"ถ้าสารวัตรยังใช้สายตาแบบนั้นมองผม เกรงว่าคดีนี้เราคงไม่ต้องสืบต่อให้เสียเวลา เพราะดูท่าทางท่านน่าจะอยากเอาข้อหาบุกรุกยามวิกาลผมเข้าคุกเสียมากกว่าจะสนใจความจริงเบื้องหลังศาลเจ้าผีสิงนี่นะครับ"
เสียงกระซิบแหบพร่าเจือกระแสเย้ยหยันดังขึ้นในความมืดทึบของศาลเจ้าร้าง คณินขยับกรอบแว่นสายตาเล็กน้อย นิ้วเรียวยาวจุ่มลงในผงธูปเก่าเก็บก่อนจะป้ายแต้มเป็นรอยยันต์ลึกลับบนบานประตูไม้สักอายุกว่าครึ่งศตวรรษ แสงไฟฉายคาดหัวของสารวัตรปราบต์สาดส่องกระทบใบหน้าด้านข้างที่คมคายแต่เปี่ยมด้วยเล่ห์เหลี่ยมของหมอผีหนุ่ม ผิดกับนายตำรวจหนุ่มที่ขมวดคิ้วแน่นจนรอยย่นหว่างคิ้วแทบจะผูกเป็นปม
ปราบต์ไม่ใส่ใจคำยียวนกวนประสาทนั้น เขากวาดสายตามองไปรอบห้องโถงหลักของศาลเจ้าที่อบอวลด้วยกลิ่นอับชื้น กลิ่นสาบสางของซากสัตว์ และกลิ่นธูปสาบสางที่ฝังรากลึกในเนื้อไม้ ความเป็นมืออาชีพในฐานะนายตำรวจยศใหญ่ค้ำคออยู่ ทำให้เขาแยกแยะระหว่างความงมงายกับหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ออกจากกันได้เสมอ แม้ว่าสถานที่แห่งนี้จะมีความผิดปกติบางอย่างที่วิทยาศาสตร์ยุคใหม่ยังอธิบายไม่ได้ก็ตาม
"ผมไม่ได้ว่างมาเล่นเกมประสาทกับคุณ หมอคณิน" ปราบต์กดเสียงต่ำลอดไรฟัน มือหนากระชับปืนพกสيمประจำกายในซองหนังใต้เสื้อแจ็คเก็ต "ที่เรามายืนอยู่ตรงนี้ ในเขตอน้องหวงห้ามของตระกูลอิทธิฤทธิ์ ก็เพื่อหาหลักฐานเชื่อมโยงคดีฆาตกรรมควักหัวใจ ไม่ใช่มาฟังคุณร่ายคาถาป108ป้าหมายเพื่อโชว์พาว"
"ปากแข็งเสียจริงนะสารวัตร..." คณินหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบต่ำและเย็นเยียบ ชวนให้รู้สึกสันหลังวาบอย่างประหลาด "ทั้งที่ในใจลึกๆ ท่านก็รู้ดีว่า กฎหมายทางโลกของคุณมันเอื้อมไม่ถึงไอ้สวะที่อยู่เบื้องหลังคดีนี้... ไม่อย่างนั้น ท่านคงไม่ยอมลักลอบปีนกำแพงศาลเจ้าเก่าแก่ที่มีอาคมผูกดวงเมืองนี้กับผมหรอกจริงไหมครับ?"
คำพูดจี้ใจดำนั้นทำให้ปราบต์นิ่งงันไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบของนายตำรวจหนุ่มจ้องมองอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกซับซ้อน เขารู้สึกเกลียดชังความเย่อหยิ่งและวิธีนอกรีตของหมอผีหนุ่มคนนี้ แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า หลายครั้งที่สัญชาตญาณดิบและการคาดการณ์ของคณินมักจะแม่นยำยิ่งกว่ารายงานการสืบสวนของกองปราบเสียอีก
คณินไม่รอให้ปราบต์ได้โต้เถียง เขาหันกลับไปใช้สันมือเคาะเบาๆ ที่พื้นไม้กระดานผุพังเบื้องหน้า เสียง "ก๊อกๆ" ที่สะท้อนก้องกลับมาฟ้องชัดเจนว่าใต้พื้นไม้นั้นไม่ใช่ดินทึบธรรมดา แต่มีโพรงอากาศว่างเปล่าขนาดใหญ่ซ่อนอยู่
"ช่วยเอาไฟฉายส่องตรงนี้หน่อยครับ สารวัตร... ดูเหมือนว่าเจ้าบ้านเขาจะต้อนรับเราเป็นอย่างดีเสียด้วย"
ปราบต์ก้าวเข้ามาใกล้ คุกเข่าลงข้างกายคณิน กลิ่นน้ำหอมเจือจางกลิ่นอายธูปจันทน์จากตัวหมอผีหนุ่มโชยแตะจมูกท่ามกลางบรรยากาศอึมครึม ปราบต์ใช้ด้ามปืนเคาะสำรวจแผ่นไม้ก่อนจะใช้แรงดันร่องไม้ที่ผุกร่อนออก เสียงตะปูขึ้นสนิมกรอบแกรบดังขึ้นเบาๆ ก่อนแผ่นไม้กระดานแผ่นใหญ่จะถูกงัดเผยให้เห็นปากอุรังคโลหะสีดำมืดทึบ และกลิ่นอับชื้นพวยพุ่งขึ้นมาปะทะหน้าจนต้องผะอืดผะอม
กลิ่นนั้นไม่ใช่กลิ่นดินกลิ่นโคลนธรรมดา แต่มันคือกลิ่นเหม็นเน่าของซากศพผสมกับกลิ่นคาวเลือดที่แห้งกรังมานานนับปี กลิ่นที่ปราบต์จำได้แม่นยำจากห้องชันสูตรศพเหยื่อรายแรก
"ระวังตัวด้วย" ปราบต์เอ่ยเตือนเสียงเข้ม พร้อมกับดึงลำกล้องไฟฉายแรงสูงส่องลงไปในความมืดเบื้องล่าง "ผมจะลงไปก่อน"
"เชิญตามสบายครับผู้พิทักษ์สันติราษฎร์... แต่ระวังอย่าไปเหยียบโดนของ 'ต้อนรับ' แขกบ้านแขกเมืองเข้าล่ะ" คณินยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย ก่อนจะก้าวตามลงไปโดยไม่รอคำอนุญาต
บันไดไม้เก่าแก่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดน่าหวatเสียวใต้ฝ่าเท้า ทั้งสองไต่ลงมาสู่ห้องใต้ดินกว้างขวางที่ซ่อนตัวอยู่ภายใต้รากฐานของศาลเจ้า แสงไฟฉายกวาดผ่านเสาปูนเปลือยที่สลักลวดลายคาถาอาคมโบราณเต็มพรืด หยาดน้ำค้างที่ซึมผ่านผนังดินด้านบนหยดลงมาเป็นจังหวะ "ติ๋ง... ติ๋ง..." สะท้อนความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัว
ทันทีที่แสงไฟฉายกราดไปถึงมุมอับลึกสุดของห้องใต้ดิน ปราบต์ก็ต้องชะงักกึก ลมหายใจของนายตำรวจหนุ่มสะดุดกاریขัด ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกตรึงไว้กับที่
เบื้องหน้าพวกเขาคือห้องขังขนาดเล็กที่ล้อมรอบด้วยลูกกรงเหล็กขึ้นสนิมหนาทึบ ภายในกรงนั้นไม่ได้ว่างเปล่า... แต่มีร่างของมนุษย์หลายร่างนั่งก้มหน้าพิงผนังศิลา สภาพร่างกายผอมโซจนเห็นโครงกระดูก ผิวหนังแห้งกรังติดกระดูกราวกับมัมมี่ แต่ที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าคือ ดวงตาทั้งสองข้างของพวกเขายังคงเบิกโพลงสะท้อนแสงไฟฉายด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ราวกับยังมีชีวิตอยู่แต่ถูกกักขังไว้ในนรกทั้งเป็น
"นี่มัน... อะไรกันวะเนี่ย" ปราบต์พึมพำด้วยความตกตะลึง มือที่ถือปืนสั่นเทาเล็กน้อย ความทรงจำเลวร้ายในอดีตที่สูญเสียครอบครัวจากเหตุการณ์ลึกลับผุดวาบขึ้นมาในหัว สมองของเขาตื้อชา
คณินก้าวเข้าไปใกล้กรงขังเหล็กนั้น ชายหนุ่มไม่ได้มีท่าทีหวาดกลัวหรือตกใจเลยแม้แต่น้อย ดวงตาคมกราบกวาดมองร่างเหล่านั้นอย่างพินิจพิเคราะห์ ก่อนที่นิ้วเรียวยาวจะเอื้อมไปแตะแผ่นกระดาษยันต์สีแดงฉานที่แปะอยู่บนลูกกรง
"นี่ไม่ใช่ห้องขังนักโทษทั่วไปหรอครับสารวัตร..." คณินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียաբเฉยแต่แฝงความตึงเครียดอย่างลึกซึ้ง "นี่คือ 'คุกวิญญาณ' ที่ใช้กักขังดวงจิตของเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายไม่ให้ไปผุดไปเกิด เพื่อดึงเอาพลังงานชีวิตและความแค้นมาหล่อเลี้ยงอะไรบางอย่าง... บางสิ่งที่ชั่วร้ายยิ่งกว่าฆาตกรต่อเนื่องคนไหนที่ท่านเคยเจอ"
ปราบต์หันขวับมามองหน้าคณิน แว่นตาของหมอผีหนุ่มสะท้อนแสงไฟฉายวาวโรจน์ ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก ทันใดนั้นเอง... เสียงฝีเท้าหนักหน่วงก็ดังขึ้นที่บันไดไม้เบื้องบน พร้อมกับเสียงกลอนประตูเหล็กด้านนอกที่ถูกเลื่อนปิดล็อกลงอย่างแน่นหนา
กึก!
เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นก้องกังวานในความมืด ตามมาด้วยเสียงหัวเราะแหบพร่าเย็นยะเยือกจากบุคคลปริศนาที่ยืนดักรออยู่เบื้องบน
"ยินดีต้อนรับสู่สุสานส่วนตัวของฉัน... สารวัตรปราบต์ และคุณหมอผู้รู้มาก"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความมืดมิดในตอนนี้ด้วยนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
อาคมซ่อนกล: อย่าลองดีกับหมอผีปากร้าย•ตอนที่ 18
ห้องลับใต้ศาลเจ้าเก่า
ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อาคมซ่อนกล: อย่าลองดีกับหมอผีปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!