อาคมซ่อนกล: อย่าลองดีกับหมอผีปากร้าย•ตอนที่ 6

เสียงกระดิ่งยามวิกาล

ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
กลิ่นธูปหอมกรุ่นที่ลอยอวลอยู่ในความมืด ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศภายในห้องพักของเรือนพักแรมไม้สักเก่าคร่ำครึดูสงบลงแม้แต่น้อย ในทางตรงกันข้าม มันกลับส่งกลิ่นฉุนกึกคล้ายดอกไม้บูชาคนที่เริ่มเน่าสลาย คณินนั่งขัดสมาธิอยู่บนฟูกนอนหนาปานกลาง ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาจับจ้องไปยังบานหน้าต่างไม้ที่ปิดสนิท ทว่ากลับมีเงาสะท้อนเคลื่อนไหวอยู่ด้านนอกอย่างชัดเจน "เกมน่าเบื่อสิ้นดี..." หมอผีหนุ่มพึมพำกับตัวเอง มุมปากหยักลึกยกยิ้มเยาะด้วยความเหนื่อยหน่าย มือเรียวยาวบรรจงหยิบแผ่นยันต์กระดาษสาหมึกจีนสีชาดขึ้นมาพิจารณา ตัวอักษรขอมโบราณที่เขาเขียนขึ้นด้วยสมาธิขั้นสูงเมื่อหัวค่ำ บัดนี้เริ่มปรากฏรอยร้าวและคราบหมึกซึมเยิ้มราวกับกระดาษกำลังร้องไห้ ที่ด้านนอกห้อง... เสียงกระดิ่งทองเหลืองดังกริ๊ง... กริ๊ง... สั่นไหวเป็นจังหวะตามลมราตรีที่พัดโชย แต่นั่นไม่ใช่เสียงลมธรรมดา เพราะมันคือเสียงกระดิ่งประจำตัวของ "หมวดวิชาญ" นายตำรวจหนุ่มผู้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยตั้งแต่ช่วงบ่าย *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง แผ่วเบาจนแทบกลืนไปกับเสียงจิ้งหรีดเรไรรอบหมู่บ้านกลางป่าลึก "ผู้กองคณินครับ..." เสียงทุ้มต่ำและคุ้นเคยดังลอดผ่านรอยแตกของบานประตูเข้ามา "เปิดประตูให้ผมหน่อยครับ... ข้างนอกนี่มันมืดเหลือเกิน ผมหนาว..." คณินไม่ได้ขยับเขยื้อน เขายังคงนั่งนิ่งราวกับรูปปั้นหินแกรนิต ดวงตาสีเข้มหรี่ลงเล็กน้อยเพื่อประเมินสถานการณ์ จิตวิทยามนุษย์สอนให้เขารู้ว่า ความกลัวเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดในการควบคุมเหยื่อ แต่ไสยเวทระดับต่ำที่กำลังพยายามเล่นงานเขานี้ ช่างใช้มุกตื้นเขินเสียเหลือเกิน ในขณะเดียวกัน ที่ห้องพักฝั่งตรงข้าม ซึ่งกั้นด้วยทางเดินไม้แคบๆ สารวัตรปราบต์ หรือสารวัตรปราบผู้ยึดมั่นในความจริงเชิงประจักษ์ กำลังยืนพิงผนังไม้ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด มือหนากำด้ามปืนพกประจำกายแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด แม้เขาจะไม่เชื่อเรื่องภูตผีปีศาจ แต่วิญญาณนักสืบในตัวก็บอกชัดเจนว่า เสียงที่ดังอยู่หน้าห้องของคณินในยามวิกาลเช่นนี้ ไม่ใช่เรื่องปกติอย่างแน่นอน ปราบต์ตัดสินใจขยับตัว แง้มประตูห้องของตนออกเพียงเล็กน้อยเพื่อมองลอดผ่านความมืด เขาเห็นแผ่นหลังของร่างในชุดเครื่องแบบตำรวจยืนหันหลังให้อยู่หน้าประตูห้องของหมอผีปากร้าย ร่างนั้นยืนนิ่งสนิท ไหล่ตกโค้งลงด้วยความเหนื่อยล้า มือข้างหนึ่งถือกระดิ่งทองเหลืองที่สั่นไหวเองได้โดยไม่มีลมพัด "วิชาญ?" ปราบต์ส่งเสียงเรียกด้วยน้ำเสียงต่ำลอดไรฟัน แม้จะมีความเคลือบแคลงสงสัย แต่สัญชาตญาณความเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ก็ทำให้เขาไม่อาจเพิกเฉยต่อเพื่อนร่วมงานได้ ร่างในชุดตำรวจนั้นชะงักกึก ค่อยๆ หันกลับมาอย่างช้าๆ ราวกับกระดูกสันหลังถูกหักโค้งด้วยมุมที่ผิดธรรมชาติ ใบหน้าของหมวดวิชาญซีดเผือดจนเขียวคล้ำ ดวงตาเบิกโพรงไร้ซึ่งแววตาแห่งชีวิต มีเพียงรอยยิฉีกกว้างจนถึงใบหู เลือดสีดำคล้ำไหลรินออกจากมุมปากและเบ้าตาทั้งสองข้างอย่างน่าสยดสยอง "สารวัตร..." เสียงแหบพร่าราวกับกระดาษทรายถูกับพื้นปูนดังลอดออกมาจากลำคอที่แห้งผาก "ช่วยผมด้วย... ข้างในนั้น... มันไม่ใช่คน..." ปราบต์ขมวดคิ้วมุ่น แม้ภาพตรงหน้าจะชวนขนหัวลุก แต่นายตำรวจหนุ่มยังคงพยายามหาเหตุผลทางวิทยาศาสตร์มารองรับ เขาคิดถึงก๊าซพิษในป่า อาการประสาทหลอน หรือแม้กระทั่งสารเคมีบางชนิดที่อาจถูกปثนเปื้อนอยู่ในน้ำดื่มของหมู่บ้าน "ตั้งสติไว้หมวด คุณกำลังโดนภาพหลอน ถอยหลังออกมาเดี๋ยวนี้!" ปราบต์ตะคอกเสียงกร้าว พร้อมก้าวเท้าออกจากห้องเพื่อเข้าไปประคองเพื่อนร่วมงาน ทว่า... ก่อนที่รองเท้าคอมแบตของสารวัตรหนุ่มจะสัมผัสกับพื้นไม้ทางเดิน ประตูห้องของคณินก็กระแทกเปิดออกอย่างแรงด้วยแรงลมปะทะที่ไม่มีที่มา! *ปัง!* คณินก้าวออกมาจากความมืด ใบหน้าคมคายเรียบเฉย แววตาคมกริบมองตรงไปยัง "หมวดวิชาญ" ที่ยืนขวางทางเดินอยู่ มือขวาของหมอผีหนุ่มไม่ได้ถืออาวุธ แต่ปลายนิ้วชี้และนิ้วกลางเปื้อนรอยเลือดสีชาดจางๆ ที่เพิ่งใช้เขียนยันต์เมื่อครู่ "อย่าโง่หน่อยเลยครับสารวัตร..." คณินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคม บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "นั่นไม่ใช่หมวดวิชาญเพื่อนสนิทของคุณ... และถ้าคุณก้าวออกไปแตะต้องมันแม้แต่นهاยเดียว สมองของคุณจะกระจายติดผนังไม้บ้านนี้ แทนที่จะเป็นรอยกระสุนปืน" ปราบต์ชะงักฝีเท้า หัวใจกระหน่ำเต้นรัวด้วยความโกรธและสับสน เขาหันขวับมามองหน้าคณินด้วยแววตาแข็งกร้าว "คุณหมายความว่ายังไง หมอคณิน! นั่นผู้ใต้บังคับบัญชาผมนะ!" "ผู้ใต้บังคับบัญชาที่คุณเห็น... ตายตั้งแต่เมื่อสามชั่วโมงก่อนแล้วครับ" คณินตอบกลับทันควัน น้ำเสียงไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย ดวงตาคู่คมจ้องลึกลงไปในดวงตาของนายตำรวจหนุ่มเพื่ออ่านปฏิกิริยาทางจิตวิทยา "สิ่งที่คุณเห็นอยู่ตรงหน้า คือ 'หุ่นพยนต์' ที่ถูกปลุกขึ้นด้วยอาคมสายดำเพื่อล่อให้เราสองคนเดินออกไปจากเขตอาคมของห้องพัก แล้วแยกกันฆ่าทีละคน" รอยยิ้มสยดสยองบนใบหน้าของร่างจำแลงหมวดวิชาญฉีกกว้างขึ้นไปอีก เสียงหัวเราะแหบแห้งดังมาจากลำคอกลวงตา ก่อนที่ร่างนั้นจะทรุดฮวบลงกับพื้นไม้ เสียงกระดิ่งทองเหลืองกลิ้งหลุดจากมือ กลิ้งมาหยุดอยู่ที่ปลายรองเท้าของปราบต์พอดี สารวัตรหนุ่มก้มมองกระดิ่งลูกนั้น สลับกับมองร่างที่ค่อยๆ สลายกลายเป็นกองดินและซากใบไม้แห้งกราดบนพื้น ความเย็นยะเยือกแล่นพล่านขึ้นมาจากไขสันหลัง คณินก้าวเข้ามาประชิดตัวปราบต์ กลิ่นอายจางๆ ของไม้จันทน์และเหล้าโรงโชยปะทะจมูก หมอผีหนุ่มโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนกระซิบข้างหูของนายตำรวจหนุ่มด้วยน้ำเสียงที่ลดระดับความกวนประสาทลง เปลี่ยนเป็นความจริงจังที่เต็มไปด้วยคำเตือน "ยินดีต้อนรับสู่คดีฆาตกรรมที่กฎหมายเข้าไม่ถึงนะครับสารวัตร... และดูเหมือนว่า 'เจ้าของบ้าน' ตัวจริง จะรู้ว่าเรากำลังมาเยือนเสียด้วย" พูดจบ คณินก็ใช้ปลายรองเท้าเขี่ยกองใบไม้แห้งตรงหน้าที่เคยเป็นร่างของหมวดวิชาญออก เผยให้เห็นวัตถุบางอย่างที่ถูกฝังอยู่ใต้พื้นไม้กระดาน... มันคือ "เหรียญโบราณ" สลักรูปอสูรกายสามเศียร ซึ่งเป็นสัญลักษณ์เดียวกับคดีฆาตกรรมต่อเนื่องเมื่อสิบปีก่อน ที่พรากครอบครัวของสารวัตรปราบต์ไปตลอดกาล! ปราบต์เบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อเห็นหลักฐานชิ้นนั้น... ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านกันมาโดยตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อาคมซ่อนกล: อย่าลองดีกับหมอผีปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%