คราบเลือดเก่าสีน้ำตาลเข้มบนพื้นไม้กระดานปาร์เก้ ส่งกลิ่นอับจาง ๆ ผสมกับกลิ่นยาฆ่าเชื้อราคาถูก ลอยวนอยู่ในห้องพักแคบ ๆ ของเซฟเฮาส์ชั้นสี่ แสงไฟจากหลอดนีออนกะพริบถี่เป็นจังหวะตามกระแสไฟฟ้าที่ไม่ค่อยเสถียร ทอดเงายาวน่ากลัวของร่างสองร่างที่กำลังยืนประจันหน้ากันในความเงียบสงบอันชวนอึดอัด
"คุณควรจะพักผ่อนได้แล้วสารวัตร ร่างกายคุณไม่ใช่เหล็กไหล และอาคมสายดำที่เคลือบอยู่บนตัวมันก็ไม่ใช่ฝุ่นผงที่จะปัดออกได้ด้วยการนอนหลับตาเฉย ๆ นะครับ"
เสียงทุ้มต่ำติดจะเย้ยหยันนิด ๆ ของคณินดังขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียด หมอผีหนุ่มถอดเสื้อคลุมสีเข้มออก เผยให้เห็นรอยสักอักขระโบราณจาง ๆ บนแผงอกกว้างที่ผ่านศึกหนักมาตลอดสัปดาห์ เขากำลังใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์เช็ดคราบเลือดผสมยางไม้ไพรดำที่ไหลซึมออกจากแผลบริเวณหัวไหล่ของตนเองอย่างใจเย็น
สารวัตรปราบต์นั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม้เก่า ๆ ดวงตาคมกริบภายใต้คิ้วหนาเข้มจ้องมองอีกฝ่ายไม่วางตา มือหนายังคงกำด้ามปืนพกประจำกายแน่น แม้ความเหนื่อยล้าจะแผ่ซ่านไปทั่วทุกมัดกล้ามเนื้อจากการปะทะกับกลุ่มมือปืนเดนตายและอาคมสายมืดเมื่อช่วงหัวค่ำ
"ผมไม่ต้องให้หมอสอนว่าควรทำตัวอย่างไร... และแผลแค่นี้ ผมจัดการเองได้" ปราบต์ตอบเสียงแหบพร่า พยายามขยับตัวลุกขึ้นยืน แต่ความเจ็บแปลบที่แล่นแปลบจากซี่โครงด้านขวากลับทำให้เขาต้องทรุดตัวลงนั่งตามเดิมโดยอัตโนมัติ
คณินถอนหายใจยาวอย่างเหนื่อยหน่าย เขาวางสำลีลงบนโต๊ะไม้ เดินเข้าไปใกล้ร่างสูงใหญ่ที่ดื้อรั้นนั้นอย่างไม่เกรงกลัว สายตาดุจพญาเหยี่ยวของหมอผีหนุ่มกวาดสำรวจบาดแผลบนตัวนายตำรวจหนุ่มอย่างรวดเร็วด้วยสัญชาตญาณของคนไข้และผู้เยียวยา
"ดื้อด้านไม่เปลี่ยน... สมกับเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ผู้ยึดมั่นในกฎหมายเสียจริง" คณินพูดพึมพำขณะย่อตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งตรงหน้าปราบต์ มือเรียวยาวเอื้อมไปแตะที่ชายเสื้อเชิ้ตชุ่มเหงื่อของอีกฝ่ายเพื่อจะตรวจดูบาดแผล
ปราบต์ปัดมืออีกฝ่ายออกทันทีด้วยสัญชาตญาณการป้องกันตัว ดวงตาสบกันในระยะประชิด ชนิดที่ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกัน ความใกล้ชิดในพื้นที่จำกัดนี้ทำให้บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความตึงเครียดจากคดีฆาตกรรมและไสยเวทมืดมนค่อย ๆ ถูกแทนที่ด้วยกระแสความรู้สึกแปลกประหลาดที่ทั้งคู่วางตัวไม่ถูก
"อย่ามาแตะต้องตัวผม..." ปราบต์เอ่ยเตือนเสียงต่ำ ลมหายใจของเขาเริ่มติดขัดไม่ใช่เพราะพิษแผล แต่เป็นเพราะแรงดึงดูดประหลาดจากนัยน์ตาคู่คมที่มองตรงมาอย่างอ่านทะลุปรุโปร่ง
"ถ้าผมไม่แตะ แล้วใครจะช่วยดึงตะปูอาคมที่ฝังอยู่ใต้ซี่โครงคุณออกล่ะครับสารวัตร? หรือคุณอยากจะรอให้มันกินเข้าไปถึงหัวใจแล้วค่อยมานั่งสำนึกผิดในยมโลก?" คณินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงแม้จะติดตลกและกวนประสาท แต่แววตากลับจริงจังและมีความห่วงใยเจืออยู่ลึก ๆ อย่างปิดไม่มิด
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจและเสียงฝนที่เริ่มโปรยปรายกระทบหลังคาสังกะสีด้านนอก ปราบต์เม้มริมฝีปากแน่น เขายอมรับกับตัวเองในใจว่าความดื้อรั้นของเขากำลังจะฆ่าตัวตายจริง ๆ หากไม่มีหมอผีปากร้ายคนนี้คอยดึงสติและรักษาชีวิตไว้ให้หลายครั้งหลายหนในป่าลึก
เมื่อเห็นว่านายตำรวจหนุ่มนิ่งเงียบ ยอมจำนนโดยปริยาย คณินจึงขยับเข้าไปใกล้กว่าเดิม มือมั่นคงเอื้อมไปปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตชุ่มเลือดออกทีละเม็ดอย่างระมัดระวัง ปลายนิ้วอุ่นแตะโดนผิวหนังที่ร้อนรุ่มจากพิษไข้และอาคม ปราบต์สะดุ้งเล็กน้อยแต่ไม่ได้ขัดขืน ปล่อยให้อีกฝ่ายทำหน้าที่ผู้เยียวยา
แสงไฟนีออนสลัวสาดส่องกระทบใบหน้าคมคายของทั้งสองคน คณินตั้งสมาธิบริกรรมคาถาสeกัณฑ์เบา ๆ เพื่อดึงไสยดำออกจากบาดแผล ขณะที่ปราบต์หลับตาลงข่มความเจ็บปวด มือข้างหนึ่งกำขอบโต๊ะแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว แต่ในวินาทีที่ความเจ็บปวดพุ่งพล่านถึงขีดสุด ปราบต์กลับรู้สึกถึงสัมผัสอุ่นที่มืออีกข้าง—คณินเอื้อมมือมาจับมือหนาของเขาไว้แน่น เป็นการส่งผ่านพลังงานและกำลังใจเงียบ ๆ ที่ไม่มีคำพูดใด ๆ เอ่ยออกมา
ดวงตาของคณินเงยขึ้นสบตากับปราบต์ในระยะห่างเพียงคืบ ในแววตาของหมอผีหนุ่มผู้ผ่านโลกมาอย่างโชกโอน ไม่มีร่องรอยของความเจ้าเล่ห์เพทุบายเหลืออยู่ มีเพียงความลึกซึ้งและความห่วงใยที่จริงใจอย่างน่าประหลาด
"ทนอีกนิดนะครับ..." คณินกระซิบแผ่วเบา
ปราบต์พยักหน้ารับช้า ๆ หัวใจที่เคยด้านชาและปิดตายมาหลายปีนับตั้งแต่สูญเสียครอบครัว กลับรู้สึกเหมือนถูกกระตุ้นให้กลับมาเต้นแรงอีกครั้งในความมืดมิดของค่ำคืนนี้ ความใกล้ชิดที่อันตราย ไม่ใช่เพราะพิษภัยจากไสยเวทของศัตรู แต่เป็นเพราะความรู้สึกหวั่นไหวที่เริ่มก่อตัวขึ้นในใจของสองบุรุษผู้ยืนอยู่คนละฟากฝั่งของกฎหมายและอาคม
แต่ทว่า... ความเงียบสงบอันเปราะบางก็ถูกทำลายลงในพริบตา
*กริ๊ก...*
เสียงโลหะกระทบกันเบา ๆ ดังขึ้นจากบริเวณหน้าต่างบานเกล็ดด้านหลังเซฟเฮาส์ ตามด้วยเสียงฝีเท้าแผ่วเบายวดยิ่งกว่าเงา ที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ห้องพักของพวกเขาอย่างเงียบเชียบที่สุด
คณินชะงักมือทันที ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นดุดันขึ้นในเสี้ยววินาที เขาส่งสัญญาณมือเตือนปราบต์ที่ขยับตัวลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วโดยลืมความเจ็บปวดไปสิ้นเชิง ปราบต์ชักปืนพกขึ้นมาถือไว้มั่น สายตาจ้องเขม็งไปที่ประตูห้องพักซึ่งถูกล็อกกลอนไว้อย่างแน่นหนา
ไม่มีเสียงเคาะ ไม่มีเสียงประกาศตัว... มีเพียงวัตถุปริบางอย่างถูกสอดเข้ามาใต้ช่องประตูไม้เก่า ๆ
ปราบต์ก้มลงหยิบมันขึ้นมาด้วยความระมัดระวัง นิ้วมือสัมผัสกับกระดาษแข็งชื้นเหงื่อ เมื่อพลิกดูภายใต้แสงไฟสลัว เขาก็ต้องพบกับภาพถ่ายโพลารอยด์ใบใหม่ล่าสุด ที่เพิ่งถูกถ่ายเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมานี้เอง—เป็นภาพถ่ายตัวเขาและคณินที่กำลังนั่งอยู่ด้วยกันภายในห้องนี้แบบมุมสูง ราวกับมีใครบางคนกำลังจ้องมองพวกเขาจากรอยต่อของความมืดมิดที่มองไม่เห็น
-- เพชรตาเสือโบราณ --
อาคมซ่อนกล: อย่าลองดีกับหมอผีปากร้าย•ตอนที่ 22
ความใกล้ชิดที่อันตราย
ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อาคมซ่อนกล: อย่าลองดีกับหมอผีปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!