"ถ้าคุณยังไม่เลิกสั่นขา ผมคงต้องคิดว่าคุณกำลังกลัวอะไรบางอย่างที่ผมยังไม่เห็น หรือไม่ก็... คุณกำลังรอให้ใครสักคนมาช่วยคุณออกไปจากห้องนี้"
เสียงของอัยการพิมพ์ลภัสราบเรียบ ทว่าเฉียบคมดุจใบมีดโกนที่กรีดผ่านความเงียบงันภายในห้องทำงานส่วนตัว แสงไฟนีออนเหนือศีรษะกะพริบถี่เป็นจังหวะเหมือนจังหวะหัวใจของ ‘จ่าวิชัย’ มือขวาผู้ซื่อสัตย์ที่เธอดึงตัวมาจากกองปราบเมื่อหลายปีก่อน
วิชัยหยุดการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติทันที เขาเงยหน้าขึ้น สบตาหญิงสาวด้วยแววตาที่พยายามจะรักษาความนิ่งเฉยไว้ให้ถึงที่สุด
"ผมแค่เหนื่อยครับท่านอัยการ งานคดีนี้มันรัดตัวจนไม่ได้นอนมาสองคืนแล้ว" วิชัยตอบ เสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อย
พิมพ์ลภัสไม่ตอบทันที เธอวางแฟ้มคดีลงบนโต๊ะไม้โอ๊กหรูหรา เสียงกระดาษกระทบพื้นผิวไม้ดังสะท้อนกังวานราวกับเสียงปืนที่ดังขึ้นในห้องปิดตาย เธอเดินอ้อมโต๊ะไปหยุดยืนอยู่เบื้องหลังเขา กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่แฝงด้วยกลิ่นอายความเย็นชาของเธอทำให้อีกฝ่ายเกร็งตัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
"คนเราเหนื่อยได้ครับวิชัย แต่คนเราไม่ควรทำผิดพลาดในรายละเอียด" พิมพ์ลภัสโน้มตัวลงไปกระซิบข้างหูเขา "รหัสผ่านที่หมวดวินเพิ่งกู้คืนมาได้จากเซิร์ฟเวอร์สำรองของศัตรู... มันมีลายเซ็นดิจิทัลที่คุ้นตาเหลือเกิน เป็นรหัสที่คุณใช้ตอนเราทำคดีค้ามนุษย์เมื่อสองปีก่อน คุณจำได้ไหม?"
วิชัยชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแค่นยิ้มที่มุมปาก "หมวดวินอาจจะเข้าใจผิด โปรแกรมเมอร์พวกนั้นสร้างสถานการณ์จำลองขึ้นมาเองได้ง่ายๆ ท่านก็น่าจะรู้ดีกว่าใครครับ"
ในจังหวะนั้นเอง ประตูห้องทำงานถูกผลักออก สารวัตรกรณ์ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉยแต่แววตาดุดันเหมือนพยัคฆ์ที่ต้อนเหยื่อจนมุม เขาไม่ได้มองไปที่พิมพ์ลภัส แต่จับจ้องตรงไปที่วิชัยด้วยความผิดหวังที่ฉายชัด
"หมวดวินไม่ได้สร้างสถานการณ์เองหรอกวิชัย" กรณ์กล่าวพลางวางแท็บเล็ตลงบนโต๊ะ หน้าจอแสดงภาพวิดีโอจากกล้องวงจรปิดในจุดอับที่ไม่มีใครคาดคิด "นี่คือภาพเมื่อคืนตอนตีสาม คุณเดินเข้าไปในโกดังร้างเขตห้า และคนที่รอคุณอยู่... คือคนสนิทของผู้กำกับธนา"
บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงทันที ความเงียบเข้าปกคลุมจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน วิชัยไม่ได้ดูตกใจอย่างที่ควรจะเป็น ตรงกันข้าม เขากลับค่อยๆ ปล่อยไหล่ที่เกร็งลงและหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ
"สารวัตร... คุณคิดว่าความยุติธรรมที่คุณยึดถือน่ะ มันกินได้ไหม?" วิชัยลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สายตาที่เคยดูนอบน้อมกลับกลายเป็นความว่างเปล่าที่น่าสะพรึงกลัว "ผมทำงานรับใช้พวกคุณมานานแค่ไหน? เงินเดือนน้อยนิดแลกกับชีวิตที่ต้องแขวนบนเส้นด้าย ขณะที่พวกเบื้องบนเสพสุขบนกองเงินที่แลกด้วยเลือดของพวกเรา ผมแค่เลือกทางที่คุ้มค่ากว่าเท่านั้นเอง"
"ทางที่คุ้มค่าคือนรกหรือครับ?" กรณ์ก้าวเข้าไปประชิดตัว ใช้ฝ่ามือบีบต้นคออีกฝ่ายไว้แน่น "คุณขายเพื่อนร่วมงาน ขายเกียรติยศเพียงเพราะเงินงั้นหรือ"
"เงินมันก็แค่จุดเริ่มต้น สารวัตร" วิชัยแค่นยิ้ม "คุณต่างหากที่ไม่เข้าใจโลก คุณคิดว่าพิมพ์ลภัสเป็นคนดีงั้นหรือ? ถามเธอสิ... ว่าทำไมเธอถึงเก็บคนทรยศอย่างผมไว้ข้างกายมาตลอดสามปี เธอรู้มาตั้งแต่วันแรกแล้วว่าผมคือสายของธนา แต่เธอก็ใช้ผมเป็นเครื่องมือส่งข้อมูลเท็จไปให้เขาจนเขาย่ามใจ"
กรณ์ชะงัก สายตาหันไปมองพิมพ์ลภัสทันที หญิงสาวไม่ได้ปฏิเสธ เธอยืนนิ่งราวกับรูปปั้นน้ำแข็ง ใบหน้าสวยคมนั้นไม่มีความรู้สึกใดๆ ผุดพรายออกมา
"คุณใช้เขาเป็นเหยื่อล่อ?" กรณ์ถาม น้ำเสียงสั่นพร่าด้วยความโกรธปนความผิดหวัง "โดยที่ปล่อยให้เขาทำลายหลักฐานและชีวิตผู้คนไปเรื่อยๆ เพื่อรอโอกาสจับตัวใหญ่เนี่ยนะ?"
"มันคือหมากรุกครับสารวัตร" พิมพ์ลภัสตอบ นัยน์ตาของเธอฉายแวววาวราวกับเพชรที่ไร้หัวใจ "เราต้องยอมสละเบี้ย เพื่อเอาชนะขุน"
"ผมไม่ใช่เบี้ย!" วิชัยตะโกนลั่น ก่อนจะล้วงกระเป๋าเสื้อหยิบวัตถุชิ้นหนึ่งออกมา
มันคือรีโมทควบคุมสัญญาณชีพที่เชื่อมต่อกับระเบิดแสวงเครื่องที่ฝังอยู่ในฐานข้อมูลของสำนักงานอัยการ หากเขากดปุ่มนี้ หลักฐานทั้งหมดที่พวกเขารวบรวมมาจะสูญสิ้นไปพร้อมกับอาคารหลังนี้ในพริบตา
"ถอยไป!" วิชัยขู่ "ถ้าผมต้องตายวันนี้ สารวัตรและท่านอัยการจะต้องเห็นความพินาศของสิ่งที่พวกคุณเรียกว่าความถูกต้องก่อนผม!"
นิ้วชี้ของเขากำลังจะกดลงบนปุ่มสีแดง กรณ์พุ่งตัวเข้าหาเพื่อแย่งชิง แต่ในจังหวะนั้นเอง เสียงปืนนัดเดียวดังสนั่นจากนอกหน้าต่างกระจกนิรภัย วิชัยทรุดตัวลงกับพื้นทันที เลือดสีแดงฉานสาดกระเซ็นไปทั่วผนังห้อง แต่นิ้วของเขายังคงค้างอยู่ที่ปุ่มนั้น
พิมพ์ลภัสรีบพุ่งเข้าไปคว้าตัวเขาไว้ แต่มันสายเกินไป วิชัยฝืนยิ้มสุดท้ายออกมาด้วยความเวทนา
"พวกคุณคิดว่า... ธนาจะปล่อยให้ผมมีชีวิตอยู่เพื่อเปิดเผยเรื่องนี้หรือครับ?"
เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนดังขึ้นจากโถงทางเดินด้านนอก มันไม่ใช่เสียงของตำรวจ แต่เป็นเสียงของกองกำลังติดอาวุธที่เดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มของผู้กำกับธนาที่ยืนอยู่หน้าประตูห้องทำงานของพิมพ์ลภัส
"คดีนี้ถึงเวลาปิดฉากแล้วครับ สารวัตร... ในฐานะพยานเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่" ธนากล่าว พลางเล็งกระบอกปืนเก็บเสียงมาที่ทั้งคู่
ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดและจมดิ่งลงสู่ก้นบึ้งของความขัดแย้งนี้ไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารวัตรมือสะอาดกับอัยการไร้เงา•ตอนที่ 19
คนทรยศในเงา
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สารวัตรมือสะอาดกับอัยการไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!