อาคมซ่อนกล: อย่าลองดีกับหมอผีปากร้าย•ตอนที่ 24

เบาะแสจากเมืองหลวง

ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
“เลิกทำตัวเป็นศาลเตี้ยในคราบนักสืบเสียทีปราบต์ ถ้าคุณยังไม่รู้ว่าใครคือเจ้าของลายเซ็นบนเช็คใบนี้ อย่าหาว่าผมไม่เตือน” คณินวางเอกสารปึกหนึ่งลงบนโต๊ะไม้สักขัดเงา เสียงกระดาษกระทบพื้นผิวแข็งดังสนั่นท่ามกลางความเงียบงันในห้องทำงานส่วนตัวของสารวัตรปราบต์ หมอผีหนุ่มอยู่ในชุดสูทลำลองสีเทาเข้ม ไร้ซึ่งร่องรอยของสร้อยประคำหรือเครื่องรางที่มักจะเห็นจนชินตา ทว่าดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับดูดุร้ายกว่ายามที่เขาถือมีดหมอเสียอีก สารวัตรปราบต์เงยหน้าขึ้นจากแฟ้มคดีฆาตกรรมพิธีกรรมประหลาดที่พบในป่าลึก ดวงตาคู่คมของนายตำรวจหนุ่มหรี่ลงเล็กน้อย เขามองดูคณินด้วยสายตาที่อ่านยาก ก่อนจะเลื่อนมือไปหยิบเอกสารขึ้นมาอ่าน ลายเซ็นที่ปรากฏอยู่มุมล่างขวาของเอกสารธนาคารทำเอาลมหายใจของเขาชะงักไปครู่หนึ่ง “นามสกุลนี้… คุณแน่ใจเหรอคณิน?” ปราบต์ถาม เสียงของเขาเรียบนิ่ง ทว่าเต็มไปด้วยน้ำหนักของความเครียด “ถ้าผมไม่แน่ใจ ผมคงไม่ถ่อสังขารจากกรุงเทพฯ มานั่งกินฝุ่นอยู่กับคุณในป่าดิบชื้นนี่หรอก” คณินเอนหลังพิงเก้าอี้พลางจุดบุหรี่กลิ่นจางๆ กลิ่นกำยานผสมกับยาสูบฟุ้งกระจายในอากาศ “มันไม่ใช่แค่การฟอกเงินผ่านมูลนิธิบังหน้าแล้วครับสารวัตร แต่มันคือการ ‘ซื้อ’ ชีวิตคนด้วยอาคมราคาแพง ผู้มีอิทธิพลระดับประเทศคนนี้ไม่ได้ต้องการอำนาจทางการเมืองแบบที่เราเข้าใจ แต่มันต้องการความเป็นอมตะ” ปราบต์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินไปที่หน้าต่างบานแคบที่มองเห็นแนวป่าทึบเบื้องล่าง ความมืดมิดของยามค่ำคืนกำลังกลืนกินทุกสรรพสิ่ง เขาพยายามเรียบเรียงข้อมูลที่ได้รับมาใหม่ คดีฆาตกรรมต่อเนื่องในป่าลึกกับนักการเมืองผู้ทรงอิทธิพลในเมืองหลวงดูเหมือนจะอยู่คนละขั้วโลก แต่ในจังหวะนี้ ราวกับมีเส้นใยที่มองไม่เห็นโยงใยเข้าหากันอย่างน่าขนลุก “ถ้าเขาเกี่ยวข้องกันจริง หลักฐานเชิงประจักษ์แบบที่คุณต้องการก็ไม่มีวันหาเจอ” คณินเดินเข้ามาใกล้ ยืนเคียงข้างปราบต์ในระยะที่เขาสามารถสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของพลังงานบางอย่างที่ล้อมรอบตัวหมอผีหนุ่ม “เพราะร่องรอยอาคมของเขามันถูกลบหายไปพร้อมกับวิญญาณของผู้ตาย คุณเชื่อเรื่องนี้ไหมล่ะ? หรือจะยังยึดมั่นกับนิติวิทยาศาสตร์ที่ไม่มีวันพิสูจน์ได้ว่า ‘ความโลภ’ ฆ่าคนได้อย่างไร” “ผมเชื่อในสิ่งที่พิสูจน์ได้เสมอ” ปราบต์ตอบพลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของคณิน “แต่ถ้าคุณบอกว่าเขากำลังทำพิธีกรรมบางอย่างเพื่อยื้อชีวิต ผมก็พร้อมจะใช้ทุกกฎหมายที่มีลากคอเขามาเข้าตาราง ต่อให้เขาจะมีนามสกุลใหญ่คับฟ้าแค่ไหนก็ตาม” คณินหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ความสนุกสนาน “กฎหมายน่ะหรือ? กฎหมายมีไว้จัดการคนที่กลัวคุกครับปราบต์ แต่คนประเภทนี้… เขาไม่กลัวคุก เขาแค่กลัวความตาย” บรรยากาศในห้องตึงเครียดขึ้นเมื่อเสียงเคาะประตูไม้ดังขึ้นอย่างรีบร้อน นายตำรวจชั้นผู้น้อยก้าวเข้ามาพร้อมกับสีหน้าที่ดูหวาดหวั่น เขายื่นโทรศัพท์มือถือที่บันทึกคลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิดในเขตป่าลึกให้ปราบต์ “สารวัตรครับ… เราพบ ‘นิมิต’ ในกล้องวงจรปิดที่หน่วยตรวจป่าเพิ่งส่งมาให้ครับ” ปราบต์กดเล่นวิดีโอ ภาพในจอแสดงให้เห็นกลุ่มคนที่แต่งกายด้วยชุดขาวสะอาดตากำลังทำพิธีรอบแท่นหินโบราณ ทว่าที่น่าตระหนกคือ ชายผู้ที่เป็นประธานในพิธีคนนั้น คือบุคคลเดียวกับที่มีชื่อปรากฏอยู่บนเช็คที่คณินนำมาให้ “นั่นมันไม่ใช่แค่การเซ่นไหว้” คณินเปรยขึ้นเบาๆ ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย “นั่นคือการ ‘กักขัง’ ดวงวิญญาณของผู้มีอำนาจในอดีตมาสถิตในร่างของเขา เขากำลังทำพิธีเปลี่ยนถ่ายชีวิต… ปราบต์ ดูที่มือของเขาสิ!” ปราบต์ซูมภาพเข้าไปที่หน้าจอ มือของชายคนนั้นกำลังถือวัตถุชิ้นหนึ่งซึ่งส่องประกายสีนวลตาในความมืด มันคือ ‘กระดูกชิ้นสุดท้าย’ ของนักฆ่าลึกลับที่หายไปเมื่อสิบปีก่อน “นั่นมันของกลางที่อยู่ในคดีที่ผมเคยทำพลาด…” ปราบต์พึมพำ ใบหน้าของเขาซีดเผือด “เขาไม่ได้แค่ฆ่าเพื่ออำนาจ แต่เขากำลังเรียกปีศาจกลับมา” ในจังหวะที่ทั้งสองกำลังตกตะลึงกับสิ่งที่เห็น เสียงสัญญาณเตือนจากระบบรักษาความปลอดภัยของสถานีตำรวจก็ดังขึ้นพร้อมกันทั่วทั้งตึก ไฟสว่างพรึ่บพรับก่อนจะดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิดที่มองไม่เห็นแม้แต่ปลายนิ้ว “หึ… ดูเหมือน ‘แขกผู้ใหญ่’ จะไม่พอใจที่เราแอบดูงานของเขานะครับสารวัตร” คณินกล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่าปราบต์สัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านมาจากมุมมืดของห้อง เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเชื่องช้าก้าวเข้ามาจากโถงทางเดินด้านนอก เสียงนั้นไม่ได้มาจากมนุษย์ปกติที่เดินด้วยรองเท้าบูทหนัง แต่มันเป็นเสียงลากยาวคล้ายกับบางสิ่งที่มีน้ำหนักมหาศาลกำลังเคลื่อนที่เข้ามาหาพวกเขา ประตูห้องทำงานที่ปิดล็อกไว้ค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกช้าๆ พร้อมกับไอเย็นจัดที่ทำให้น้ำค้างแข็งเกาะตัวบนกระจกหน้าต่าง ปราบต์ชักปืนพกคู่ใจขึ้นมาทันที ขณะที่คณินร่ายอาคมเบาๆ จนแสงสีทองจางๆ เปล่งประกายรอบฝ่ามือ ทว่าสิ่งที่ปรากฏตรงหน้าประตู ไม่ใช่คน ไม่ใช่ปีศาจ แต่มันคือจดหมายซองสีดำสนิทที่วางนิ่งอยู่บนพื้นไม้ ท่ามกลางความว่างเปล่าที่ไม่มีแม้แต่เงาคน ปราบต์ก้าวเข้าไปหยิบจดหมายฉบับนั้นขึ้นมา สัญชาตญาณตำรวจบอกให้เขาเปิดมันออก ในนั้นมีเพียงภาพถ่ายใบเดียว… เป็นภาพของปราบต์เองที่กำลังยืนมองกระจกเงาในห้องน้ำเมื่อคืนนี้ แต่ในกระจกเงาบานนั้น กลับไม่ได้สะท้อนภาพใบหน้าของเขา แต่มันสะท้อนใบหน้าของชายที่อยู่ในคลิปวิดีโอเมื่อครู่นี้อย่างชัดเจน “เขาไม่ได้ตามมาฆ่าเราหรอกปราบต์” คณินกระซิบข้างหู น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเวทนา “เขาแค่กำลังบอกเราว่า… ต่อจากนี้ไป ความตายของคุณได้ถูกจองไว้ในนามของเขาแล้ว” แสงไฟในห้องกะพริบถี่ๆ ก่อนจะติดขึ้นอีกครั้ง ทว่าเบื้องหน้าของทั้งสองกลับว่างเปล่าไม่มีใครอยู่ตรงนั้นอีกต่อไป ทิ้งไว้เพียงคำถามเดียวที่ดังก้องอยู่ในใจของปราบต์ว่าเขาคือใครกันแน่ และเหตุใดคนระดับประเทศผู้นี้จึงต้องการร่างของเขาเป็นภาชนะรองรับอาคมมืด ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางสืบสวนและเผชิญหน้ากับความมืดมิดเคียงข้างกันมา ณ ที่นี้นะครับ
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อาคมซ่อนกล: อย่าลองดีกับหมอผีปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%