลภัสชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที ดวงตาไหววับก่อนจะกลับมานิ่งสนิทดังเดิม เธอยืดตัวขึ้นสบตากับเขาอย่างไร้ความเกรงกลัว
"คุณมองโลกเป็นแค่สีขาวกับสีดำ สารวัตร... โลกใบนี้มันกว้างกว่านั้น ในเกมการเมืองและการปกป้องอำนาจรัฐ บางครั้งเราต้องยอมเสียสละมดปลวกไม่กี่ตัว เพื่อรักษาโครงสร้างทั้งหมดให้อยู่รอด คุณคิดว่าผู้กำกับธนาสั่งให้ทำลายหลักฐานนี้เพราะอะไรล่ะ? เพราะเขากลัวความจริง หรือเพราะเขาต้องการรักษาระบบที่คุณก็เป็นส่วนหนึ่งในนั้น"
"ระบบที่หล่อเลี้ยงด้วยคราบเลือดและความอยุติธรรม ผมไม่ขอเป็นส่วนหนึ่งด้วยเด็ดขาด" กรณ์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว "และคืนนี้... หลักฐานชิ้นสุดท้ายที่จะมัดตัวผู้กำกับธนา จะไม่มีวันถูกทำลายเด็ดขาด"
ทันทีที่สิ้นคำพูดของสารวัตร เสียงฝีเท้าฝปาลายและเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ หมวดวินพุ่งพรวดเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าตื่นตระหนก มือถือแท็บเล็ตในมือสั่นเทาเล็กน้อย
"สารวัตรครับ! แย่แล้ว... ระบบเซิร์ฟเวอร์หลักของกรมตำรวจที่เราแอบเจาะเข้าไปเพื่อสำเนาไฟล์ลับ กำลังถูกรีโมทจากภายนอกลบข้อมูลทิ้งทั้งหมด! และ... และสัญญาณระบุพิกัดบอกว่า ตอนนี้ผู้กำกับธนากำลังเดินทางมาที่นี่ครับ!"
พิมพ์ลภัสหันขวับมามองหมวดวินทันที สีหน้าที่เคยเยือกเย็นเริ่มมีรอยร้าวปรากฏขึ้น เธอรู้ดีว่าผู้กำกับธนาไม่ใช่คนที่จะเจรจาด้วยเมื่อความลับใกล้รั่วไหล
กรณ์หันกลับมามองอัยการสาว ชั่วพริบตานั้น ทั้งคู่ต่างรู้ดีว่าเวลาหมดลงแล้ว หมากตานี้ไม่ได้อยู่ที่ใครจะชนะ แต่อยู่ที่จะรอดออกไปจากห้องนี้อย่างไร
ทว่า ในจังหวะที่ความตึงเครียดพุ่งถึงขีดสุด เสียงกุญแจไขเปิดประตูห้องทำงานจากด้านนอกก็ดังขึ้น... *กริ๊ก*
แสงไฟจากโถงทางเดินสาดส่องเข้ามา เผยให้เห็นเงาร่างสูงใหญ่ของผู้กำกับธนาที่ยืนยิ้มเย็นชาอยู่หน้าประตู พร้อมกับลูกน้องติดอาวุธอีกสองคนที่ก้าวตามเข้ามาปิดตายทุกเส้นทางหนี
ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดและจมดิ่งลงสู่ก้นบึ้งของความขัดแย้งนี้ไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารวัตรมือสะอาดกับอัยการไร้เงา•ตอนที่ 20
หมากตานั้น
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สารวัตรมือสะอาดกับอัยการไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!