หยดน้ำฝนที่ซัดกระทบกระจกรถยนต์ไม่ได้ช่วยชะล้างความร้อนรุ่มในอกของสารวัตรกรณ์ให้ลดน้อยลงเลย ปลายสายโทรศัพท์จากเบอร์แปลกเมื่อสิบนาทีที่แล้วยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท *“ถ้าอยากรู้ว่าใครฆ่าผู้กองวิรัช มารyที่ตึกร้างริมท่าเรือเก่าโซน C คนเดียว... ก่อนที่หลักฐานชิ้นสุดท้ายจะจมลงสู่ก้นทะเล”*
มันเป็นข้อเสนอที่โง่เขลาในมุมมองของนักสืบผู้ผ่านคดีมาโชกโชน แต่สำหรับกรณ์ ผู้ซึ่งแบกรับวิญญาณของเพื่อนสนิทที่ตายไปอย่างไร้ความยุติธรรมมาหลายปี ความโง่เขลานี้คือทางเลือกเดียวที่เขาไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ
รถกระบะคันเก่าจอดสนิทหน้าซากโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กที่ถูกทิ้งร้างมานานนับทศวรรษ บรรยากาศรอบด้านมีเพียงเสียงคำรามของคลื่นที่ซัดเข้าฝั่งและเสียงสายฝนที่เทกระหน่ำลงมาราวกับฟ้าจะรั่ว กรณ์ก้าวลงจากรถ มือขวาเอื้อมไปกุมด้ามปืนพก Glock 19 ใต้แจ็กเก็ตหนังอย่างมั่น
ความเงียบงันภายในตึกร้างช่างน่าอึดอัด กลิ่นอับชื้นของปูนซีเมนต์ผสมกับกลิ่นไอเค็มของทะเลลอยอบอวล สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบตัวผ่านความมืดสลัว แสงไฟนีออนกะพริบจากเสาไฟริมทางด้านนอกสาดส่องเข้ามาเป็นจังหวะ สร้างเงายาวไหวระริกบนผนังปูนเปลือยที่เต็มไปด้วยรอยกราฟฟิตี
ก้าวเท้าแต่ละครั้งหนักแน่นและระแวดระวัง สารวัตรกรณ์รู้ดีว่าเขาตกเป็น “เหยื่อ” ที่เดินเข้าสู่กรงขังด้วยความสมัครใจ แต่คำว่าความจริงมักมีราคาที่ต้องจ่ายด้วยเลือดเสมอ และเขาก็พร้อมจะจ่ายมันในคืนนี้
*แกร็ก...*
เสียงโลหะกระทบกันเบาๆ ดังมาจากชั้นสาม กรณ์หยุดชะงัก ลมหายใจถูกผ่อนออกมาช้าๆ เพื่อไม่ให้เสียงสะท้อนทำลายสมาธิ เขาเคลื่อนตัวชิดผนัง อาศัยมุมอับสายตาค่อยๆ ไต่บันไดวนขึ้นไปทีละขั้นอย่างเงียบเชียบที่สุด สัญชาตญาณดิบภายในตัวเตือนภัยล่วงหน้า อะดรีนาลีนหลั่ง
ทันทีที่ก้าวพ้นขอบบันไดชั้นสาม แสงวาบสีส้มและเสียงระเบิดกึกก้องก็ฉีกกระชากความเงียบ!
*ปัง!*
กระสุนปืนไรเฟิลซุ่มยิงทะลุกำแพงปูนแตกกระจาย เศษคอนกรีตคมกริบเฉียดใบหน้าของกรณ์ไปเพียงไม่กี่มิลลิเมตร แรงปะทะทำให้เขาต้องพุ่งตัวหลบหลังเสาต้นใหญ่อย่างไม่คิดชีวิต หัวใจเต้นรัวระส่ำ มือปืนมืออาชีพ... มันไม่ได้ต้องการเจรจา มันต้องการให้เขาตายตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบเข้ามา
"เวรเอ๊ย!" สารวัตรหนุ่มสบถเบาๆ ในลำคอ สายตากวาดหาที่กำบังใหม่ขณะที่กระสุนนัดที่สองเจาะทะลุกระจกหน้าต่างด้านหลังแตกละเอียด
ในจังหวะความเป็นความตายนั้นเอง สมองอันเฉียบคมของกรณ์เริ่มทำงานสวนทางกับความตื่นกลัว ระยะห่างจากจุดที่เขายืนถึงหน้าต่างฝั่งทิศตะวันตกคือสิบเมตร เสียงรีคอยล์และวิถีกระสุนบ่งบอกชัดเจนว่ามือปืนอยู่บนเครนก่อสร้างร้างตึกฝั่งตรงข้าม มุมยิงสูงและได้เปรียบอย่างสมบูรณ์แบบ หากเขาโผล่หัวออกไปตอนนี้ มีเพียงความตายเท่านั้นที่รออยู่
*ปัง!* นัดที่สามเจาะเข้าที่เสาปูนใกล้ศีรษะ สะเก็ดไฟแล่บแปลบปลาบ
กรณ์ไม่รอให้ศัตรูตั้งลำยิงนัดที่สี่ เขาอาศัยจังหวะเสียงก้องสะท้อนของฟ้าผ่า ดึงระเบิดควันพรางตาออกจากเข็มขัดยุทธวิธีแล้วขว้างออกไปทางช่องลิฟต์เพื่อล่อความสนใจ ก่อนจะพุ่งตัวสไลด์ไปหลบหลังซากกองเหล็กเส้นขึ้นสนิม
ควันสีขาวพวยพุ่งขึ้นบดบังทัศนวิสัยของมือปืนบนที่สูงชั่วขณะ ทว่าเสียงฝีเท้าย่างก้าวอย่างเงียบเชียบจากด้านหลังกลับดังขึ้นเหนือเสียงสายฝน กรณ์สัมผัสได้ถึงไอเย็นของปากกระบอกปืนที่จ่อเข้าที่ท้ายทอย
"ขยับ... หัวกระสุนก็จะฝังอยู่ในกะโหลกคุณทันทีครับ สารวัตร"
เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบดังขึ้นจากด้านหลัง เป็นเสียงที่ไร้ซึ่งความปรานี แต่มันกลับคุ้นหูกรณ์อย่างประหลาด
สารวัตรกรณ์หยุดนิ่ง กล้ามเนื้อทุกส่วนเกร็งเครียด แต่สีหน้ากลับเรียบเฉย เขารู้ดีว่าการหันกลับไปสู้ในระยะประชิดกับมือสังหารมืออาชีพที่มีแต้มต่อคือความตาย ดังนั้น ตรรกะและจิตวิทยาจึงเป็นอาวุธเดียวที่เหลืออยู่
"คนที่จ้างแก... คงจ่ายไม่อั้นสินะ ถึงได้กล้าฆ่าตำรวจยศสารวัตรกลางเมืองแบบนี้" กรณ์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงเยือกเย็นและมั่นคง ไม่มีความหวาดกลัวเจือปนแม้แต่น้อย
"ความโลภเป็นเรื่องของมนุษย์ธรรมดาครับ... แต่หน้าที่คือสิ่งที่ผมต้องทำโดยไร้ข้อกังขา" มือปืนตอบกลับ น้ำเสียงราบเรียบไร้อารมณ์ "ผู้กองวิรัชก็พูดประโยคทำนองนี้ก่อนที่เขาจะตาย... น่าเสียดายที่คุณเองก็กำลังจะเดินตามรอยเท้าเพื่อนรักไปอย่างไร้เสียงร้อง"
นิ้วที่เหนี่ยวไกกำลังจะออกแรงกดลงไปในเสี้ยววินาทีที่ความตายใกล้เข้ามาทุกที
*ปัง!*
เสียงปืนดังขึ้น แต่ไม่ใช่จากด้านหลังของกรณ์ ประกายไฟสว่างวาบจากมุมมืดของเสาอีกต้นฝั่งตรงข้าม กระสุนปืนพกขนาด 9 มม. พุ่งเฉียดไหล่ของมือปืนลึกลับจนเจ้าตัวต้องสะดุดถอยหลังไปครึ่งก้าวเพื่อหาที่กำบัง แรงกระแทกนั้นทำให้ปากกระบอกปืนที่จ่อหัวกรณ์เบี่ยงเบนไป
สารวัตรกรณ์ไม่ปล่อยให้โอกาสทองหลุดลอย เขาหมุนตัวกลับ ใช้ข้อศอกกระแทกเข้าที่ลิ้นปี่ของมือปืนเต็มแรง พร้อมกับเตะตัดขาจนร่างนั้นล้มลงกระแทกพื้นปูน ปืนหลุดจากมือกระเด็นไปไกล
สายฝนยังคงโหมกระหน่ำสาดส่องเข้ามาผ่านหน้าต่างที่ไร้กระจก กรณ์รีบพุ่งไปกดตัวมือปืนไว้ใต้ร่าง พร้อมกับกระชากฮู้ดที่คลุมศีรษะออกเพื่อให้เห็นใบหน้าของฆาตกรชัดเจน
ทว่า... แสงไฟจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่ตกอยู่ใกล้ๆ กลับส่องให้เห็นใบหน้าภายใต้ฮู้ดนั้น ไม่ใช่โจรรับจ้างไร้หัวนอนปลายเท้าอย่างที่คาดคิด แต่เป็นใบหน้าของนายตำรวจยศ “สารวัตร” สังกัดกองปราบฯ ผู้เป็นมือขวาคนสนิทของผู้กำกับธนา!
"หมวด... ไม่สิสารวัตรโต้ง แกเองเรอะที่..." กรณ์เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
โต้งกระมุมกระmิ้มยิ้มหยัน มุมปากมีรอยเลือดซึมออกมาจากการกระแทก ดวงตาคู่นั้นไม่มีความรู้สึกผิดแม้แต่น้อย มีเพียงความเย้ยหยันที่ส่งตรงมายังสารวัตรมือสะอาด
"แปลกใจเหรอครับ สารวัตรกรณ์? ในองค์กรนี้... ไม่มีใครมือสะอาดจริงหรอ
กหรอกครับ แม้แต่ตัวคุณเอง... ถ้ายังก้าวล้ำเส้นสีเทานั่นต่อไป" โต้งหัวเราะในลำคออย่างน่าขนลุก ก่อนจะชะงักเมื่อเสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่กำลังวิ่งขึ้นมาตามบันได พร้อมกับเสียงตะโกนสั่งการที่คุ้นเคย
"ตำรวจ! วางอาวุธซะ!"
เสียงนั้นไม่ใช่ใครอื่น... อัยการพิมพ์ลภัส ก้าวเข้ามาพร้อมกับหน่วยปฏิบัติการพิเศษในชุดกันฝนสีดำสนิท ดวงตาคู่คมกริบภายใต้กรอบแว่นมองภาพเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างรวดเร็ว ก่อนที่สายตาของเธอจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างของโต้ง และปืนในมือของกรณ์ที่ชี้ค้างอยู่
กรณ์หันไปสบตากับอัยการสาวที่ยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางสายฝนที่สาดส่องเข้ามาในตึกร้าง แววตาของเธอเต็มไปด้วยความซับซ้อนที่อ่านไม่ออก ราวกับเธอรู้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่า... คืนนี้จะต้องจบลงด้วยความลับที่ถูกฝังกลบอีกครั้ง
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางในความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ
สารวัตรมือสะอาดกับอัยการไร้เงา•ตอนที่ 8
กับดักกลางสายฝน
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สารวัตรมือสะอาดกับอัยการไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!