สารวัตรมือสะอาดกับอัยการไร้เงา•ตอนที่ 25

สัญญาณเตือนภัย

ผลงานโดย พยานปากเอก
เสียงโลหะกระทบกันครั้งเดียวในความเงียบงั้น ดังก้องสะท้อนในโสตประสาทของสารวัตรกรณ์ราวกับเสียงลั่นไกปืน "เราพลาดแล้ว... ระบบไม่ได้ถูกแฮก มันถูกตั้งค่าให้อยู่ในโหมด 'กักกันถาวร' ตั้งแต่แรก" เสียงกระซิบของอัยการพิมพ์ลภัสลอดผ่านไรฟัน เธอยืนแนบแผ่นหลังติดกับกำแพงคอนกรีตเปลือยในห้องเซิร์ฟเวอร์ชั้นใต้ดินของอาคารร้าง แสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานที่กะพริบเป็นจังหวะสม่ำเสมออาบไล้ใบเรียวคมคายของเธอให้ดูราวกับรูปปั้นหินอ่อนที่อาบเลือด ในมือของกรณ์ จอแท็บเล็ตขนาดเล็กแสดงเส้นกราฟสีแดงฉ่าที่พุ่งดิ่งลงจนถึงขีดสุด ข้อมูลฮาร์ดไดรฟ์สำรองที่พวกเขาเพิ่งดึงออกมาจากห้องนิรภัยของกลุ่มทุนสีเทา กำลังส่งสัญญาณเตือนภัยความถี่สูง เสียงสัญญาณดังติ๊ด... ติ๊ด... ถี่กระชั้นขึ้นทุกขณะ ราวกับนาฬิกาชีวิตที่กำลังนับถอยหลังสู่จุดจบ "ผู้กำกับธนารู้ว่าเราจะมา" กรณ์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่ดวงตาคมกริบกลับฉายแวววุ้งวิบด้วยประกายไฟแห่งความโกรธกรัจ "และเขาไม่ได้ต้องการแค่ทำลายหลักฐาน... เขาต้องการฝังพวกเราไว้ที่นี่ด้วย" ประตูกระจกนิรภัยหนาเตอะเบื้องหน้าเลื่อนปิดลงอย่างช้าๆ ด้วยระบบไฮดรอลิกอัตโนมัติ เสียงกลไกเฟืองเหล็กขบกันดังครืดคราดบาดหู เป็นสัญญาณเตือนว่ากรงขังมรณะกำลังปิดตายช่องทางหนีทีไล่ทั้งหมด ความกดอากาศในห้องเริ่มเปลี่ยนผ่าน เมื่อระบบระบายอากาศถูกตัดขาด กลิ่นอับชื้นของฝุ่นผงและสนิมเหล็กผสมผสานกับกลิ่นอะดรีนาลีนที่หลั่งออกมาจากต่อมเหงื่อของคนทั้งคู่ พิมพ์ลภัสไม่ลังเล เธอขยับกายเข้าประชิดตัวกรณ์ กลิ่นน้ำหอมเจือจางจางผสานกับกลิ่นฝนและควันบุหรี่จางๆ จากเสื้อสูทของเธอปะทะเข้ากับจมูกของเขาในระยะประชิด ความใกล้ชิดที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากความเสน่หา หากแต่เป็นสัญชาตญาณดิบในการเอาชีวิตรอด "คุณกรณ์... ประตูหนีไฟฝั่งทิศตะวันตกยังมีช่องว่างอยู่สามวินาที ก่อนที่ระบบล็อกแม่เหล็กไฟฟ้าจะทำงานเต็มรูปแบบ" เธอกล่าวอย่างรวดเร็ว สมองอันปราดเปรื่องคำนวณความน่าจะเป็นท่ามกลางสถานการณ์เป็นตาย "ถ้าเราวิ่งสวนแรงดันตอนนี้ เราอาจจะออกไปได้... หรือไม่ก็ถูกตัดขาดเป็นสองท่อนเหมือนกระดาษ" "ผมไม่ชอบการเสี่ยงโชคกับเครื่องจักรที่มีคนบงการอยู่เบื้องหลังครับ อัยการพิมพ์" กรณ์แย้มยิ้มที่มุมปาก รอยยิ้มเยือกเย็นที่มักปรากฏขึ้นยามที่เขาตกอยู่ในมุมอับ "แต่ผมชอบความท้าทาย" พริบตานั้นเอง เสียงสัญญาณเตือนภัยก็เปลี่ยนโทนเสียงจากเสียงกริ่งแหลมสูง กลายเป็นเสียงไซเรนทุ้งต่ำกังวานที่สั่นสะเทือนไปถึงรากฟัน สปริงเกอร์บนเพดานพ่นละอองน้ำแรงดันสูงลงมาทันที สายน้ำเย็นจัดสาดซัดลงบนร่างของทั้งสองคนจนเปียกปอน เสื้อผ้าแนบไปกับสัดส่วน เนื้อผ้าชุ่มน้ำทำให้บรรยากาศรอบตัวยิ่งทวีความอึดอัดและเร้าอารมณ์ขึ้นอย่างประหลาด กรณ์คว้าข้อมือเรียวของพิมพ์ลภัสไว้แน่น แรงดึงที่เด็ดขาดและทรงพลังทำให้เธอต้องก้าวตามเขาไปอย่างเสียไม่ได้ ทั้งสองพุ่งทะยานผ่านม่านละอองน้ำและแสงไฟสีแดงที่สาดส่องตัดกันไปมา พลิ้วไหวราวกับเงาในภาพยนตร์ฟิล์มนัวร์ ปัง! เสียงระเบิดเบาๆ ดังขึ้นจากแผงควบคุมวงจรไฟฟ้าที่อยู่ห่างออกไปเพียงสิบเมตร ประกายไฟสีน้ำเงินสาดกระเซ็นราวกับดอกไม้ไฟในความมืด แรงอัดอากาศทำให้เศษปูนร่วงกราวลงมาปิดกั้นทางเดินหลัก "ทางนั้นถูกปิดตายแล้ว!" พิมพ์ลภัสตะโกนแข่งกับเสียงไซเรน มือข้างหนึ่งยกขึ้นปัดหยดน้ำที่เกาะอยู่ตามกรอบหน้า สายตาของเธอจับจ้องไปยังช่องระบายอากาศขนาดเล็กที่อยู่เหนือศีรษะขึ้นไปราวสองเมตร ซึ่งมีตะแกรงเหล็กขึ้นสนิมปิดอยู่ กรณ์ไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาคุกเข่าลงข้างหนึ่ง ใช้ไหล่หนาของตนเองเป็นแท่นเหยียบ "ขึ้นไปครับ" หญิงสาวเหลือบมองเขานิ่งชั่วพริบตา ดวงตากลมโตคู่นั้นสะท้อนภาพใบหน้าของสารวัตรหนุ่มที่เปียกโชกไปด้วยน้ำและคราบเขม่า ในสถานการณ์ที่ความเป็นความตายอยู่ห่างกันแค่เส้นด้าย ความไว้เนื้อเชื่อใจถูกบังคับให้ก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าสารเคมีทำปฏิกิริยา เธอวางมือลงบนบ่ากว้างของเขา ใช้แรงส่งจากเรียวขากระโดดขึ้นคว้าขอบช่องระบายอากาศได้อย่างแม่นยำ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ดังขึ้นที่อีกด้านหนึ่งของประตูนิรภัย เสียงรองเท้าคอมแบทกระทบพื้นปูน พร้อมกับเสียงตะโกนสั่งการเป็นภาษาทหารผ่านวิทยุสื่อสาร "ทีมสามเข้าควบคุมพื้นที่รอบอาคาร! อย่าให้ใครเล็ดลอดออกไปได้เด็ดขาด ท่านผู้กำกับสั่งว่า... เก็บกวาดให้เรียบ" หัวใจของกรณ์เต้นกระหน่ำรัว ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะตรรกะในหัวกำลังประติดประต่อภาพทั้งหมด ผู้กำกับธนาไม่ได้ส่งแค่หน่วยรบพิเศษมาเพื่อปิดปากพวกเขา แต่กำลังใช้สถานที่แห่งนี้เป็น "ห้องทดลอง" เพื่อกำจัดหนามยอกอกให้สิ้นซาก "คุณพิมพ์... ส่งมือมา" กรณ์เอื้อมมือขึ้นไปคว้าข้อเท้าของหญิงสาวที่กำลังพยายามดันตะแกรงเหล็กออกด้วยแรงทั้งหมดที่มี ในวินาทีนั้นเอง แสงไฟฉายสว่างวาบส่องลอดผ่านรอยแยกของประตูกระจกที่กำลังจะปิดลง เสียงโลหะกระทบกันครั้งสุดท้ายดังสนั่น พร้อมกับเงาร่างของชายชุดดำหลายคนก้าวเข้ามาในห้องโถงพร้อมอาวุธปืนครบมือ ปืนกลสั้นติดลำกล้องเก็บเสียงยกขึ้นเล็งตรงมายังจุดที่พวกเขากำลังหลบซ่อน พิมพ์ลภัสออกแรงเฮือกสุดท้าย กระชากตะแกรงเหล็กหลุดออก ร่างของเธอไถลเข้าไปในความมืดของท่อระบายอากาศได้อย่างเฉียดฉิว เธอยื่นมือลงมาคว้าข้อมือของกรณ์ไว้แน่น ดึงสุดแรงในขณะที่กระสุนนัดแรกพุ่งแหวกอากาศเจาะทะลุกำแพงคอนกรีตข้างศีรษะของเขาไปอย่างฉิวเฉียด ฝุ่นปูนฟุ้งกระจายคละคลุ้ง กรณ์ถีบตัวลอยขึ้นคว้าขอบท่อระบายอากาศได้ทันก่อนที่ปลายกระบอกปืนจะกวาดมาถึงตัวเขาราวเสี้ยววินาที ร่างของเขามุดหายเข้าไปในความมืดของท่อแคบๆ พร้อมๆ กับที่เสียงปืนรัวนัดแรกดังสนั่นหวั่นไหวกลบเสียงไซเรนทั้งหมด พวกเขานอนแนบชิดกันอยู่ในท่อระบายอากาศที่แคบและอับชื้น เสียงหอบหายใจของทั้งคู่ประสานกันเป็นจังหวะท่ามกลางความมืดมิด ไอร้อนจากร่างกายที่แนบชิดกันทะลุผ่านเนื้อผ้าที่เปียกชื้น สัมผัสได้ถึงอัตราการเต้นของหัวใจที่รัวเร็วไม่แพ้กัน พิมพ์ลภัสหันมามองหน้าเขาในความมืด ดวงตาของเธอคมปลาบและเต็มไปด้วยคำถามมากมายที่ยังไม่ได้รับคำตอบ ริมฝีปากบางเฉียบขยับกระซิบชิดริมหูของเขา เสียงนั้นเบาหวิวแต่ชัดเจนแจ่มแจ้งในความเงียบ "ดูเหมือนว่า... หลักฐานที่เราได้มา จะไม่ใช่แค่ข้อมูลทุจริตธรรมดาเสียแล้วล่ะครับ... สารวัตร" เธอยิ้มมุมปากด้วยน้ำเสียงเย้าแหย่ที่เจือความตึงเครียด "เพราะในนั้น... มีรายชื่อของคนที่กำลังตามล่าเราอยู่... รวมอยู่ด้วย" กรณ์ชะงักไปชั่วขณะ ก่อนที่ดวงตาของเขาจะเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อตระหนักถึงความจริงอันน่าสะพรึงกลัวที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังเอกสารชิ้นนั้น เมื่อนิ้วมือของเขาบังเอิญไปสัมผัสโดนแฟลชไดรฟ์สำรองที่ซุกอยู่ในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ต ซึ่งตอนนี้... มันกำลังกระพริบไฟสีน้ำเงินแปลกปลอม... เป็นสัญญาณเตือนว่าไฟล์ข้อมูลถูกเปิดอ่านจากระยะไกลโดยอัตโนมัติแล้ว! ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดและจมดิ่งลงสู่ก้นบึ้งของความขัดแย้งนี้ไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สารวัตรมือสะอาดกับอัยการไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%