สารวัตรมือสะอาดกับอัยการไร้เงา•ตอนที่ 5

ศพที่สองพูดไม่ได้

ผลงานโดย พยานปากเอก
กลิ่นแอมโมเนียและฟอร์มาลินในห้องชันสูตรพลิกศพ ไม่เคยเป็นมิตรกับปอดของใคร แต่มันคืออากาศที่สะอาดที่สุด สำหรับคนที่กำลังตามหาความจริงในกองซากเน่าเฟะของสังคม สารวัตรกรณ์ยืนนิ่งอยู่หน้าเตียงสเตนเลสสตีล ร่างไร้วิญญาณเบื้องหน้าไม่ใช่ใครอื่น—คือ "ประเสริฐ" ชายวัยกลางคนผู้เป็นอดีตเสมียนบัญชีของบริษัทรับเหมารายใหญ่ และที่สำคัญที่สุด เขาคือพยานปากเอกคนเดียวที่ยอมเปิดปากกับกรณ์เมื่อสามวันก่อน เพื่อแลกกับการคุ้มครองพยานที่ยังไม่ทันได้เซ็นชื่อลงในกระดาษ รายงานฉบับแรกจากร้อยเวรเจ้าاحิดระบุไว้ชัดเจน... อุบัติเหตุทางถนน รถจักรยานยนต์เสียหลักชนเสาไฟฟ้าริมทางด่วน ร่างกายแหลกเหลว กะโหลกศีรษะแตกจากการกระแทกอย่างรุนแรง ปิดคดีได้ด้วยสำนวนมาตรฐานที่ขี้เกียจที่สุดในรอบปี แต่สำหรับกรณ์... ศพเบื้องหน้าไม่ได้กำลังบอกเล่าเรื่องราวของอุบัติเหตุ มันกำลังตะโกนคำโกหกใส่หน้าเขาอย่างเย้ยหยัน "รอยฟกช้ำที่ต้นแขนซ้ายเป็นรูปนิ้วมือมนุษย์สี่นิ้ว ขนาดกว้างและลึก บ่งบอกถึงแรงบีบจากของแข็งที่มีน้ำหนักมากพอจะกดล็อกกระดูกให้ขยับไม่ได้ ก่อนที่รถจะคว่ำ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของห้องเย็น อัยการพิมพ์ลภัสก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามของเตียงชันสูตร เธอยังคงสวมชุดสูทเข้ารูปไร้รอยยับราวกับเพิ่งเดินออกจากห้องประชุมบอร์ดบริหาร แม้จะเป็นเวลาตีสองครึ่งแล้วก็ตาม ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองร่างไร้ลมหายใจ ก่อนจะตวัดกลับมามองสารวัตรหนุ่มด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก "คุณกำลังบอกว่า คนตายถูกฆาตกรรมก่อนจะจัดฉากให้เป็นอุบัติเหตุใช่ไหมคะ... อ้อ ขออภัย ผมติดปากพูดคำลงท้ายแบบผู้หญิงไปหน่อย" พิมพ์ลภัสชะงักไปนิดเมื่อรู้ตัวว่าเกือบเผลอใช้สรรพนามตามความคุ้นเคย แต่กรณ์ไม่ได้สนใจคำแก้ตัวนั้น "อย่าเสียเวลาเล่นลิ้นเลยครับคุณอัยการ" กรณ์เงยหน้าขึ้นสบตาเธอ แววตาของเขาคมก్రిบราวกับใบมีดที่ถูกลับจนขึ้นเงา "คุณน่าจะรู้ดีกว่าใคร ว่าพยานปากเอกมักจะอายุสั้นเสมอในเมืองนี้... โดยเฉพาะเมื่อเขาบังเอิญรู้ว่าใครคือเจ้าของลายเซ็นตัวจริงบนสัญญาโครงการร้อยล้านนั่น" พิมพ์ลภัสไม่สะทกสะท้าน เธอเดินเข้ามาช้าๆ จนกลิ่นน้ำหอมราคาแพงเจือจางลงด้วยกลิ่นไอเย็นยะเยือกของความตาย นิ้วเรียวภายใต้ถุงมือยางแตะเบาๆ ที่ขอบโต๊ะสเตนเลส "สารวัตรกำลังกล่าวหาว่าสำนักงานอัยการ หรือไม่ก็ผู้มีอำนาจเบื้องหลังกำลังเก็บกวาดกู้อำนาจตัวเองหรือคะ ระวังคำพูดหน่อยครับ... ผมหมายถึง คุณควรระวังคำพูดของคุณให้มากกว่านี้" พิมพ์ลภัสแก้คำพูดตนเองทันควันเมื่อเห็นมุมปากของกรณ์กระตุกขึ้นเล็กน้อยในแบบที่เรียกว่ารอยยิ้มเยาะ "ผมไม่ได้กล่าวหาใครครับคุณพิมพ์ลภัส ผมแค่อ่านภาษาที่ศพพยายามจะบอก" กรณ์โน้มตัวลงต่ำ ระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงจนเหลือเพียงไม่กี่คืบ เคมีอันตรายระหว่างความถูกต้องสุดโต่งกับความยืดหยุ่นสีเทาก่อตัวขึ้นในอากาศที่เย็นยะเยือก "รอยแผลถลอกที่ข้อศอกขวา เป็นรอยไถลขณะที่รถล้มก็จริง แต่ทิศทางของแผลกลับสวนทางกับรอยขูดขีดบนตัวรถ มอเตอร์ไซค์คันนั้นถูกลากมาทับร่างทีหลัง... หลังจากที่หัวใจของประเสริฐหยุดเต้นไปแล้วด้วยสารเคมีบางชนิดที่กำลังรอผลตรวจจากห้องแล็บ" ดวงตาของอัยการสาวไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที—สั้นเสียจนคนทั่วไปไม่มีทางสังเกตเห็น แต่ไม่รอดพ้นจากสายตาของนักสืบที่ผ่านความเป็นความตายมาโชกโชน "คุณฉลาดเกินไปสารวัตรกรณ์... และความฉลาดแบบนี้มักจะทำให้คนรอบตัวคุณอายุสั้นลงเสมอ" พิมพ์ลภัสกระซิบเสียงแผ่วเบา ริมฝีปากระเรื่ออยู่ห่างจากใบหูของเขาเพียงไม่กี่เซนติเมตร "จำเพื่อนร่วมงานของคุณเมื่อห้าปีก่อนได้ไหมคะ? คนที่เชื่อมั่นในความยุติธรรมจนวินาทีสุดท้ายก่อนที่เบรกแตกจะพุ่งชนเสาตอม่อ... เขาตายเพราะความโง่เขลา หรือเพราะความดันทุรังกันแน่?" คำพูดนั้นทำลายเกราะกำบังทางตรรกะของกรณ์ในทันที เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด กำปั้นทั้งสองข้างของเขาข้างลำตัวกำแน่นจนข้อกระดูกลั่นเปรี๊ยะ ความทรงจำสีเลือดเมื่อห้าปีก่อนย้อนกลับมาทับซ้อนกับร่างไร้วิญญาณตรงหน้า กลิ่นคาวเลือดและเสียงไซเรนในคืนนั้นดังขึ้นในโสตประสาท แต่ก่อนที่กรณ์จะทันได้สวนกลับด้วยถ้อยคำเชือดเฉือนใดๆ ประตูห้องชันสูตรก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง หมวดวินวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา ใบหน้าซีดเผือก มือถือแท็บเล็ตในมือสั่นเทาจนแทบจะหลุดร่วงลงพื้น "สารวัตรครับ! เกิดเรื่องแล้วครับ!" วินละล่ำละลักพูด พยายามหายใจเข้าลึกๆ เพื่อควบคุมสติ "ผมเพิ่งกู้ไฟล์กล้องวงจรปิดตัวสุดท้ายที่โดนไวรัสลบไปจากมือถือของประเสริฐได้... มันไม่ใช่คลิปเสียงการสนทนาครับ" กรณ์และพิมพ์ลภัสผละออกจากกันทันที สายตาทั้งสองคู่พุ่งตรงไปที่หน้าจอแท็บเล็ตในมือของนายตำรวจรุ่นน้อง "แล้วมันคืออะไร?" กรณ์ถามเสียงเข้ม วินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองสารวัตรด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างที่สุด "มันเป็นคลิปวิดีโอความยาวสิบวินาทีสุดท้าย... ที่ถ่ายไว้ตอนเที่ยงคืนของเมื่อวาน" วินกดปุ่มเล่นไฟล์ภาพด้วยนิ้วที่สั่นเทา "และคนที่ยืนอยู่ข้างเตียงนอนของประเสริฐ ก่อนที่เขาจะถูกฉีดยาพิษ... คือผู้กำกับธนาครับ" หน้าจอแท็บเล็ตส่องแสงวาบสะท้อนรอยยิ้มใจดีอันเป็นเอกลักษณ์ของผู้กำกับมือสะอาดแห่งนครบาล บนใบหน้าของศพที่นอนแข็งทื่ออยู่บนเตียงสเตนเลสดูราวกับกำลังแย้มยิ้มเยาะเย้ยความโง่เขลาของความยุติธรรมทั้งหมดในโลกใบนี้ ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางในความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สารวัตรมือสะอาดกับอัยการไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%