เสียงปิดแฟ้มเอกสารกระแทกโต๊ะไม้สักในห้องทำงานลับชั้นใต้ดินของกองปราบปรามดังสะท้อนก้อง มันไม่ใช่เสียงที่แสดงถึงความโกรธเกรี้ยว หากแต่เป็นความเงียบงันที่หนักอึ้งราวกับก้อนตะกั่วหลอมเหลว
สารวัตรปราบต์ยืนค้ำโต๊ะสองมือ แววตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าเคร่งเครียดจ้องมองรายงานการเบิกจ่ายหลักฐานชิ้นเอก—กะโหลกอาคมลงอักขระโบราณที่ยึดมาได้จากรังของลัทธิประหลาด—ซึ่งตอนนี้สถานะในระบบกลับถูกบันทึกไว้ว่า 'ทำลายทิ้งตามคำสั่งศาล' ทั้งที่ตัวจริงยังนอนแน่นิ่งอยู่ในตู้เซฟนิรภัย
"โกหกสิ้นดี..." น้ำเสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันของนายตำรวจหนุ่มเต็มไปด้วยความอึดอัดระคนขุ่นเคือง "ศาลยังไม่เคยมีคำสั่งให้ทำลายวัตถุพยานในคดีนี้แม้แต่กระดาษแผ่นเดียว แล้วลายเซ็นอนุมัตินี่มันของใคร?"
คณินที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังสีเข้มมุมห้อง ยกแก้วกาแฟดำขึ้นจดริมฝีปากอย่างไม่รีบร้อน สายตาภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองใบหน้าของนายตำรวจคู่ปรับด้วยรอยยิ้มมุมปากที่อ่านไม่ออก หมอผีหนุ่มผู้ผ่านโลกสีเทามาโชกโชนไม่ได้รู้สึกแปลกใจเลยแม้แต่น้อย
"คุณกำลังประหลาดใจอะไรหรือครับ สารวัตรปราบ" คณินวางแก้วลง ชายหนุ่มเอียงคอเล็กน้อย น้ำเสียงราบเรียบแต่บาดลึก "ในองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยอำนาจและผลประโยชน์ มนุษย์เราไม่ได้ขายวิญญาณให้ผีสางหรอกครับ... เขากลัวมนุษย์ด้วยกันเอง หรือไม่ก็กลัวกระสุนปืนและเงินก้อนโตมากกว่าอาคมโบราณพวกนั้นเสียอีก"
"คนที่แตะต้องระบบการเบิกจ่ายระดับนี้ได้ ต้องเป็นนายตำรวจระดับสูง หรือไม่ก็คนที่ได้รับหมอบหมายให้ดูแลห้องมั่นคงโดยตรง..." ปราบต์กัดกรามแน่น เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน "และในหน่วยงานของเรา มีคนไม่กี่คนที่มีรหัสผ่านเข้าถึงตู้นั้น"
"รวมถึงคนที่ยืนจิบกาแฟอยู่หน้าห้องคุณเมื่อสิบนาทีที่แล้วด้วยหรือเปล่าล่ะครับ?"
คำพูดของคณินราวกับมีดผ่าตัดที่กรีดลงตรงกลางใจ ปราบต์ชะงัก นัยน์ตาคมกวาดมองไปที่บานประตูทึบ ภาพของ 'สารวัตรธนา' เพื่อนร่วมรุ่นที่ร่วมเป็นร่วมตายกันมาหลายสนาม หลายนายตำรวจที่เคยตบไหล่ให้กำลังใจในวันที่สูญเสียครอบครัว ผุดขึ้นมาในหัว แต่วันนี้... รอยยิ้มเหล่านั้นช่างดูแปลกปลอมเหลือเกิน
"คุณหมายถึงธนาอย่างนั้นรื้อ?" ปราบต์ถามเสียงเข้ม แม้ลึกๆ ในใจจะเริ่มสั่นคลอน
"ผมไม่ได้ระบุชื่อนะครับ ผมแค่ตั้งข้อสังเกตตามหลักจิตวิทยาและพฤติกรรมศาสตร์" คณินลุกขึ้นยืน ร่างสูงสง่าเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงาน กลิ่นจางๆ ของธูปหอมโบราณที่หมอผีหนุ่มใช้ติดตัวลอยปะปนกับกลิ่นฝนยามบ่าย "คนเราเวลาโกหก มักจะพยายามทำตัวให้เป็นธรรมชาติเกินความจำเป็น สารวัตรธนาถามคุณถึงกะโหลกอาคมนั่นกี่ครั้งแล้วตั้งแต่เมื่อวาน? สังเกตไหมครับ... คนที่บริสุทธิ์ใจจริงๆ เขาจะไม่ใส่ใจกับวัตถุพยานที่ 'ถูกทำลายไปแล้ว' มากขนาดนั้นหรอก"
ปราบต์นิ่งเงียบ สมองอันเฉียบแหลมของนายตำรวจนักสืบประมวลผลย้อนหลัง ทุกคำพูด ทุกท่าที และทุกรอยยิ้มของธนาถูกดึงกลับมาฉายซ้ำในหัวเสมือนภาพยนตร์สโลว์โมชั่น ความจริงที่ปรากฏเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ จนน่าตกใจ—เพื่อนสนิทที่ไว้ใจที่สุด กลายเป็นหนอนบ่อนไส้ที่คอยส่งข่าวให้ลัทธิมืดเพื่อแลกกับความก้าวหน้าหรือบางสิ่งที่มืดมนกว่านั้น
"ถ้ามันเป็นสายให้พวกมันจริง..." ปราบต์สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอารมณ์เดือดดาล "หลักฐานทุกชิ้นที่เราหามาได้ ตลอดจนแผนการบุกทลายรังใหญ่ในคืนนี้ คงอยู่ในมือพวกมันหมดแล้วสิ"
"ถูกต้องครับ" คณินตอบรับด้วยรอยยิ้มเยር็นเยียบ แววตาคมกริบฉายประกายความท้าทาย "และที่แย่ไปกว่านั้น... พวกมันคงรู้ตัวแล้วว่าเรากำลังตามล่า"
ในจังหวะที่บรรยากาศภายในห้องกำลังตึงเครียดจนแทบขาดผึ่ง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้ง—ก๊อก ก๊อก ก๊อก—จังหวะจะโคนหนักแน่นและคุ้นเคยอย่างยิ่ง
ทั้งปราบต์และคณินหันขวับไปมองบานประตูพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
"เข้ามา" ปราบต์เปล่งเสียงก้อง พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติที่สุด มือขวาเลื่อนลงไปกุมด้ามปืนพกประจำกายที่เหน็บอยู่ใต้เสื้อแจ็คเก็ตอย่างเงียบเชียบ
ประตูกลอนหมุนเปิดออก ร่างของสารวัตรธนาก้าวเข้ามาพร้อมกับแฟ้มเอกสารในมือ รอยยิ้มที่เป็นมิตรประดับอยู่บนใบหน้าเช่นเคย แต่หากสังเกตให้ดี นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นกลับไหววูบและเต็มไปด้วยความระแวงระวังอย่างปิดไม่มิด
"ปราบ... พอดีเลย ฉันกำลังจะเอาเอกสารสรุปยอดกำลังพลสำหรับคืนนี้มาให้แกตรวจสอบ" ธนาเดินเข้ามาใกล้โต๊ะ พร้อมกับวางแฟ้มลง ชายหนุ่มเหลือบมองคณินที่ยืนกอดอกพิงผนังห้องด้วยสายตากลบเกลื่อน "อ้าว หมอคณินก็อยู่ด้วยหรือครับ? ปรึกษาเรื่องคดีกันอยู่สินะ"
"ครับ กำลังคุยกันเรื่อง 'หนอน' ที่ซ่อนอยู่ในบ้านหลังนี้พอดี" คณินเป็นฝ่ายตอบ น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยนัยยะบาดลึก รอยยิ้มที่มุมปากของหมอผีหนุ่มช่างเย้ายวนและกดดันในเวลาเดียวกัน
ธนาชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที รอยยิ้มบนหน้าแข็งค้างไปเล็กน้อยก่อนจะปรับเป็นปกติได้อย่างรวดเร็ว สมเป็นมืออาชีพที่ผ่านงานสืบสวนมานาน "หนอน? หมายถึงพวกสายข่าวที่รั่วไหลหรือเปล่า? ช่วงนี้คดีมันซับซ้อน คนในอาจจะไขว้เขวได้ง่าย... แกหมายถึงใครล่ะหมอ?"
ปราบต์จ้องมองเพื่อนสนิทผ่านแว่นตา แววตาของนายตำรวจหนุ่มว่างเปล่าไร้ความรู้สึก แต่คลื่นอารมณ์ภายในกลับปั่นป่วนรุนแรง เขายื่นมือออกไปหยิบแฟ้มเอกสารที่ธนานำมาให้ เปิดดูผ่านๆ ก่อนจะพบสิ่งผิดปกติที่ซ่อนอยู่หน้าสุดท้าย
มันไม่ใช่ใบสรุปกำลังพล... แต่มันคือแผนที่เส้นทางลับของกองปราบ พร้อมพิกัดจุดซ่อนตัวที่เขาและคณินวางแผนจะใช้บุกทลายรังลัทธิในคืนนี้ ซึ่งมีลายมือหวัดๆ ของธนาเขียนกำกับไว้ด้วยปากกาหมึกซึมสีน้ำเงินเข้ม—หมึกชนิดเดียวกันกับที่ใช้เซ็นเบิก, จ่ายวัตถุพยานในระบบ
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขีดสุด ปราบต์เงยหน้าขึ้นสบตาธนาตรงๆ ขณะที่มือขวายังคงกำด้ามปืนแน่นขึ้นทีละน้อย
"ธนา..." ปราบต์เอ่ยชื่อเพื่อนสนิทด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือกที่สุดในชีวิตการทำงาน "นายรู้ไหมว่า... ฉันเกลียดที่สุดคืออะไร?"
ธนาหุบยิ้มสนิท ดวงตาคู่นั้นเปลี่ยนจากความอบอุ่นเป็นความเย็นชาในพริบตา มือซ้ายที่ถือแฟ้มกระตุกเกร็งเล็กน้อย
"ฉันเกลียดคนทรยศ..." ปราบต์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากตัวนายตำรวจหนุ่ม "แล้วนายล่ะ... ได้ค่าจ้างเท่าไหร่ ถึงเอาชีวิตเพื่อนร่วมทีมไปแลกกับเศษเดนจากพวกเดรัจฉานวิชา?"
บรรยากาศขาดผึ่งลงทันที ธนาถอยหลังกรูด มือขวาพุ่งพรวดเข้าไปใต้เสื้อสูทเพื่อควักอาวุธประจำกายออกมาหมายจะชิงลงมือก่อน แต่ทว่า... เสียงคลิกโลหะเย็นเฉียบของกระบอกปืนอีกกระบอกกลับจ่อตรงมาที่ขมับของธนาก่อนที่เขาจะทันได้ชักปืนเสียอีก
คณินยืนอยู่ข้างกายธนาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏชัดเจนบนใบหน้าของหมอผีหนุ่ม ปลายกระบอกปืนพกสีดำสนิทแนบติดกับขมับของนายตำรวจหนอนบ่อนไส้ ขณะที่ปลายนิ้วอีกข้างคีบยันต์อาคมแผ่นเล็กไว้ระหว่างนิ้วราวกับกำลังเล่นกล
"อย่าขยับเลยครับ สารวัตรธนา" คณินกระซิบเบาๆ ข้างหูด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่น่ากลัวถึงขั้วหัวใจ "กระสุนของผมไม่เท่าไหร่หรอกครับ... แต่ยันต์ในมือผมนี่สิ ถ้าแปะลงไปตอนที่คุณยังไม่ตาย วิญญาณของคุณอาจจะไม่ได้ไปผุดไปเกิดในชาติภพนี้อีกเลยนะ"
ธนากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เหงื่อกาฬไหลซึมเต็มกรอบหน้า แผนการทั้งหมดพังทลายลงในพริบตา ทว่าในวินาทีที่คิดว่าสถานการณ์อยู่ในการควบคุมแล้วนั้น เสียงวิทยุสื่อสารฉุกเฉินบนโต๊ะทำงานของปราบต์ก็ส่งเสียง 'ซ่า...' ยาวนาน ก่อนที่เสียงรายงานจากเจ้าหน้าที่ภาคสนามจะดังแทรกขึ้นมาด้วยความตื่นตระหนก
*"ศูนย์ควบคุมเรียกกองปราบ! ด่วนที่สุด! เกิดเหตุระเบิดที่ห้องเก็บวัตถุพยานหลักฐาน... และ... และกะโหลกอาคมที่ถูกเก็บไว้ ถูกชิงตัวไปแล้วโดยชายปริศนาสวมหน้ากาก!"*
ปราบต์และคณินเบิกตากว้างพร้อมกัน ธนาที่ถูกคุมตัวอยู่กลับหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มเยาะเย้ยปรากฏขึ้นบนริมฝีปากที่แห้งผากของนายตำรวจทรยศ
"พวกแกคิดว่าฉันคือหนอนคนเดียวอย่างนั้นรื้อ..." ธนาแค่นหัวเราะ "เกมมันเพิ่งเริ่มต้นต่างหากล่ะ... สารวัตรปราบ"
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาอันดำมืดนี้ไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ—เพชรตาเสือโบราณ
อาคมซ่อนกล: อย่าลองดีกับหมอผีปากร้าย•ตอนที่ 32
การทรยศจากคนใกล้ตัว
ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อาคมซ่อนกล: อย่าลองดีกับหมอผีปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!