ปลายกระบอกปืนสั้นพกประจำกายของสารวัตรปราบต์นิ่งสนิท ทว่ากล้ามเนื้อสันกรามของนายตำรวจหนุ่มกลับนูนเด่นขึ้นมาด้วยแรงขบกรามจนเป็นสัน นัยน์ตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังเงาร่างที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงกรอบประตู ม่านหมอกแห่งความตายที่โชยคละคลุ้งมาเตะจมูกไม่ได้ทำให้เขาถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว ตรงกันข้าม... มันคือน้ำหนักของความจริงที่เขารอคอยมาตลอด
“ชักช้าเสียจริง สารวัตร”
เสียงทุ้มต่ำติดจะเย้ยหยันดังขึ้นจากความมืด คณินก้าวเท้าพ้นกรอบประตูเข้ามาภายใต้แสงไฟสลัวจากหลอดนีออนกะพริบ ควันสีขาวบางเบายังคงลอยกรุ่นอยู่เหนือปลายนิ้วของหมอผีหนุ่ม ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนเผยให้เห็นรอยสักโบราณจางๆ ที่ท่อนแขน ดวงตาคมปลาบกวาดมองคราบของเหลวสีคล้ำที่ยังเปรอะเปื้อนอยู่บนพื้นห้อง ก่อนจะมาหยุดนิ่งที่ใบหน้าบึ้งตึงของนายตำรวจตรงหน้า
“ถ้าคุณมาช้ากว่านี้อีกสามวินาที วิญญาณที่ถูกสะกดไว้ในอาคมชั้นต่ำนี่คงหลุดลอยไปฟ้องยมบาลจนหมดสำนวนแล้วล่ะครับ” คณินเอ่ยด้วยน้ำพักน้ำแรงที่ราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดหวั่นต่อกระบอกปืนที่จ่อตรงมายังอกเสื้อของตนเอง
ปราบต์ลดปืนลงช้าๆ แต่แววตาระวังภัยยังคงพุ่งพล่าน เขาไม่ได้ไว้ใจหมอผีปากร้ายผู้นี้เลยแม้แต่น้อย แต่สัญชาตญาณนักสืบสอนให้รู้ว่า ในสถานที่เกิดเหตุคดีลี้ลับซับซ้อนเช่นนี้ มีเพียงศัตรูคู่อาฆาตคนนี้เท่านั้นที่ตามเกมของฆาตกรทัน
“หุบปากแล้วช่วยใช้สมองอันปราดเปรื่องของคุณมองไปรอบๆ ซะบ้าง หมอคณิน” ปราบต์เค้นเสียงลอดไรฟัน “นี่ไม่ใช่พิธีกรรมไล่ผีบ้านๆ แต่มันคือการฆาตกรรมอำพรางโดยใช้ไสยเวทบังหน้า และไอ้คนที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด กำลังหัวเราะเยาะเราอยู่ตรงไหนสักแห่งในเมืองนี้”
คณินยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่มักจะทำให้สารวัตรหนุ่มนึกอยากซัดหมัดใส่สักเปรี้ยงให้หายหมั่นไส้ หมอผีหนุ่มเดินเลี่ยงผ่านร่างของนายตำรวจไปอย่างถือวิสาสะ สายตาคมกริบกวาดสำรวจตู้เก็บเอกสารไม้สักเก่าคร่ำคร่าที่ตั้งมุมห้อง แผ่นไม้เนื้อแข็งที่มีรอยขูดขีดผิดธรรมชาติ ปลายนิ้วเรียวยาวแตะลงบนพื้นผิวเนื้อไม้แผ่วเบา ราวกับกำลังสื่อสารกับพลังงานตกค้างบางอย่างที่คนธรรมดามองไม่เห็น
“คุณคิดว่าฆาตกรมันโง่พอที่จะทิ้งศพไว้ให้ตำรวจน้ำดีอย่างคุณลากคอเข้าคุกโดยไม่มีแผนสำรองงั้นหรือครับ สารวัตรปราบต์” คณินกล่าวเสียงเรียบ นัยน์ตาพราวระยับด้วยประกายแห่งความท้าทาย “คนระดับอธิบดีกรมฯ หรือนายทุนใหญ่เบื้องหลังเงาดำพวกนั้น ไม่เคยลงมือด้วยมือของตัวเองหรอกครับ พวกมันใช้ ‘ความกลัว’ และ ‘เงินตรา’ ซื้อความเงียบ... แต่ความโลภต่างหาก คือจุดอ่อนที่ทำให้พวกมันพลาด”
ปราบต์ขมวดคิ้วแน่น ก้าวเข้าไปประชิดตัวอีกฝ่ายโดยไม่รักษาระยะห่าง “คุณรู้อะไรมา อย่ามาเล่นลิ้นกับผมนะ คณิน”
“ผมไม่ได้เล่นลิ้น ผมกำลังเล่นหมากรุกกับคนตายต่างหาก” คณินหันขวับกลับมาเผชิญหน้า ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ใกล้เสียจนได้ยินเสียงลมหายใจ กลิ่นอายจางๆ ของไม้จันทน์หอมผสมกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยวนอยู่รอบตัวหมอผีหนุ่ม “และตาเดินนี้... ผมเป็นคนถือกระดาน”
ทันใดนั้น คณินก็ทรุดตัวลงคุกเข่าเบื้องหน้าตู้ไม้สักเก่า ปลายมือแกร่งออกแรงผลักแผ่นไม้ด้านข้างที่มีรอยร่องเดือยผิดปกติ เสียงกลไกโลหะดีดตัวดัง *คลิก* เบาๆ ท่ามกลางความเงียบงัน บานไม้ลับที่ซ่อนอยู่หลังผนังตู้แง้มเปิดออก เผยให้เห็นช่องลับขนาดเล็กที่ถูกอำพรางไว้อย่างแนบเนียน
ปราบต์ชะงัก ดวงเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ นายตำรวจหนุ่มรีบก้าวเข้าไปสมทบ ใช้ไฟฉายคาดหัวส่องสว่างไปยังภายในช่องลับนั้น ทันทีที่ลำแสงสีขาวนวลทาบทับลงไป สิ่งที่ปรากฏแก่สายตากลับไม่ใช่คัมภีร์โบราณหรือเครื่องรางของขลังอย่างที่คาดคิด
มันคืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดพกพา... ฮาร์ดดิสก์ภายนอก (External Hard Drive) สีดำสนิท ยี่ห้อดัง ที่มีคราบฝุ่นบางๆ เกาะอยู่ แต่วัสดุภายนอกยังคงใหม่เอี่ยมราวกับเพิ่งถูกนำมาซ่อนไว้ไม่นาน
“นี่มัน...” ปราบต์พึมพำกับตัวเอง
“ฮาร์ดดิสก์บันทึกภาพจากกล้องวงจรปิดวงจรปิดวงจรพิเศษ ที่ต่อตรงจากห้องทำงานส่วนตัวของท่านรัฐมนตรี... ตัวการใหญ่ที่คุณตามล่าตัวอยู่นั่นแหละครับ” คณินเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงไว้ด้วยความสะใจลึกๆ “ภาพทุกภาพ เสียงทุกเสียง ในคืนเกิดเหตุฆาตกรรมบูชายัญครั้งก่อน ถูกบันทึกไว้ในนี้แบบเรียลไทม์ ไม่มีตัดต่อ”
หัวใจของสารวัตรปราบต์เต้นระรัวขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ นี่คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่สามารถสั่นคลอนโครงสร้างอำนาจมืดทั้งจังหวัดได้ในพริบตา มันคือหลักฐานชิ้นโบว์แดงที่จะลากคอไอ้ฆาตกรหน้าฉาบปูนเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมได้เสียที มือหนาเอื้อมออกไปหมายจะคว้าฮาร์ดดิสก์ชิ้นนั้นขึ้นมา
“ช้าก่อนครับ สารวัตร” คณินเอื้อมมือมาคว้าข้อมือของปราบต์ไว้แน่น แรงบิดจากฝ่ามือของหมอผีหนุ่มแม้จะดูผ่อนคลายแต่กลับหนักหน่วงจนปราบต์ต้องชะงัก
“ปล่อยผม คณิน! นี่คือหลักฐานทางคดี ผมต้องเอาไปตรวจสอบที่กองปราบเดี๋ยวนี้!” ปราบต์ตวาดเสียงต่ำ นัยน์ตาเดือดดาลด้วยความหงุดหงิด
“ลองคิดดูให้ดีๆ สิครับ สารวัตรคนตรง” คณินยิ้มเยาะ ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตานายตำรวจหนุ่ม ราวกับกำลังอ่านทะลุปรุโปร่งถึงความคิดเบื้องลึก “ถ้าคุณหิ้วฮาร์ดดิสก์นี้เดินออกไปทางประตูหน้าตอนนี้ คิดหรือว่าตำรวจในสังกัดของคุณเองทุกคนจะบริสุทธิ์ใจ? มือของใครบ้างในกรมตำรวจที่เปื้อนเลือดคดีนี้ไปแล้ว?”
คำพูดนั้นราวกับมีค้อนเหล็กมาทุบลงกลางศีรษะ ปราบต์ชะงักค้าง ร่างกายแข็งทื่อ ความจริงอันโหดร้ายของระบบราชการและเงาอำนาจมืดที่แทรกซึมอยู่ทุกอณูของกรมตำรวจแล่นแปล๊บเข้ามาในสมอง นายตำรวจหนุ่มขบกรามแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน มือที่ถือปืนสั่นเทาด้วยความโกรธแค้นและอัดอั้นตันใจ
คณินผ่อนมือออกจากข้อมือของปราบต์ช้าๆ ก่อนจะหยิบฮาร์ดดิสก์สีดำนั้นขึ้นมาถือไว้ในมืออย่างระมัดระวัง หมอผีหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สายตาทอดมองออกไปนอกหน้าต่างบานเกล็ดที่ปิดสนิท ท้องฟ้ายามวิกาลด้านนอกเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเทาหม่น ใกล้รุ่งสางเต็มที
“เราไม่ได้กำลังสู้กับคนธรรมดา สารวัตร... แต่เรากำลังรื้อถอนรากฐานของอสรพิษ” คณินกล่าวเสียงกระซิบแผ่วเบา ทว่าก้องกังวานในความเงียบ “และในเมื่อหลักฐานชิ้นโบว์แดงนี้มาอยู่ในมือเราแล้ว... เกมกระดานนี้จึงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง”
ปราบต์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับสติอารมณ์ เขากำลังจะเอ่ยปากถามถึงแผนการขั้นต่อไปของหมอผีหนุ่ม ทันใดนั้นเอง...
*แอ๊ด... โครม!*
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสคู่ดังขึ้นที่โถงทางเดินด้านนอก ตามด้วยเสียงโลหะกระทบกันของอาวุธปืน และเสียงกระซิบสั่งการที่เหี้ยมเกรียมผ่านวิทยุสื่อสารระยะใกล้ที่ลอดเข้ามาใต้ประตู!
แสงไฟฉายหลายดวงสาดส่องลอดผ่านช่องใต้ประตูเข้ามาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำของผู้มาเยือนที่ตะโกนก้องเข้ามาในความมืด
*“สารวัตรปราบต์! หมอคณิน! พวกคุณหนีไม่รอดแล้ว วางอาวุธแล้วมอบตัวซะ!”*
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาอันดำมืดนี้ไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
อาคมซ่อนกล: อย่าลองดีกับหมอผีปากร้าย•ตอนที่ 31
หลักฐานชิ้นโบว์แดง
ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อาคมซ่อนกล: อย่าลองดีกับหมอผีปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!