กลิ่นคาวสนิมเหล็กและน้ำยาฆ่าเชื้อในห้องไอซียูโรงพยาบาลตำรวจ ช่างเป็นกลิ่นที่สารวัตรกรณ์คุ้นเคยเสียจนเกือบจะด้านชา แต่วันนี้... ทุกอณูของอากาศรอบตัวกลับหนักอึ้งราวกับมีแท่งตะกั่วถ่วงไว้ที่ปอด
ร่างของหมวดวินนอนแน่นิ่งอยู่ภายใต้ผ้าห่มสีขาวสะอาด เครื่องช่วยหายใจส่งเสียงบีบสม่ำเสมอเป็นจังหวะที่น่าหงุดหงิด ใบหน้าอ่อนเยาว์ไร้เดียงสาบัดนี้เต็มไปด้วยรอยฟกช้ำและผ้าพันแผล สายน้ำเกลือระโยงระยางโยงเข้ากับหลังมือที่เคยรัวแป้นพิมพ์คีย์บอร์ดเพื่อเปิดโปงความจริงอันโสมمของใครบางคน
เด็กหนุ่มผู้มีอนาคตไกลคนนี้ เกือบเอาชีวิตไม่รอดบนทางด่วนสายเปลี่ยวเมื่อคืนที่ผ่านมา เพียงเพื่อปกป้องแฟลชไดร์ฟอันจิ๋วที่ซ่อนข้อมูลทางการเงินของเครือข่ายสีเทา
กรณ์ยืนนิ่งอยู่ปลายเตียง มือหนากำหมัดแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน แววตาคมกริบที่เคยฉายแววสุขุมเยือกเย็น บัดนี้กลับลุกโชนด้วยเปลวเพลิงแห่งความโกรธแค้นที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย
"หมอรายงานว่าอย่างไรบ้างครับสารวัตร"
เสียงทุ้มต่ำแต่ราบเรียบเอ่ยขึ้นจากความมืดตรงมุมห้อง อัยการพิมพ์ลภัสก้าวออกมาจากเงาสลัว ส้นรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นกระเบื้องเป็นจังหวะมั่นคง เธอยังสวมชุดสูทสีเข้มตัวเดิม ราวกับไม่ได้หลับไม่ได้นอนมาทั้งคืน ใบหน้ารูปไข่ไร้รอยยิ้ม แววตาคู่คมมองลอดผ่านเลนส์แว่นกรอบบางไปยังร่างไร้สติบนเตียงด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก
กรณ์ไม่หันไปมอง เธอ เขายังคงจ้องมองหน้าหมวดวิน
"กระดูกซี่โครงหักสามซี่ เลือดคั่งในสมองเล็กน้อย และ... นิ้วมือข้างขวาถูกบดขยี้" เสียงของกรณ์แหบพร่าแต่นิ่งสนิท "พวกมันไม่ได้แค่ต้องการข้อมูล พิมพ์... พวกมันต้องการส่งสาร"
พิมพ์ลภัสเดินเข้ามาหยุดยืนเคียงข้าง เธอทอดสายตามองข้อมือที่พันด้วยผ้าก๊อซหนาเตอะของนายตำรวจรุ่นน้อง ก่อนจะเบือนหน้ากลับมาสบตาเขา
"ความยุติธรรมบางครั้งก็แลกมาด้วยต้นทุนที่สูงเกินกว่าจะจินตนาการนะครับสารวัตร คุณรู้อยู่แก่ใจว่าเรากำลังสู้กับใคร การเอาเด็กคนนี้เข้ามาพัวพันตั้งแต่แรก... คือความเสี่ยงที่คุณเป็นคนเลือกเอง"
คำพูดนั้นราวกับใบมีดที่กรีดลงบนแผลสด กรณ์หันขวับมามองเธอ ดวงตาคมดุจใบมีดโกนจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยความเยือกเย็นของเธอ
"คุณคิดว่าเป็นความผิดของผมงั้นเหรอ?" กรณ์ก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอทีละน้อย แรงกดดันมหาศาลแผ่ออกมาจากร่างกายของนายตำรวจหนุ่ม "ถ้าผู้มีอำนาจในสำนักงานอัยการสูงสุดและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่มัวแต่เล่นเกมการเมืองและปกป้องผลประโยชน์ของตัวเอง เด็กคนนี้ก็คงไม่ต้องมานอนเป็นผักอยู่ตรงนี้!"
พิมพ์ลภัสไม่ถอยหลังหนแม้แต่ก้าวเดียว เธอยังคงรักษาท่าทีสง่างามและไร้ความหวั่นไหว แม้ลมหายใจของกรณ์จะปะทะเข้ากับกรอบหน้าของเธอก็ตาม
"อย่าใช้ความโกรธมาบดบังตรรกะของคุณค่ะ... เอ้ย... ครับ" พิมพ์ลภัสเผลอหลุดคำสามัญออกมาก่อนจะแก้คำทันทีด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันเล็กน้อย "ความโกรธทำให้คนตาบอด และคนตาบอดในเกมนี้ มักจะเป็นฝ่ายที่เดินตกหน้าผาก่อนเสมอ"
"ผมไม่ได้ตาบอด พิมพ์" กรณ์กระซิบเสียงต่ำ ลมหายใจอุ่นร้อนเจือความกรุ่นโกรธ "แต่ผมตาสว่างแล้วต่างหาก... และเพราะผมตาสว่างนี่แหละ ผมถึงสาบานกับตัวเองว่า ไม่ว่าเบื้องหลังคำสั่งย้ายหรือไอ้สารเลวคนไหนที่บงการเรื่องนี้ มันจะต้องชดใช้ด้วยอิสรภาพ... หรือไม่ก็ลมหายใจของมันเอง"
บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองตึงเครียดจนแทบจะตัดขาดได้ด้วยมีด เคมีอันตรายที่ดึงดูดและผลักไสกันในเวลาเดียวกันกำลังแผ่ซ่าน บด
ก่อนที่สถานการณ์จะลุกลามไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังขึ้นที่หน้าห้องไอซียู ประตูกระจกถูกผลักเปิดออกอย่างแรง ผู้กำกับธนาก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าตื่นตระหนกที่แฝงรอยยิ้มจอมปลอมตามวิสัย
"อ้าว สารวัตรกรณ์... ผมเพิ่งทราบข่าวเรื่องหมวดวิน น่าเสียดายจริงๆ นะครับที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น" ผู้กำกับธนากวาดสายตามองไปรอบห้อง ก่อนจะหยุดอยู่ที่ใบหน้าถมึงทึงของกรณ์ "ผมสั่งการให้ชุดสืบสวนเร่งล่าตัวคนร้ายเต็มที่แล้ว ขอให้คุณเชื่อมั่นในระบบ..."
"ระบบไหนล่ะครับ ผู้กำกับ" กรณ์หันไปขัดจังหวะทันควัน น้ำเสียงเยียบเย็นจนน่ากลัว "ระบบที่ปล่อยให้ข้อมูลการสืบสวนรั่วไหลไปยังมือฆาตกร หรือระบบที่คอยเตะตัดขาคนที่พยายามจะทำคดีนี้ให้โปร่งใสกันแน่?"
รอยยิ้มบนใบหน้าของผู้กำกับธนาแข็งค้างไปชั่วขณะ ดวงตาหลังกรอบแว่นหรี่ลงเล็กน้อยอย่างจับผิด ก่อนจะปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว
"คุณกำลังเข้าใจผมผิดนะสารวัตร ช่วงนี้คุณพักผ่อนน้อยเกินไป สมองอาจจะล้า เอาเป็นว่าเรื่องคดีให้ผมจัดการเอง ส่วนคุณ... ไปดูแลตัวเองและลูกน้องให้ดีเถอะครับ" ผู้กำกับธนาตบไหล่กรณ์เบาๆ สองครั้ง เป็นสัมผัสที่เต็มไปด้วยการข่มขู่กลายๆ ก่อนจะหันไปพยักหน้าให้พิมพ์ลภัสแล้วเดินจากไป
เสียงปิดประตูห้องไอซียูดังขึ้นเบาๆ แต่ก้องกังวานในความรู้สึก
กรณ์กำหมัดแน่นยิ่งกว่าเดิม ร่างกายสั่นเทาด้วยความเดือดดาล พิมพ์ลภัตมองตามหลังผู้บังคับบัญชาระดับสูงคนนั้นไป ก่อนจะก้มลงหยิบบางสิ่งออกจากกระเป๋าเสื้อคลุมของเธอ แล้ววางมันลงบนโต๊ะข้างเตียงผู้ป่วยอย่างเงียบเชียบ
มันคือแฟลชไดร์ฟสีดำสนิท... หน้าตาเหมือนกับอันที่หมวดวินเอาชีวิตเข้าแลกไม่มีผิดเพี้ยน
"คุณ... เอามาจากไหน?" กรณ์ขมวดคิ้วมุ่น มองหน้าอัยการสาวด้วยความไม่เชื่อสายตา
พิมพ์ลภัสเงยหน้าขึ้นสบตาเขา มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่งและเต็มไปด้วยความลับอันตราย
"ก่อนที่เด็กคนนี้จะถูกทำร้าย เขาอัปโหลดข้อมูลทั้งหมดขึ้นคลาวด์สำรอง และส่งรหัสผ่านให้ฉันเมื่อสิบนาทีที่แล้ว..." พิมพ์ลภัสเว้นจังหวะ เลื่อนสายตาไปยังหน้าจอคอมพิวเตอร์พกพาบนโต๊ะ "และไฟล์ล่าสุดที่เพิ่งถอดรหัสเสร็จเมื่อกี้... มีรายชื่อบัญชีลับที่โอนเงินสดเข้าบัญชีส่วนตัวของคนเมื่อครู่นี้... พร้อมคลิปเสียงคำสั่งเก็บพยานปากเอก"
ดวงตาของกรณ์เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความโกรธแค้นในอกถูกแทนที่ด้วยความตื่นตัวระดับสูงสุด
พิมพ์ลภัสก้าวเข้าไปใกล้เขาอีกนิด กลิ่นน้ำหอมจางๆ เจือกลิ่นอายความอันตรายลอยเข้าแตะจมูก
"ถ้าคุณอยากเอาผิดมันให้ถึงที่สุดล่ะก็... มาช่วยฉันเปิดไฟล์นี้ดูสิครับ สารวัตร"
ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดและจมดิ่งลงสู่ก้นบึ้งของความขัดแย้งนี้ไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารวัตรมือสะอาดกับอัยการไร้เงา•ตอนที่ 26
ความลับที่แลกมาด้วยเลือด
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สารวัตรมือสะอาดกับอัยการไร้เงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!