สารวัตรมือสะอาดกับอัยการไร้เงา•ตอนที่ 6

เงาในกระจก

ผลงานโดย พยานปากเอก
กลิ่นอายของกระดาษเอกสารเก่าปะปนกับกลิ่นกาแฟดำที่เย็นชืดจนหมดรสชาติ คือบรรยากาศประจำตัวของห้องทำงานอัยการในยามวิกาล แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะไม่ได้ช่วยให้ห้องนี้ดูอบอุ่นขึ้นเลยแม้แต่น้อย กลับยิ่งขับเน้นให้เงาสะท้อนบนกระจกหน้าต่างบานใหญ่ด้านหลังโต๊ะทำงาน ดำมืดและน่าหวาดหวั่นราวกับมีใครอีกคนกำลังจ้องมองอยู่จากความมืดมิดเบื้องล่าง อัยการพิมพ์ลภัสยกปลายนิ้วขึ้นแตะขมับเบาๆ เพื่อขับไล่อาการปวดตุบที่เล่นงานมาตลอดสามชั่วโมงเต็ม แฟนตาซีทางกฎหมายที่เธอเคยเชื่อมั่นกำลังพังทลายลงทีละน้อย เมื่อซองเอกสารสีน้ำตาลไม่มีจ่าหน้า ปรากฏขึ้นบนโต๊ะทำงานของเธออย่างเงียบเชียบเมื่อช่วงหัวค่ำ ไม่มีร่องรอยการงัดแงะ ไม่มีรอยนิ้วมืออื่นใดนอกจากของเธอเอง ทว่าเนื้อหาภายในกลับเป็นสิ่งที่ทำให้ลมหายใจของเธอสะดุด—ภาพถ่ายการตายของพยานปากเอกในคดีลักลอบขนสินค้าอุตสาหกรรมอันตราย ซึ่งถูกจัดฉากให้เป็นการฆ่าตัวตาย... ภาพที่มุมกล้องถูกถ่ายมาจากตำแหน่งเดียวกับห้องทำงานของผู้ผู้กำกับธนาไม่มีผิดเพี้ยน การคุกคามไม่ได้มาในรูปแบบของกระสุนปืนหรือคำขู่ทางโทรศัพท์ แต่มันมาในรูปแบบของ "ความเงียบ" ที่บีบคั้นจนแทบขาดอากาศหายใจ เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง—สั้น กระชับ และไม่ลังเล พิมพ์ลภัสสะดุ้งเล็กน้อย แต่เธอควบคุมสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยราดด้วยน้ำแข็งได้อย่างรวดเร็ว ก่อนที่บานประตูจะเปิดออกเผยให้เห็นร่างสูงโปร่งของสารวัตรกรณ์ในชุดสูทสีเข้มยับย่นเล็กน้อยบ่งบอกถึงการทำงานข้ามคืน "ผมคิดว่าอัยการน่าจะยังไม่กลับบ้านครับ" สารวัตรกรณ์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำเรียบเฉย เขากวาดสายตาสำรวจห้องทำงานอย่างรวดเร็วตามสัญชาตญาณของนักสืบ ก่อนจะหยุดสายตาคมกริบคู่นั้นไว้ที่ใบหน้าของเธอ "และดูเหมือนผมจะคิดไม่ผิด" "ถ้าคุณมาเพื่อจะพูดเรื่องสำนวนคดีของบริษัทเคมีภัณฑ์เมื่อตอนบ่าย ฉันเกรงว่าคุณจะเสียเที่ยวค่ะ สารวัตรกรณ์" พิมพ์ลภัสตอบกลับด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น พยายามซ่อนมือข้างที่สั่นเทาไว้ใต้โต๊ะทำงาน กรณ์ก้าวเข้ามาในห้องช้าๆ ฝีเท้าของเขาหนักแน่นมั่นคงจนน่ารำคาญใจ เขาดึงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามออกแล้วหย่อนตัวลงนั่งโดยไม่ได้รับอนุญาต สายตาของเขายังคงจดจ้องเธอไม่วางตา ราวกับกำลังผ่าตัดร่างของเธอด้วยคมมีดแห่งตรรกะ "ผมไม่ได้มาคุยเรื่องสำนวนคดีในแฟ้ม" กรณ์โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย แสงไฟจากโคมไฟตกกระทบสันจมูกและดวงตาที่ฉายแววระแวดระวัง "แต่ผมมาคุยเรื่อง 'ความปลอดภัย' ของคุณ... อัยการพิมพ์ลภัส" บรรยากาศในห้องอุณหภูมิลดฮวบลงทันที บทสนทนาของคนทั้งคู่เปรียบเสมือนการเดินบนลวดสลิงที่ขึงตึงเหนือเหวลึก ต่างฝ่ายต่างระแวดระวัง ทว่าต่างก็รู้ดีว่าความลับบางอย่างกำลังจะฉีกกระชากตัวตนของพวกเขาออกเป็นชิ้นๆ "คุณกำลังหมายถึงอะไร" พิมพ์ลภัสเชิดหน้าขึ้น เลิกคิ้วเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหว "ผมหมายถึงเงาที่กำลังตามหลังคุณอยู่ไงครับ" กรณ์พูดเสียงกระซิบ ทว่าชัดถ้อยชัดคำ "ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่คุณรู้ว่าตัวเองกำลังเล่นอยู่กับเสือ... และตั้งแต่เมื่อไหร่ที่คุณคิดว่าตัวเองจะรอดชีวิตจากการเป็นเหยื่อ?" ประโยคสั้นๆ นั้นกระแทกเข้ากลางใจของอัยการสาวอย่างจัง ความเย็นชาที่เธอสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองเริ่มปริร้าว เธอรู้ดีว่าสารวัตรกรณ์ไม่ใช่คนที่จะถูกหลอกได้ด้วยคำพูดสวยหรู เขาเป็นสุนัขล่าเนื้อผู้กัดไม่ปล่อย และยิ่งเขาเข้ามาใกล้ความจริงมากเท่าไหร่ อันตรายที่รายล้อมเธอก็ยิ่งทวีคูณขึ้นเท่านั้น พิมพ์ลภัสเม้มริมฝีปากแน่น ชั่วขณะหนึ่ง สายตาของทั้งคู่ประสานกันอย่างมีความหมาย—มันคือความหวาดระแวงที่ผสมผสานกับความเข้าใจอันลึกซึ้งของคนสองคนที่ยืนอยู่บนปากเหวเดียวกัน "ถ้าคุณฉลาดพอ สารวัตรกรณ์..." พิมพ์ลภัสเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนเป็นเบาหวิวราวกับเสียงกระซิบของสายลม "คุณควรจะเดินออกจากห้องนี้ไปซะ และทำเป็นมองไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น" "แต่นั่นไม่ใช่จรรยาบรรณของผม... และผมคิดว่าลึกๆ แล้ว มันก็ไม่ใช่จรรยาบรรณของคุณเช่นกัน" กรณ์ตอบกลับทันควัน นัยน์ตาของเขาประกายวาวด้วยความมุ่งมั่นที่น่ากลัว พิมพ์ลภัสสูดหายใจเข้าลึกเพื่อรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี เธอลอบมองไปที่กระจกบานใหญ่ด้านหลังอีกครั้ง เงาสสะท้อนในนั้นดูเหมือนจะขยับเข้าใกล้เธอมาอีกก้าวหนึ่งแล้ว ไม่มีเวลาให้ลังเลใจอีกต่อไป หากเธอยังขืนเก็บเรื่องนี้ไว้คนเดียว อีกไม่นานเธอคงกลายเป็นศพรายต่อไปในสำนวนคดี มือเรียวบางเลื่อนไปหยิบหนังสือปกแข็งเล่มหนาที่วางอยู่มุมโต๊ะอย่างแนบเนียน เธอเปิดมันออกเพียงนิดเดียวเพื่อให้วัตถุบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายในร่วงหล่นลงมาบนตัก ก่อนจะดันหนังสือเล่มนั้นข้ามโต๊ะไปให้ฝ่ายตรงข้าม มันคือแฟลชไดรฟ์ขนาดเล็กสีดำสนิท—วัตถุชิ้นเดียวที่อาจพิสูจน์ความเน่าเฟะทั้งหมดของกรมตำรวจและสำนักงานอัยการได้ในคราวเดียว "ข้างในนั้นมีรายชื่อบัญชีลับและการโอนเงินระหว่างผู้กำกับธนากับกลุ่มทุนสีเทา" พิมพ์ลภัสเอ่ยเสียงสั่นเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยจับจ้องที่กรณ์อย่างจริงจัง "เก็บมันไว้... และถ้าฉันตายก่อนที่คุณจะลากคอมันมาเข้าคุกได้ ขอให้มั่นใจว่าไฟล์นี้จะถูกส่งถึงมือสื่อมวลชนทุกสำนัก" กรณ์รับแฟลชไดรฟ์นั้นมาถือไว้ ความเย็นเฉียบของโลหะชิ้นเล็กทำให้เขารับรู้ได้ถึงน้ำหนักมหาศาลที่มันแบกรับอยู่ เขากำมันไว้แน่นในอุ้งมือ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอัยการสาวด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป มันมีความเคารพ ความห่วงใย และความอันตรายฉายชัดอยู่ภายในนั้น ทว่า ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยคำใดเพิ่มเติม เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นก้องกังวานมาจากทางเดินด้านนอก... มันใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ทีละก้าว ทีละก้าว อย่างเชื่องช้าแต่มั่นคง *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันไม่ใช่สามครั้งแบบสุภาพ แต่มันเป็นการเคาะเพียงครั้งเดียวด้วยปลายนิ้วที่หนักหน่วง ราวกับเป็นการประกาศการมาถึงของผู้ที่ไม่จำเป็นต้องขออนุญาตใครทั้งสิ้น และก่อนที่สารวัตรกรณ์จะทันได้ขยับตัวไปหลบมุมห้อง ลูกบิดประตูห้องทำงานอัยการก็ค่อยๆ หมุนเปิดออกอย่างช้าๆ ท่ามกลางความเงียบงันที่บีบคั้นหัวใจจนแทบหยุดเต้น ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางในความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สารวัตรมือสะอาดกับอัยการไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%