อาคมซ่อนกล: อย่าลองดีกับหมอผีปากร้าย•ตอนที่ 30

คำสารภาพในยามวิกาล

ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
กลิ่นคาวสนิมเหล็กและกลิ่นอายอับชื้นของดินปืนยังคงอบอวลอยู่ในห้องพักฟื้นขนาดเล็กของโรงพยาบาลชุมชนร้าง สารวัตรปราบต์สะดุ้งตื่นขึ้นมาจากห้วงความคิดอันดำมืด หัวใจยังคงเต้นกระตุกวูบจากการตระหนักรู้ในวินาทีสุดท้ายก่อนหมดสติ ปมมรณะที่ถูกถักทอขึ้นอย่างประณีตนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อกำจัดพวกเขา แต่มีไว้เพื่อ "ต้อน" ให้พวกเขาเดินเข้ามาติดกับในเขาวงกตที่ไร้ทางออกต่างหาก ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องอย่างรวดเร็วตามสัญชาตญาณของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่ผ่านความเป็นความตายมาโชกโชน ก่อนที่สายตาจะไปสะดุดเข้ากับร่างของใครบางคนบนเตียงผู้ป่วยข้างๆ เสียงลมหายใจสม่ำเสมอแต่แฝงด้วยความอ่อนล้าดังขึ้นแผ่วเบา คณินกำลังนอนพิงหมอนใบเก่า ใบหน้าซีดเซียวไร้สีเลือดจนเกือบกลืนไปกับผ้าปูที่เตียง แต่ริมฝีปากแห้งผากนั้นกลับกำลังเหยียดยิ้มเยาะในแบบที่สารวัตรหนุ่มคุ้นเคยดี ยิ้มที่กวนประสาทและชวนให้กำหมัดแน่นได้ทุกครั้งที่มอง "ตื่นมาก็จ้องผมตาไม่กระพริบเลยนะครับ สารวัตร... หรือว่าติดใจฝีมือการรับกระสุนแทนคุณเข้าให้แล้ว?" น้ำเสียงแหบพร่าเอ่ยแซวขึ้นทันทีที่เห็นดวงตาของนายตำรวจหนุ่มไหววูบ คณินพยายามขยับตัวลุกขึ้นนั่งช้าๆ นิ้วเรียวยาวกุมเข้าที่แผลบริเวณสีข้างที่มีผ้าพันแผลพันทับหนาเตอะ ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดชั่วพริบตาเดียว ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยหน้ากากความยียวนตามนิสัย ปราบต์ขบกรามแน่น สันกรามคมขึ้นเป็น2ข้างอย่างชัดเจน เขาผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้าไปประชิดเตียงผู้ป่วยด้วยความเร็ว รัศมีการคุกคามแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาจนอากาศรอบตัวดูเหมือนจะหนักอึ้งขึ้นมาทันตาเห็น มือหนาเอื้อมไปกระชากคอเสื้อกาวน์ยับเยินของหมอผีหนุ่มเข้าหาตัวโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสสีเข้มที่ฉายแววระריบระริกอย่างไม่เกรงกลัว "เลิกเล่นลิ้นสักที คณิน!" ปราบต์เค้นเสียงลอดไรฟันต่ำๆ ความโกรธเกรี้ยวระคนความห่วงใยที่ถูกกดทับไว้ระเบิดออกมาในน้ำเสียง "นายรู้ใช่ไหมว่าพวกมันต้องการอะไรตั้งแต่แรก... ทำไมถึงเอาตัวเข้าไปเสี่ยงบ้าๆ แบบนั้นวะ! นายคิดว่าตัวเองเป็นอมตะหรือไง!" แรงเขย่าไม่ได้ทำให้หมอผีหนุ่มสะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย คณินแหงนหน้าขึ้นสบตากับนายตำรวจหนุ่ม แววตาสีเข้มที่ปกติมักจะซ่อนความเจ้าเล่ห์และคราบความเย่อหยิ่งเอาไว้ ภายใต้แสงไฟสีส้มสลัวยามวิกาล กลับไหววูบลงชั่วขณะอย่างไม่มีใครคาดคิด เป็นแววตาที่ลึกซึ้งและเปราะบางจนปราบต์ชะงักค้างไปโดยอัตโนมัติ ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วครู่ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศเก่าๆ ที่ส่งเสียงครางฮือในความมืด คณินไม่ได้ปัดมือของปราบต์ออก ปล่อยให้นายตำรวจหนุ่มกำคอเสื้อของตนไว้เช่นนั้น รอยยิ้มยียวนจางหายไปจากใบหน้า เหลือเพียงรอยยิ้มจืดเจื่อนที่สะท้อนความจริงอันแสนเจ็บปวดบางอย่าง "ถ้าผมไม่ทำแบบนั้น... คุณก็คงนอนอยู่ตรงนี้ในฐานะศพไปแล้วล่ะครับ สารวัตร" คณินเอ่ยเสียงเบาหวิว ราวกับเสียงกระซิบที่ลอยมากับสายลมยามดึก "คนอย่างคุณมันพวกหัวรั้น รักความยุติธรรมจนโง่เขลา คิดว่ากฎหมายจะคุ้มครองทุกอย่างได้... แต่บนโลกใบนี้ มันมีบางเรื่องที่กฎหมายเอื้อมไม่ถึง และถ้าผมไม่ยอมเอาตัวเข้าแลก ความลับที่พวกมันซ่อนไว้ก็จะไม่มีวันถูกขุดคุ้ยขึ้นมา" ปราบต์ผ่อนแรงที่มือลงโดยไม่รู้ตัว คำพูดเรียบง่ายแต่บาดลึกนั้นราวกับมีมือที่มองไม่เห็นมาบีบเค้นหัวใจของเขาเข้าอย่างจัง ภาพเหตุการณ์ในอดีตที่เขาต้องสูญเสียครอบครัวไปเพราะความอยุติธรรมซ้อนทับขึ้นมาในหัว นัยน์ตาของนายตำรวจหนุ่มสั่นระริก ความโกรธเปลี่ยนเป็นความรู้สึกซับซ้อนที่อธิบายเป็นคำพูดไม่ได้ "นายไม่จำเป็นต้องเอาชีวิตมาทิ้งเพื่อฉัน..." ปราบต์เค้นเสียงพูดออกไปอย่างยากลำบาก ความแข็งกร้าวในน้ำเสียงหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความอ่อนล้าที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง คณินหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่แห้งแล้งแต่จริงใจที่สุดเท่าที่ปราบต์เคยได้ยินจากปากหมอผีหนุ่มคนนี้ ดวงตาคมคายคู่นั้นมองสำรวจใบหน้าของนายตำรวจหนุ่มอย่างพิจารณา ราวกับต้องการจดจำรายละเอียดทุกตารางนิ้วก่อนที่อะไรๆ จะสายเกินไป "ชีวิตผมมันไม่ได้มีราคาค่างวดอะไรมากหรอกครับ สารวัตร... ผมมันก็แค่หมอผีปลายแถวที่มีอดีตเปื้อนเลือดคนหนึ่ง" คณินเอียงคอมองเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากกลับมาอีกครั้ง แต่มันเป็นรอยยิ้มที่เศร้าสร้อยเกินกว่าจะเรียกว่าเป็นการเยาะเย้ย "แต่ถ้าการแลกด้วยเลือดเนื้อของผม มันสามารถกระชากหน้ากากไอ้สารเลวที่บงการเรื่องทั้งหมดนี้ออกมาได้... มันก็คุ้มค่าไม่ใช่หรือครับ?" บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองเต็มไปด้วยแรงดึงดูดทางจิตวิญญาณที่ประหลาดล้ำ ความแตกต่างสุดขั้วระหว่างตำรวจผู้ยึดมั่นในกฎระเบียบกับหมอผีผู้ใช้เล่ห์เหลี่ยมและไสยเวท หลอมรวมเข้าหากันในความเงียบงันของค่ำคืนอันมืดมิด ปราบต์ยังคงกำคอเสื้อของอีกฝ่ายไว้ หลวมๆ ในขณะที่สายตาคมกدจ้องมองริมฝีปากที่มักจะมีคำพูดกวนประสาทเสมอ แต่วินาทีนี้กลับเต็มไปด้วยความจริงใจที่น่ากลัว "นายมันบ้า..." ปราบต์พึมพำออกมาเบาๆ พลางผ่อนลมหายใจยาวเหยียด "นายมันบ้าสิ้นดี คณิน" "ความบ้า... มักจะเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้คนเรามองเห็นความจริงที่ซ่อนอยู่หลังม่านหมอกนะครับ" คณินตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่นัยน์ตากลับทอประกายลึกล้ำ "เหมือนกับความจริงที่ว่า... คนที่เราตามหามาตลอด ไม่ได้อยู่ที่ไหนไกลเลย" คำพูดสองแง่สองง่ามนั้นทำให้ปราบต์ขมวดคิ้วมุ่น "หมายความว่ายังไง?" ทว่า ก่อนที่คณินจะได้เอաբปากอธิบายอะไรเพิ่มเติม เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและแปลกประหลาดก็ดังแว่วมาจากทางเดินด้านนอกห้องพักฟื้น *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* ไม่ใช่เสียงฝีเท้าของมนุษย์ปกติ แต่มันเป็นเสียงลากยาว ราวกับมีบางสิ่งที่มีน้ำหนักมากกำลังถูกลากไปตามพื้นปูนซีเมนต์เย็นเฉียบ เสียงนั้นเคลื่อนใกล้เข้ามาด้วยจังหวะที่สม่ำเสมอและชวนขนหัวลุก บรรยากาศภายในห้องที่เพิ่งจะผ่อนคลายลง กลับมาตึงเครียดและหนาแน่นขึ้นจนแทบหายใจไม่ออกในทันที คณินหุบยิ้มฉับพลัน แววตาที่เคยมีความอ่อนล้าเมื่อครู่กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเฉียบคมดุดันในเสี้ยววินาที ร่างกายที่บาดเจ็บพยายามขยับถอยหลังโดยสัญชาตญาณ มือเรียวยัดเข้าไปในกระเป๋าเสื้อกาวน์เพื่อควานหาวัตถุบางอย่าง ปราบต์ปล่อยมือจากคอเสื้อของหมอผีหนุ่ม ร่างสูงใหญ่หมุนตัวขวับไปคว้าปืนพกประจำกายที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงขึ้นมาปลดเซฟอย่างรวดเร็ว สายตาคมกริบจ้องเขม็งไปที่บานประตูไม้เก่าๆ ที่ถูกปิดสนิท ความเงียบงันถูกแทนที่ด้วยเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ที่สอดประสานกันอย่างระแวดระวัง เสียงฝีเท้าด้านนอกหยุดลงตรงหน้าประตูห้องพอดี... *แอ๊ดดด...* บานประตูไม้ค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นความมืดมิดสนิทของทางเดินด้านนอก และเงาร่างหนึ่งที่ยืนนิ่งสงบอยู่ตรงกรอบประตู พร้อมกับกลิ่นอายของความตายที่โชยคละคลุ้งเข้ามาในห้องจนน่าสะอิดสะเอียน! ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนามืดมนนี้ไปด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อาคมซ่อนกล: อย่าลองดีกับหมอผีปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%