อาคมซ่อนกล: อย่าลองดีกับหมอผีปากร้าย•ตอนที่ 23

รอยสักปริศนาบนแผ่นหลัง

ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
กลิ่นอับชื้นของกระดาษโบราณผสมผสานกับกลิ่นจางๆ ของเหล้าวิสกี้ราคาแพงลอยอลวนอยู่ในห้องทำงานแคบๆ ใต้ถุนสถานีตำรวจ กลิ่นนั้นไม่สามารถกลบกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่ลอยมาจากเสื้อเชิ้ตสีขาวของคณินได้เลย แม้หมอผีหนุ่มจะเพิ่งเปลี่ยนมาสวมเสื้อคลุมผ้าลินินสีเข้มทับเพื่ออำพรางร่องรอยการต่อสู้เมื่อคืนที่ผ่านมา แต่นัยน์ตาคมกริบของสารวัตรปราบต์ก็ยังจับพิรุธนั้นได้ตั้งแต่เสี้ยววินาทีแรกที่อีกฝ่ายก้าวเข้ามา "คุณกำลังทำให้คดีนี้มันพ้นขอบเขตของกฎหมายไปทุกที หมอคณิน" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ ปราบต์ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองคู่สนทนา เขายังคงงبيอยู่กับการพิจารณาภาพถ่ายจากที่เกิดเหตุฆาตกรรมต่อเนื่องบนโต๊ะทำงาน แสงไฟจากโคมไฟสีส้มสาดส่องลงบนใบหน้าด้านข้างที่เต็มไปด้วยร่องรอยความเหนื่อยล้าและคราบเขม่าควัน คณินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเจือด้วยความเย้ยหยันตามวิสัย หมอผีหนุ่มเดินไปหยิบแก้วกาแฟบนโต๊ะของปราบต์ขึ้นมาหมุนเล่นอย่างไร้มารยาท ก่อนจะเหลือบตามองตำรวจหนุ่มด้วยแววตาสีเทาที่อ่านไม่ออก "กฎหมายที่คุณยึดมั่นถือมั่น มันคุ้มครองคนตายได้ไหมล่ะครับสารวัตร หรือว่ามันช่วยหยุดยั้งไอ้พวกเดรัจฉานที่ใช้มนต์ดำควักหัวใจคนเป็นๆ ออกมาบูชายัญไม่ได้กันแน่" คณินวางแก้วลงกระแทกกับโต๊ะเบาๆ "อย่าโลกสวยในวันที่ยมบาลกำลังเคาะประตูบ้านเลยครับปราบต์ มันน่าสมเพชมากกว่าน่าเกรงขาม" ปราบต์เงยหน้าขึ้น ดวงตาคมดุจเหยี่ยวจ้องมองตรงไปยังอีกฝ่าย ความโกรธกรุ่นในอกถูกสะกดไว้ด้วยความนิ่งงัน ทั้งสองคนยืนเผชิญหน้ากันในระยะประชิด ความตึงเครียดแผ่ซ่านจนอากาศรอบตัวคล้ายจะหนาทึบขึ้นมาถนัดตา ไม่มีใครยอมหลบสายตา ความต่างขั้วระหว่าง "กฎหมาย" กับ "ไสยเวท" ปะทะกันอย่างเงียบเชียบแต่รุนแรงในมิติทางจิตวิทยา "ถอดเสื้อออกซะ" ปราบต์สั่งเสียงเรียบ ทว่าเฉียบขาดจนแทบไม่ต้องแปลความ คณินชะงักไปชั่วพริบตา รอยยิ้มเยาะบนมุมปากแข็งค้างลงครู่หนึ่ง ก่อนจะกลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว "โอho สารวัตรมีรสนิยมแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ครับเนี่ย เสียดายที่ผมไม่ได้พิศวาสตำรวจหัวรั้นอย่างคุณ ไม่อย่างนั้นเราคงได้คุยกันยาวกว่านี้" "ผมไม่ได้ล้อเล่น คณิน" ปราบต์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้เครื่องแบบรัดกุมขยับเข้ามาใกล้ "เมื่อคืนตอนที่เราอยู่ในถ้ำร้าง รอยแผลที่คุณพยายามปิดบัง... มันไม่ใช่แค่รอยแผลเป็นธรรมดา และผมรู้ว่าคุณกำลังซ่อนอะไรบางอย่างที่เกี่ยวกับคดีนี้อยู่" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ คณินหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มกวนประสาทเลือนหายไปจากใบหน้า หลุมพรางทางวาจาถูกทำลายลงด้วยสัญชาตญาณดิบ หมอผีหนุ่มถอนหายใจยาวเหยียดราวกับคนแบกโลกไว้ทั้งใบ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบผิดจากเดิม "บางครั้ง... การรู้มากเกินไปมันไม่ได้ทำให้คุณปลอดภัยขึ้นหรอกนะสารวัตร" ถึงกระนั้น คณินก็ยอมปลดกระดุมเสื้อลินินทีละเม็ดอย่างไม่รีบร้อน แสงไฟสีส้มสาดกระทบแผ่นหลังกว้างที่เต็มไปด้วยร่องรอยการต่อสู้และรอยแผลเป็นจากการผ่านศึกไสยเวทมาโชคโชน แต่สิ่งที่ทำให้ปราบต์ถึงกับลมหายใจสะดุด ไม่ใช่ร่องรอยเหล่านั้น กลางแผ่นหลังของคณิน... มีรอยสักอักขระโบราณสีดำสนิท ลวดลายมันวาวรากับมีชีวิต มันไม่ใช่หมึกสักทั่วไป แต่มันคือ "ยันต์ตรึงวิญญาณ" ที่ถูกฝังลึกเข้าไปในชั้นผิวหนัง และที่น่ากลัวที่สุดคือ ปลายหางของอักขระเหล่านั้นกำลังขยับเขยื้อi ราวกับเส้นเลือดสีดำที่กำลังเลื้อยลามขึ้นสู่ต้นคอ "มัน... กำลังลุกลาม" ปราบต์พึมพำด้วยความตกใจ แม้เขาจะไม่เชื่อเรื่องไสยเวท งมงาย แต่ความผิดปกติทางกายภาพตรงหน้ามันชัดเจนเสียยิ่งกว่าหลักฐานลายนิ้วมือ "ใช่ครับ มันกำลังกินผมทีละนิด" คณินกล่าวเสียงแหบพร่า หันกลับมามองด้วยแววตาที่ว่างเปล่าจนน่ากลัว "นี่คือ 'คำสาปโลหิต' ประจำตระกูลของผม บรรพบุรุษของผมทำสัญญากับสิ่งชั่วร้ายแลกกับอำนาจ และเมื่ออายุครบสามสิบ... หรือเมื่อไหร่ก็ตามที่ใช้คาถาอาคมต้องห้ามมากเกินไป คำสาปนี้จะตื่นขึ้นและกัดกินวิญญาณของผมจนกว่าจะไม่เหลือแม้แต่ซาก" ปราบต์ก้าวเข้าไปใกล้โดยไม่รู้ตัว ปลายนิ้วมือแกร่งยื่นออกไปเกือบจะสัมผัสกับรอยสักนั้น แต่คณินรีบเบี่ยงตัวหลบด้วยความรวดเร็ว พร้อมกับดึงเสื้อขึ้นคลุมร่างอย่างลวกๆ "อย่าแตะต้อง! ถ้าไม่อยากให้มันกระโดดมาเกาะแกะคุณด้วย" คณินเตือนเสียงเข้ม นัยน์ตาสีเทาฉายแวววับด้วยความเจ็บปวดที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความกวนประสาท "ทีนี้... คุณเข้าใจหรือยังล่ะว่าทำไมผมถึงต้องรีบปิดคดีนี้ ทำไมผมถึงยอมทำทุกอย่างแม้กระทั่งการใช้วิธีสกปรก เพราะเวลาของผมมันเหลืออีกไม่มากแล้วสารวัตร!" บทสนทนาหยุดชะงักลงทันที ความเงียบงันเข้ามาแทนที่ บรรยากาศเต็มไปด้วยความอึดอัดและมิติทางจิตวิทยาที่ซับซ้อน ปราบต์มองหน้าหมอผีหนุ่มผู้มีชะตากรรมแขวนอยู่บนเส้นด้าย ความเกลียดชังและการไม่ไว้วางใจในตอนแรกเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะอธิบาย... ความเห็นอกเห็นใจในฐานะมนุษย์ผู้โดดเดี่ยวเช่นเดียวกัน ทว่า ก่อนที่ปราบต์จะได้เอ่ยปากพูดอะไร ท่ามกลางความเงียบสงบยามดึกในสถานีตำรวจ เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นที่ทางเดินด้านนอก *ตึง! ตึง! ตึง!* ไม่ใช่เสียงฝีเท้าของตำรวจเวรยามทั่วไป แต่มันเป็นจังหวะการเดินที่เชื่องช้า หนักหน่วง และไร้ซึ่งลมหายใจ ราวกับมีบางสิ่งกำลังลากร่างอันไร้ชีวิตเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ปราบต์ชักปืนพกออกจากซองข้างเอวในเสี้ยววินาที ขณะที่คณินหันขวับไปมองที่ประตูล็อกแน่น ใบหน้าของหมอผีหนุ่มถอดสีลงทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของพลังงานมืดที่คุ้นเคย "มันตามมาทัน... และมันไม่ได้มาคนเดียว" คณินกระซิบเสียงสั่น *แอ๊ด...* ประตูห้องทำงานที่ควรจะล็อกไว้จากด้านใน ค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นเงาร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าภายใต้ฮู้ดซ่อนเร้นอยู่ในความมืดสนิท แต่สิ่งที่ทำให้ปราบต์และคณินต้องผงะถอยหลังด้วยความตกตะลึง คือกลิ่นคาวเลือดที่ตลบอบอวลไปทั่วห้อง พร้อมกับรอยยิ้มที่ฉีกกว้างถึงใบหูของร่างนั้น—ซึ่งเป็นบุคคลที่พวกเขานึกว่า "ตาย" ไปแล้วในคดีฆาตกรรมเมื่อสามปีก่อน! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางสืบสวนและเผชิญหน้ากับความมืดมิดเคียงข้างกันมา ณ ที่นี้นะครับ
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อาคมซ่อนกล: อย่าลองดีกับหมอผีปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%