เสียงลมหายใจของหมวดวินที่ดังลอดผ่านหน้ากากกรองฝุ่นออกซิเจนฟังดูคล้ายเสียงคลื่นกระทบฝั่งในความมืด เขากำลังนั่งอยู่หน้าจอโน้ตบุ๊กขนาดพกพาที่วางอยู่บนตัก นิ้วมือเรียวยาวสั่นเทาเล็กน้อยขณะป้อนชุดคำสั่งผ่านโปรแกรมเจาะระบบเฉพาะกิจ แสงสีฟ้าจากหน้าจอสะท้อนลงบนดวงตาที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อของนายตำรวจรุ่นน้อง
นี่คือชั้นแปดของสำนักงานใหญ่ตำรวจแห่งชาติ ในเวลาตีสองสิบห้านาที ความเงียบสงัดไม่ได้แปลว่าปลอดภัย ตรงกันข้าม ความเงียบในตึกที่เต็มไปด้วยอำนาจมืดมักซ่อนสายตาของผู้ล่าไว้ทุกมุมมืด
"ระบบป้องกันชั้นที่สามกำลังจะรีเซ็ตในอีกสี่สิบวินาทีครับสารวัตร... ถ้าพ้นจากนี้ ตัวส่งสัญญาณเตือนภัยจะลิงก์ตรงไปยังมือถือของผู้กำกับธนาทันที" เสียงของหมวดวินกระซิบผ่านไมโครโฟนไร้สาย แผ่วเบาจนแทบกลืนหายไปกับเสียงแอร์ส่วนกลาง
สารวัตรกรณ์ยืนพิงผนังห้องทำงานของผู้กำกับธนา มือขวาของเขาสวมถุงมือหนังสีดำสนิท นิ้วเรียวยาวเคาะเข้ากับโครงปืนสั้นประจำกายเบาๆ เป็นจังหวะเพื่อควบคุมสมาธิ สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องทำงานที่กว้างขวางและโอ่อ่า ภาพถ่ายเกียรติยศนับสิบกรอบบนผนังไม้สักทองล้วนแต่บอกเล่าเรื่องราวความสำเร็จอันน่าสรรเสริญ... ทว่าเบื้องหลังหน้ากากของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ผู้ทรงเกียรติเหล่านี้ กลับมีกลิ่นอายของคราบเลือดและผลประโยชน์สีเทาอบอวลอยู่จางๆ
"ทำให้เร็วขึ้นอีกสิบวินาที วิน" เสียงทุ้มต่ำของสารวัตรกรณ์เอ่ยลอดไรฟัน "เราไม่มีเวลามานั่งเล่นเกมแมวไล่จับหนูกับคนระดับธนา"
ประตูลับหลังตู้หนังสือไม้สักขนาดยักษ์คือเป้าหมาย ห้องนิรภัยส่วนตัวที่ไม่มีใครในกองบัญชาการล่วงรู้ว่ามีอยู่ ยกเว้นแต่คนที่ถืออำนาจสูงสุดในตึกนี้
ในขณะเดียวกัน อัยการพิมพ์ลภัสยืนกอดอกนิ่งอยู่ริมหน้าต่างบานใหญ่ที่มองออกไปเห็นถนนเบื้องล่าง ชุดสูทสีเข้มของเธอเรียบกราบไร้รอยยับ แม้ในสถานการณ์ที่เสี่ยงต่อการถูกปลดและถูกฆ่าตัดตอน เธอกลับไม่มีแววตาของความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความเย็นชาและคำนวณอย่างรอบคอบ
"คุณกำลังเล่นกับไฟ สารวัตร" พิมพ์ลภัสหันมามองกรณ์ด้วยหางตา น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมบาดลึก "ถ้าไฟล์ในตู้เซฟนั้นไม่ใช่หลักฐานที่จะลากคอธนาเข้าคุกได้ แต่เป็นรายชื่อของข้าราชการระดับสูงและนักการเมืองที่คอยหนุนหลังเขา... คุณคิดว่าเราสองคนจะมีชีวิตรอดไปถึงแสงอาทิตย์ของวันพรุ่งนี้ไหม"
กรณ์หันมาสบตากับเธอ แววตาของนายตำรวจมือสะอาดนิ่งสนิท ด chตรรกะในใจของเขาแข็งแกร่งดั่งหินผา "ถ้าความถูกต้องต้องแลกมาด้วยลมหายใจ มันก็เป็นราคาที่ยุติธรรมพอที่จะจ่ายครับ อัยการพิมพ์ลภัส... หรือว่าคุณกลัวว่าชื่อของคนบางคนที่คุณรู้จัก จะไปปรากฏอยู่ในรายชื่อนั้นด้วย?"
มุมปากของอัยการสาวกระตุกขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเยียบเย็นปรากฏบนใบหน้าเรียบเนึง "ระวังคำพูดของคุณหน่อย สารวัตรกรณ์... คนที่แบกความแค้นไว้เต็มอก มักจะมองไม่เห็นหลุมพรางที่อยู่ตรงหน้าเสมอ"
ก่อนที่บทสนทนาอันเชือดเฉือนจะดำเนินไปไกลกว่านั้น เสียงสัญญาณไฟสีเขียวเล็กๆ ที่หน้าประตูลับก็กระพริบขึ้นพร้อมกับเสียงปลดล็อกกลไกแม่เหล็กไฟฟ้าดัง *คลิก* เบาๆ
"เรียบร้อยครับ! เข้าได้แล้ว" หมวดวินรายงานเสียงสั่นด้วยความโล่งอก
กรณ์ไม่รอช้า เขาผลักบานประตูตู้หนังสือให้เปิดออก เผยให้เห็นทางเดินแคบๆ ที่นำไปสู่ห้องนิรภัยขนาดเล็ก แสงไฟฉายจากกระบอกปืนส่องนำทางเข้าไปในความมืด กลิ่นอับชื้นและกลิ่นกระดาษเก่าๆ ลอยแตะจมูก
ใจกลางห้องนิรภัย มีตู้เซฟนิรภัยยี่ห้อดังฝังอยู่กับผนังปูนเสริมเหล็กหนาเตอะ
กรณ์ทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าหน้าตู้เซฟ นิ้วมือที่สวมถุงมือสัมผัสกับแป้นรหัสระบบดิจิทัลผสมกลไกหมุนแบบโบราณ ธนาไม่ใช่คนที่จะไว้ใจเทคโนโลยีร้อยเปอร์เซ็นต์ คนประเภทนี้มักจะเก็บความลับสำคัญที่สุดไว้ในรูปแบบที่ต้องใช้ทั้งรหัสผ่านและกุญแจจริง
"วิน ระบบสแกนลายนิ้วมือจำลองเสร็จหรือยัง?" กรณ์ถามโดยไม่ละสายตาจากแป้นพิมพ์
"เรียบร้อยครับ! แผ่นฟิล์มลายนิ้วมือจำลองจากแก้วแหวนที่เก็บได้ในห้องทำงานของธนาพร้อมใช้งาน... แต่สารวัตรครับ ระบบเซฟตัวนี้มีระบบทำลายข้อมูลอัตโนมัติด้วยกรดเคมี ถ้าใส่รหัสผิดเกินสามครั้ง กล่องเก็บฮาร์ดดิスクข้างในจะละลายทันที" วินเตือนจากหน้าจอข้างนอก
กรณ์สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เขานึกถึงใบหน้าของเพื่อนร่วมงานที่ต้องจบชีวิตลงในกองเพลิงจากคดีทุจริตเมื่อหลายปีก่อน ความทรงจำนั้นไม่ใช่ความแค้นที่บอดมืด แต่มันคือเข็มทิศที่คอยนำทางเขามาจนถึงจุดนี้
นิ้วมือของเขาบรรจงกดรหัสชุดแรก... วันเดือนปีที่เกิดเหตุการณ์เพลิงไหม้ครั้งนั้น
*0-5-1-2-5-6-3-*
เสียงกลไกภายในตู้เซฟขยับตัวดัง *แกร็ก*
ไฟสีแดงเปลี่ยนเป็นสีส้ม
เหลือโอกาสอีกเพียงสองครั้งเท่านั้น
กรณ์เหลือบมองอัยการพิมพ์ลภัสที่เดินตามเข้ามาหยุดยืนกอดอกมองเขาอยู่เงียบๆ แสงไฟฉายสลัวสาดกระทบใบหน้าด้านข้างของเธอ เผยให้เห็นแววตาที่ซับซ้อนเกินกว่าจะคาดเดaว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ เธอกำลังเอาอนาคตทั้งหมดของตัวเองมาเดิมพันกับตำรวจตงฉินคนนี้
"คุณจำตัวเลขวันเกิดของลูกสาวผู้กำกับธนาได้ไหม?" พิมพ์ลภัสเอ่ยขึ้นมาลอยๆ น้ำเสียงราบเรียบแต่นัยยะลึกซึ้ง "คนอย่างธนา... ต่อให้มือเปื้อนเลือดแค่ไหน ก็มักจะมีจุดอ่อนเดียวที่ยอมจำนนเสมอ"
กรณ์ชะงักไปชั่วขณะ ตรรกะในหัวหมุนวนอย่างรวดเร็ว เขาลบตัวเลขชุดเดิมทิ้ง แล้วจรดปลายนิ้วลงบนแป้นพิมพ์อีกครั้งด้วยความมั่นใจที่เพิ่มขึ้น
วันเกิดของเด็กหญิงผู้เป็นดั่งดวงใจของนายตำรวจผู้ฉฉ้อฉล
*1-4-0-9-2-5-6-0-*
เขากดปุ่มยืนยัน พร้อมกับวางแผ่นฟิล์มลายนิ้วมือลงบนช่องสแกน
เงียบกริบ... ไม่มีเสียงเตือนภัยใดๆ ดังขึ้น
ชั่วพริบตาถัดมา เสียงกลไกเหล็กหนาหนักด้านในก็หมุนตัวปลดล็อกด้วยเสียงกังวานทุ้มลึก บานประตูตู้เซฟค่อยๆ แง้มเปิดออกเองอย่างช้าๆ เผยให้เห็นความมืดภายในช่องลับนั้น
แสงไฟฉายสาดส่องเข้าไปกระทบกับวัตถุที่อยู่ข้างใน... ไม่มีกองเงินสดมหาศาล ไม่มีทองคำแท่งแวววาว
สิ่งที่นอนสงบนิ่งอยู่ภายในตู้เซฟ มีเพียงแฟลชไดรฟ์สีดำขนาดเล็กหนึ่งอัน สมุดบันทึกปกหนังสีน้ำตาลเข้มที่ดูเก่าคร่ำคร่า และ... ซองเอกสารสีน้ำตาลที่ประทับตราลับสุดยอดด้วยครั่งสีแดงสด
กรณ์เอื้อมมือหยิบสมุดบันทึกเล่มนั้นขึ้นมา พลิกเปิดดูหน้าแรกด้วยมือที่มั่นคง ทว่าทันทีที่สายตาคมกริบกวาดผ่านลายมือที่เขียนด้วยหมึกซึมสีดำบนกระดาษแผ่นนั้น ลมหายใจของเขาก็สะดุดกึก ร่างกายทั้งร่างแข็งค้างราวกับถูกตรึงไว้ด้วยความจริงอันน่าสะพรึงกลัวที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง
รายชื่อแรกในบรรทัดบนสุดของสมุดบันทึกเล่มนั้น... คือชื่อของบุคคลที่เขารักและเคารพมากที่สุดในกรมตำรวจ และชื่อสุดท้ายในหน้าเดียวกัน... กลับเป็นลายเซ็นย่อที่เขาคุ้นเคยดีเสียยิ่งกว่าอะไร
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นจำนวนมากก็ดังสะท้อนก้องมาจากทางเดินด้านนอก พร้อมกับเสียงตะโกนสั่งการที่เหี้ยมเกรียมผ่านวิทยุสื่อสารที่ดังทะลุกำแพงเข้ามา
"ปิดตึกทุกด้าน! ล้อมทางออกเอาไว้ให้หมด อย่าให้ใครเล็ดลอดออกไปได้แม้แต่คนเดียว!"
ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดและจมดิ่งลงสู่ก้นบึ้งของความขัดแย้งนี้ไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารวัตรมือสะอาดกับอัยการไร้เงา•ตอนที่ 24
ห้องนิรภัย
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สารวัตรมือสะอาดกับอัยการไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!