กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นอับชื้นของกระดาษโบราณคละคลุ้งอยู่ในห้องเก็บของใต้ถุนศาลเจ้าเก่า สารวัตรปราบต์ใช้ปลายนิ้วหนาสัมผัสรอยเปื้อนสีน้ำตาลคล้ำบนปกสมุดบันทึกหนาเตอะ มันไม่ใช่หมึกพิมพ์ และไม่ใช่สีน้ำมัน—มันคือคราบเลือดที่แห้งกรังมานานนับทศวรรษ
"อ่านสิ ปราบต์" คณินเอ่ยเสียงเรียบ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาไหวระริกด้วยประกายที่อ่านยาก "แล้วแกจะเข้าใจว่าทำไมตลอดหลายปีที่ผ่านมา... แกถึงไม่มีวันหาฆาตกรตัวจริงเจอ"
สารวัตรหนุ่มไม่ตอบ เขากลืนก้อนความอึดอัดลงคออย่างยากลำบาก แสงสลัวจากหลอดไฟนีออนดวงเก่ากะพริบไหวทุกครั้งที่กระแสไฟฟ้าตก บรรยากาศรอบตัวเย็นเยียบจนลมหายใจกลายเป็นไอจางๆ ปราบต์ปรายตามองหมอผีหนุ่มคู่ปรับ ชายผู้มีรอยยิ้มเย้ยหยันประดับมุมปากเสมอ แม้ในสถานการณ์ที่พ.ต.ต.ปราบต์กำลังถือหลักฐานชิ้นสำคัญที่อาจพลิกคดีสะเทือนขวัญที่สุดในรอบสิบปี
ปราบต์ตวัดสายตากลับมาที่สมุดบันทึกเล่มหนา เขาค่อยๆ พลิกหน้ากระดาษสีเหลืองกรอบด้วยความระมัดระวังราวกับกลัวว่ามันจะสลายกลายเป็นผุยผง ลายมือหวัดๆ แต่เฉียบคมของ "หลวงตาอิน" หมอผีเฒ่าผู้ล่วงลับปรากฏแก่สายตา ทุกบรรทัดเต็มไปด้วยบันทึกการทำพิธีกรรมไสยเวทที่มืดมนเกินกว่าสามัญสำนึกของมนุษย์ทั่วไปจะรับไหว
"พิธีกรรมล้างบาป..." ปราบต์พึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาแหบพร่า "ในบันทึกนี่บอกว่า... มันไม่ใช่การฆ่าเพื่อบูชายัญ แต่มันคือการ 'ถ่ายโอน' ความผิดบาปจากคนรวยผู้ทรงอิทธิพล ไปสู่เหยื่อผู้ไร้ทางสู้"
"ถูกต้องครับสารวัตร" คณินก้าวเข้ามาใกล้ขึ้น กลิ่นหอมจางๆ ของไม้กฤษณาผสมกับกลิ่นบุหรี่ในตัวหมอผีหนุ่มลอยมาแตะจมูก "พวกมันไม่ได้ใช้แค่มีดหรืออาวุธ แต่มันใช้ 'อาคม' เป็นเครื่องมือฟอกขาวให้จิตใจที่เน่าเฟะของพวกชนชั้นสูง โดยแลกมาด้วยชีวิตของคนบริสุทธิ์... และที่น่าสนใจคือ คนที่ออกแบบพิธีกรรมนี้ ไม่ใช่หลวงตาอิน แต่เป็นใครบางคนที่มีอำนาจเหนือกว่านั้นมาก"
ปราบต์เงยหน้าขึ้นจากหน้ากระดาษ แววตาแข็งกร้าวฉายแววไม่ไว้วางใจ "แกรู้อยู่แล้วใช่ไหม คณิน? แกตามหาบันทึกเล่มนี้มาตลอด ไม่ใช่เพราะอยากช่วยคดี แต่เพราะแกมีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายนี้ตั้งแต่แรกต่างหาก"
คณินไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย เขายกมือขึ้นกอดอก มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า "ระวังคำพูดหน่อยครับสารวัตร การกล่าวหาเจ้าหน้าที่รัฐแบบลอยๆ โดยไม่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ มันแสดงถึงความสิ้นหวังนะ... ถ้าผมเป็นคนร้ายจริง ผมคงเผาสมุดเล่มนี้ทิ้งตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบเข้ามาในห้องนี้แล้ว ไม่ปล่อยให้คุณมายืนทำหน้าเครียดอยู่ตรงนี้หรอก"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงสะท้อนของหยดน้ำที่รั่วไหลจากเพดานด้านบนดังติ๋งๆ เป็นจังหวะ ปราบต์ขบกรามแน่นจนกล้ามเนื้อสันกรามขึ้นเป็นสันนูน เขาเกลียดรอยยิ้มของคณิน เกลียดความเหนือชั้นที่อีกฝ่ายแสดงออกราวกับเขากำลังเล่นละครสัตว์ในสายตาหมอผีปากร้ายคนนี้ แต่ในขณะเดียวกัน ปราบต์ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า... ทุกคำที่คณินพูดมันตรงกับหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่เขาเคยพบในที่เกิดเหตุทุกประการ
ปราบต์ก้มลงมองสมุดบันทึกอีกครั้ง หน้ากระดาษที่เปิดอยู่เผยให้เห็นแผนผังของพิธีกรรม จุดศูนย์กลางของวงสายสิญจน์ระบุพิกัดอย่างชัดเจน มันคือ "คฤหาสน์ตระกูลอัศววรกุล" สถานที่ที่พ่อแม่ของเขาเคยเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเพลิงไหม้อย่างปริศนาเมื่อสิบห้าปีก่อน
หัวใจของนายตำรวจหนุ่มกระตุกวาบ เลือดในกายเย็นเฉียบขึ้นมาทันที ภาพความทรงจำสีเพลิงที่เขาพยายามฝังกลบมาตลอดชีวิตผุด ภายในสมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว อุบัติเหตุครั้งนั้น... แท้จริงแล้วอาจไม่ใช่เพลิงไหม้จากระบบไฟฟ้าลัดวงจร แต่มันคือพิธีกรรมล้างบาปที่แลกมาด้วยชีวิตของครอบครัวเขา
"แกเห็นอะไรในหน้านั้นล่ะครับสารวัตร?" เสียงของคณินเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นเล็กน้อย น้ำเสียงนุ่มทุ้มที่ปราศจากความกวนประสาทเมื่อครู่ ทำให้ปราบต์ต้องเงยหน้าขึ้นมอง
"พ่อแม่ฉัน..." ปราบต์เค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาสแดงก่ำด้วยความโกรธแค้นที่อัดอั้น "พวกท่านไม่ได้ตายเพราะอุบัติเหตุ... แต่วันนั้น มีพิธีกรรมบัดซบนี้เกิดขึ้นที่บ้านของฉันใช่ไหม!"
คณินถอนหายใจยาวนาน ดวงตาคู่คมทอดมองสารวัตรหนุ่มด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก—มีทั้งความสมเพช ความเห็นใจ และความระมัดระวังในเวลาเดียวกัน "ความจริงบางอย่างมันหนักหนาเกินกว่าที่ตำรวจน้ำดีอย่างคุณจะแบกรับไหวหรอกนะครับ ปราบต์... บางที การไม่รู้ความจริง อาจจะทำให้คุณนอนหลับได้สนิทกว่านี้"
"อย่ามาสั่งสอนฉัน!" ปราบต์พุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อของคณินอย่างเหลืออด แรงปะทะทำให้หมอผีหนุ่มเซถอยหลังไปชนชั้นวางหนังสือฝุ่นตลบ สมุดบันทึกสีเลือดร่วงหล่นลงสู่พื้นเบื้องล่าง แต่ทั้งคู่ไม่ได้สนใจมัน สายตาของสองชายหนุ่มประสานกันอย่างดุเดือด ท่ามกลางความตึงเครียดที่พุ่งสูงจนถึงขีดสุด
"ถ้าคุณฆ่าผมตรงนี้ คุณก็จะเป็นได้แค่ฆาตกรสวมเครื่องแบบ..." คณินเอ่ยเสียงกระซิบชิดใบหูของปราบต์ โดยไม่มีทีท่าหวาดกลัวแม้แต่น้อย "แต่ถ้าคุณปล่อยผม... เราอาจจะยังมีโอกาสลากคอมันมาลงโทษ ก่อนที่พวกมันจะเก็บกวาดพยานหลักฐานทั้งหมด... รวมถึงตัวคุณด้วย"
ปราบต์หอบหายใจหนักหน่วง อะดรีนาลีนในร่างกายสูบฉีดพลان เขากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความแค้นในอดีตกับหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์กำลังตีกันอย่างรุนแรงในจิตใจ ขณะที่ปราบต์กำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่าง ประตูไม้บานเก่าแก่ของห้องใต้ดินก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง!
แสงไฟฉายสว่างจ้าสาดส่องเข้ามาพร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ที่กรูเข้ามาล้อมรอบพวกเขา ปราบต์และคณินผละออกจากกันทันที นายตำรวจในเครื่องแบบหน่วยปฏิบัติการพิเศษสามนายกอาวุธปืนเล็งตรงมาที่พวกเขาทั้งสองคน โดยมีผู้บังคับบัญชาชั้นสูงก้าวตามเข้ามาด้วยใบหน้าเรียบเฉย
"สารวัตรปราบต์... คุณกำลังทำผิดมหันต์" เสียงทุ้มต่ำของผู้บังคับบัญชาดังขึ้น ท่ามกลางความมืดมิดของห้องใต้ดิน "และคุณ... หมอคณิน เราตามหาตัวคุณมานานแล้ว"
ปราบต์เบิกตากว้างเมื่อมองเลยผ่านกลุ่มตำรวจเหล่านั้นไป เขาสังเกตเห็นสัญลักษณ์รอยสักรูปงูคาบดาบที่ต้นคอของนายตำรวจลูกน้องคนหนึ่ง—สัญลักษณ์เดียวกับที่ปรากฏอยู่ในหน้าสุดท้ายของสมุดบันทึกสีเลือด
...พวกมันแทรกซึมอยู่ทุกหนทุกแห่ง แมกระทั่งในกองปราบปรามที่เขารับใช้ด้วยชีวิต
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันมืดมนนี้ร่วมกันครับ "เพชรตาเสือโบราณ"
อาคมซ่อนกล: อย่าลองดีกับหมอผีปากร้าย•ตอนที่ 10
เบาะแสจากสมุดบันทึกสีเลือด
ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อาคมซ่อนกล: อย่าลองดีกับหมอผีปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!