อาคมซ่อนกล: อย่าลองดีกับหมอผีปากร้าย•ตอนที่ 19

ภาพสะท้อนในกระจกวิญญาณ

ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
กลิ่นอับของไม้สักเก่าและคราบเลือดแห้งกรังนับทศวรรษ ไม่ได้น่ารังเกียจเท่ากับความเงียบงันที่กดทับอยู่ในห้องใต้ดินของคฤหาสน์ร้าง สารวัตรปราบต์ใช้ปลายนิ้วมือสวมถุงมือยางเขี่ยแผ่นไม้กระดานผุพังอย่างระมัดระวัง แสงจากไฟฉายแรงสูงสาดส่องลงบนพื้นคอนกรีตที่มีรอยขูดขีดประหลาด มันไม่ใช่ร่องรอยการต่อสู้ แต่เป็นรอยขูดที่เรียงตัวกันเป็นวงกลมซ้อนทับด้วยอักขระโบราณที่แม้แต่นายตำรวจน้ำดีผู้ผ่านคดีมาโชกโชนยังต้องขมวดคิ้วมุ่นด้วยความรู้สึกไม่สบายใจ "อย่าไปมองใกล้เกินไปนักเลยครับสารวัตร... ของแบบนั้น ถ้าเราเอาสายตาไปผูกติดกับมันมากๆ วิญญาณเจ้าของรอยมันจะนึกว่าเราเป็นพวกเดียวกัน แล้วมันจะเกาะติดกลับบ้านไปกินข้าวเย็นด้วยฟรีๆ" เสียงทุ้มต่ำติดจะกวนประสาทดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง คณินก้าวเท้าออกมาจากเงาอับชื้น กลิ่นจางๆ ของควันธูปและกำยานผสมผสานกับกลิ่นกายสะอาดสะอ้านของอีกฝ่ายลอยมาแตะจมูก เป็นความขัดแย้งที่ปราบต์คุ้นเคยดี หมอผีหนุ่มสวมเสื้อเชิ้ตพับแขนเผยให้เห็นรอยสักโบราณจางๆ ที่ท่อนแขนขวา ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองรอบห้องด้วยท่าทีผ่อนคลายราวกับกำลังเดินชมพิพิธภัณฑ์ศิลปะ ไม่ใช่สถานที่เกิดเหตุฆาตกรรมอำพราง ปราบต์ไม่หันไปมองคู่สนทนาทันที เขายังคงจดจ่ออยู่กับรอยขูดบนพื้น "ผมไม่เชื่อเรื่องวิญญาณเร่ร่อน หมอคณิน... สิ่งที่ผมเชื่อคือร่องรอยทางนิติวิทยาศาสตร์ คราบสารเคมี และเจตนาชั่วร้ายของมนุษย์ที่ลงมือฆ่าคน" น้ำเสียงของนายตำรวจหนุ่มราบเรียบแต่หนักแน่น เต็มไปด้วยกำแพงแห่งเหตุผลที่เขาสร้างขึ้นเพื่อปกป้องจิตใจจากรอยแผลเป็นในอดีต คณินหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงนั้นก้องกังวานในความเงียบ รอยยิ้มมุมปากของหมอผีหนุ่มเปี่ยมด้วยเลศนัยที่ชวนให้หงุดหงิดใจ "เหตุผลกับกฎหมายเป็นเครื่องมือที่ดีครับสารวัตร... มันช่วยให้สังคมดูเรียบร้อยเหมือนบ้านที่กวาดขยะซุกไว้ใต้พรม แต่น่าเสียดายที่ความจริงบางอย่างมันเน่าเฟะเกินกว่าจะอธิบายด้วยตำรากฎหมายเล่มไหนในโรงเรียนนายร้อย" คณินเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างกายร่างสูงใหญ่ของนายตำรวจ ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนปราบต์ได้ยินเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของอีกฝ่าย "โดยเฉพาะคดีเมื่อสิบปีก่อน... คดีที่พรากครอบครัวของสารวัตรไปนั่นไงครับ" คำพูดนั้นราวกับมีมือที่มองไม่เห็นพุ่งเข้ามากระชากลิ้นปี่ของปราบต์ให้หยุดเต้น สารวัตรหนุ่มหันขวับมามองหน้าคู่หูจำเป็นทันที นัยน์ตาคมกริบทอประกายความโกรธเกรี้ยวและหวาดระแวงในคราวเดียวกัน กรามหนาขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน "คุณรู้เรื่องอะไร... คณิน" เสียงของปราบต์ต่ำลงจนกลายเป็นคำรามในลำคอ "ผมไม่ได้รู้แค่เรื่องอดีตครับ... แต่ผมกำลังมองเห็น 'เงา' ที่กำลังทับซ้อนอยู่ข้างตัวคุณในตอนนี้ต่างหาก" คณินไม่ได้แสดงท่าทีหวาดกลัวต่อแววตาคุกคามนั้นแม้แต่น้อย หมอผีหนุ่มหันไปพยักเพยิดให้กับผนังห้องด้านหลัง ซึ่งมีกระจกเงาบานใหญ่ตั้งพิงอยู่ กรอบไม้แกะสลักลวดลายงูเกี่ยวพันกันอย่างวิจิตรบรรจง ผิวกระจกขมุกขมัวด้วยคราบฝุ่นหนาเตอะจนแทบมองไม่เห็นภาพสะท้อน ปราบต์หันกลับไปมองกระจกบานนั้นด้วยสัญชาตญาณดิบ ความเย็นยะเยือกแล่นพล่านขึ้นมาจากไขสันหลัง ไหล่กว้างเกร็งโดยอัตโนมัติ ในคราแรก ผิวกระจกสะท้อนเพียงเงาร่างของเขากับคณินที่ยืนเคียงกันในห้องมืด ทว่าเพียงชั่วพริบตาที่แสงไฟฉายจากมือของปราบต์วับแวมกระทบลงบนผิวกระจก ภาพสะท้อนภายในนั้นกลับบิดเบี้ยวผิดรูป เงาในกระจกไม่ได้ขยับตามการเคลื่อนไหวของพวกเขา ภาพที่ปรากฏขึ้นรางๆ คล้ายฉากละครย้อนยุคที่ฉายซ้ำผ่านม่านหมอกสีชา ปราบต์เห็นร่างของเด็กชายคนหนึ่งในชุดไทยประดิษฐ์เปื้อนโคลนและคราบเลือด กำลังยืนร้องไห้อยู่กลางห้องโถงที่เพลิงกำลังลุกท่วม เสียงกรีดร้องโหยหวนแว่วเข้ามาในโสตประสาท ทั้งที่ในความเป็นจริงมีเพียงเสียงลมหายใจของเขากับคณินเท่านั้น ปราบต์พยายามกะพริบตาไล่ภาพหลอน แต่ยิ่งมองลึกเข้าไป ดวงตาสีดำสนิทของเด็กชายในกระจกกลับค่อยๆ เปลี่ยนแปลงโครงหน้า เส้นผมเปียกชุ่มไปด้วยน้ำและเลือด ค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้นกลายเป็นโครงหน้าของชายหนุ่ม... โครงหน้าเดียวกับที่เขาส่องเห็นทุกเช้าในกระจกห้องน้ำ โครงหน้าของตัวเขาเอง หัวใจของสารวัตรปราบต์กระหน่ำรัวราวกับกลองศึก ความตื่นตระหนกที่ถูกกดทับไว้ด้วยความเป็นมืออาชีพพังทลายลงในเสี้ยววินาที ร่างกายชาดิกตั้งแต่ปลายนิ้วจรดโคนผม "นี่มัน... ภาพบ้าอะไร..." ปราบต์พึมพำเสียงสั่น มือใหญ่เผลอยกขึ้นแตะขมับที่ปวดตุบราวกับจะระเบิด ภาพเหตุการณ์นับสิบปีที่เขาพยายามลบเลือน ไหลทะลักเข้ามาในหัวราวกับทำนบแตก ภาพวันที่บ้านพักกลางป่าลุกเป็นไฟ ภาพเสียงกรีดร้องของมารดา และเงาร่างของใครบางคนที่ยืนมองเขาจากมุมมืด... เงาร่างที่มีรอยสักรูปงูแบบเดียวกับที่แขนของคณิน คณินขยับตัวเข้ามาใกล้ ชายหนุ่มวางมือลงบนบ่ากว้างของสารวัตรปราบต์อย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นอบอุ่นจนน่าประหลาดท่ามกลางความหนาวเหน็บของวิญญาณ "ไม่ใช่ภาพบ้าหรอกครับสารวัตร... แต่มันคือ 'สัญญา' ที่คุณเคยทำไว้เมื่อชาติภพก่อนต่างหาก" คณินกระซิบเบาๆ ข้างหู เสียงของเขาเจือความเห็นใจและเย้ยหยันในโชคชะตาไปพร้อมๆ กัน "คุณคิดว่าตัวเองวิ่งหนีความมืดมาตลอดชีวิต... แต่ความจริงคือ คุณวิ่งตามมันมาตลอดต่างหากล่ะครับ" ปราบต์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ เขากัดฟันกรอด สะบัดไหล่ออกจากมือของหมอผีหนุ่มอย่างไม่ไยดี แม้เหงื่อกาฬจะผุดพรายเต็มใบหน้าคมคาย แต่แววตาที่มองคณินกลับเต็มไปด้วยความท้าทายและความหวาดกลัวที่ปิดไม่มิด ก่อนที่ปราบต์จะทันได้เอ่ยปากสวนกลับ เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นจากบันไดไม้ด้านบน พร้อมกับแสงไฟฉายสาดส่องลงมายังห้องใต้ดิน เสียงเหล็กกระทบกันบ่งบอกถึงการมาถึงของใครบางคนที่ไม่ได้รับเชิญ คณินหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มจางหายไปจากใบหน้า แทนที่ด้วยความเคร่งขรึม "ดูเหมือนว่า... แขกที่เราไม่ได้เรียนเชิญ จะมาเร็วกว่าที่คาดไว้นะครับสารวัตร" คณินเอ่ยเสียงเรียบ ขณะที่เงาร่างของใครคนหนึ่งค่อยๆ ก้าวพ้นขอบประตูกลลงมา ปรากฏเป็นร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้ม ใบหน้าครึ่งหนึ่งซีกอยู่ในเงาของหมวกปีกกว้าง พร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบที่ส่งตรงมายังพวกเขาทั้งสอง ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดในตอนนี้ด้วยนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อาคมซ่อนกล: อย่าลองดีกับหมอผีปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%