อาคมซ่อนกล: อย่าลองดีกับหมอผีปากร้าย•ตอนที่ 16

ทางรอดในความมืด

ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
ความมืดในชั้นใต้ดินของคฤหาสน์ร้างริมแม่น้ำเจ้าพระยาไม่ได้ไร้ซึ่งชีวิต แต่มันเต็มไปด้วยลมหายใจที่เน่าเฟะและเสียงกระซิบเยือกเย็นที่ขูดขีดลงบนโสตประสาท เสียงหัวเราะแหברי้วที่ก้องกะท้อนอยู่ในประโยคสุดท้าย *“ยินดีต้อนรับสู่ก้นบึ้งของความจริงครับ... สารวัตรปราบต์ และคุณคณิน”* ยังไม่ทันจางหาย ไอเย็นยะเยือกราวกับโลงศพเหล็กก็พุ่งเข้าประชิดแผ่นหลังของนายตำรวจหนุ่มจนขนลุกชัน สารวัตรปราบกัดกรามแน่น มือหนาเอื้อมไปจับด้ามปืนพกประจำกายในซองใต้รักแร้โดยสัญชาตญาณ แม้สมองส่วนที่ยึดติดกับกฎหมายและเหตุผลจะพยายามปฏิเสธความจริงตรงหน้า แต่สัญชาตญาณดิบที่ผ่านความเป็นความตายมาโชกโชนกำลังกรีดร้องเตือนภัย เขากวาดไฟฉายแรงสูงกราดไปรอบทิศทาง แสงสีขาวนวลกระทบเข้ากับเสาปูนเปลือยที่เต็มไปด้วยรอยเลือดเก่ากรังและคราบไขมันมนุษย์ เบื้องหน้าของพวกเขาคือทางตัน... หรืออย่างน้อยที่สุดก็คือสิ่งที่สายตา 'มนุษย์' มองเห็น "อย่าขยับ" เสียงกระซิบต่ำทุบทำลายความเงียบ คณินก้าวเข้ามาขวางหน้าสารวัตรหนุ่มไว้หนึ่งก้าว แผ่นหลังของหมอผีหนุ่มผู้รักความเนี๊ยบยามนี้ชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็น กลิ่นหอมจางๆ ของใบย่านางและว่านไพรที่เจ้าตัวพกติดตัวประจำถูกกลบด้วยกลิ่นเหม็นเน่าของดินป่าและซากศพ นัยน์ตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาไม่ได้มีความหวาดกลัว เจืออยู่แต่ความเยียบเย็นและความตึงเครียดระดับสูงสุด "ทางตันงั้นเหรอ?" ปราบต์ถามเสียงต่ำ ลมหายใจพ่นเป็นไอสีขาวท่ามกลางอุณหภูมิที่ลดฮวบลงอย่างผิดธรรมชาติ "สภาพแบบนี้ ถ้าเราถอยหลังไม่ได้ ข้างหน้าก็มีแต่กำแพง คุณจะพาออกไปทางไหน หรือจะรอให้พวกมันบีบเราจนมุมเหมือนหนูในกรง?" "สารวัตรเคยได้ยินคำว่า 'ตาเนื้อหลอกลวง ตาในมองเห็น' ไหมครับ?" คณินแค่นหัวเราะในลำคอ เป็นรอยยิ้มหยันที่มักจะทำให้ปราบต์รู้สึกหงุดหงิดทุกครั้ง แต่วันนี้มันกลับดูสมเหตุสมผลอย่างน่าประหลาด "สิ่งที่เราเห็นว่าเป็นกำปูนหนาเตอะสี่เมตร ความจริงแล้วเป็นเพียงม่านอาคมพรางตาที่พวกมันสร้างขึ้นเพื่อตอกย้ำความสิ้นหวัง... พวกมันต้องการให้เราดิ้นรนจนหมดแรง แล้วค่อยกินเราทั้งเป็นทีละคน" ปราบต์เหลือบมองใบหน้าด้านข้างของคู่หูชั่วคราวคนนี้ ท่าทีเจ้าเล่ห์เพทุบายและปากจัดจ้านในยามปกติถูกแทนที่ด้วยความตั้งใจจริงอย่างน่ากลัว นิ้วเรียวยาวของคณินกำลังล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อโค้ทด้านใน หยิบตลับไม้จันทน์หอมแกะสลักลวดลายโบราณที่ดูเก่าแก่จนแทบจะกลายเป็นฝุ่นผงออกมา "คุณจะทำอะไร?" ปราบต์ถาม สัญชาตญาณตำรวจเตือนให้ระวังตัว แม้จะร่วมมือกันมาหลายคดี แต่เบื้องหลังของหมอผีหนุ่มคนนี้ยังคงเป็นปริศนาดำมืดที่เขาไม่เคยล่วงรู้ทั้งหมด "เปิดทางรอด... ทางเดียวที่เรามี" คณินตอบสั้นๆ นัยน์ตาคมกริบหันกลับมามองสบตากับนายตำรวจหนุ่มแวบหนึ่ง แววตาคู่นั้นสะท้อนความซับซ้อนและร่องรอยของบาดแผลในอดีตที่ถูกซ่อนไว้ใต้รอยยิ้มเยาะเย้ย "ถ้าผมพลาด... สารวัตรจำไว้ว่าหลักฐานทั้งหมดเกี่ยวกับคดีนี้อยู่ในสมุดบันทึกในกระเป๋าเสื้อของผม อย่าปล่อยให้ไอ้พวกเบื้องบนมันทำลายคดีนี้เด็ดขาด" พูดจบ คณินก็ไม่รอให้ปราบต์ได้ท้วงติง เขากัดปลายนิ้วชี้ข้างขวาจนเลือดสีแดงสดซึมไหลออกมา หยดลงบนฝ่ามือซ้ายที่ถือตลับไม้จันทน์ทันที ทันใดนั้น บรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนไปราวกับพลิกฝ่ามือ แรงกดอากาศต่ำมหาศาลกดทับลงบนทรวงอกจนปราบต์ต้องยกมือขึ้นกุมหน้าอกด้วยความอึดอัด เสียงหวีดหวิวของลมพายุที่ไม่มีแหล่งที่มาดังสนั่นราวกับเสียงกรีดร้องของวิญญาณนับร้อย คณินก้าวออกไปยืนประจันหน้ากับกำแพงปูนเปลื้องความว่างเปล่า ปากขยับท่องคาถาภาษาโบราณที่รวดเร็ว ดุดัน และทรงพลัง เสียงของเขาไม่ได้ดังตะโกน แต่มันก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของคนทั้งสองราวกับเสียงระฆังยักษ์ที่ถูกเคาะใต้น้ำ มือที่เปื้อนเลือดวาดอักขระกลางอากาศอย่างแม่นยำ ทุกครั้งที่นิ้วเรียวตวัดผ่านความว่างเปล่า ประกายไฟสีน้ำเงินเข้มก็พวยพุ่งออกมาเป็นทางยาว "อักขระมนตราสายปราบมารโบราณ..." ปราบต์พึมพำกับตัวเองด้วยความทึ่ง แม้เขาจะไม่ประสีประสาเรื่องไสยเวท แต่ความกดดันทางจิตวิทยาและพลังงานรอบตัวที่เปลี่ยนไปจนขนลุกซู่ ทำให้เขารู้ทันทีว่าสิ่งที่คณินกำลังทำอยู่นั้นเดิมพันด้วยชีวิต *เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ!* เสียงคล้ายกระจกหนาแตกละเอียดดังขึ้นในอากาศ กำแพงปูนที่ควรจะเป็นทางตันเริ่มบิดเบี้ยว รอยร้าวสีดำทมิฬแผ่ขยายออกราวน้ำหมึกหยดลงบนกระดาษเปียก ไอความเย็นจัดพุ่งทะลักออกมาจากรอยแยกนั้น พร้อมกับกลิ่นคาวเลือดที่รุนแรงเสียจนปราบต์ต้องยกแขนขึ้นมาปิดจมูก "ระวังตัวด้วยครับสารวัตร! มันกำลังพยายามปิดช่องว่าง!" คณินตะโกนแข่งกับเสียงคำรามกึกก้องของอาคมที่กำลังปะทะกัน เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มใบหน้าคมคาย สีหน้าของหมอผีหนุ่มเริ่มซีดเผือดจากการเสียเลือดและใช้พลังจิตขั้นสูง "ผมไม่อยากตายในที่อัปมงคลแบบนี้หรอก นำทางไปคุณคณิน!" ปราบต์ตะโกนตอบ มือหนากระชับปืนในมือมั่น สายตากวาดมองความมืดเบื้องหลังรอยแยกที่กำลังขยายตัวอย่างไม่ประมาท คณินสูดลมหายใจเข้าลึกจนสุดปอด รวบรวมพลังเฮือกสุดท้าย ตบฝ่ามือที่ชุ่มเลือดลงไปตรงกลางรอยร้าวของม่านอาคมด้วยความเด็ดเดี่ยว! *ตูมมม!* คลื่นพลังงานมหาศาลระเบิดออกจนเกิดแรงกระแทกซัดร่างของทั้งสองกระเด็นถอยหลังไปคนละทาง ทัศนียภาพรอบตัวพร่ามัวชั่วขณะ หูอื้ออึงจนไม่ได้ยินเสียงใดๆ นอกจากการเต้นของหัวใจตัวเองที่ดังโครมครามอยู่ในอก ทว่า... เมื่อปราบต์สะบัดหัวไล่ความมึนงงและลืมตาขึ้นอีกครั้ง สิ่งที่ปรากฏเบื้องหน้าไม่ใช่กำแพงทึบตันอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นช่องทางเดินแคบๆ ที่ทอดยาวออกไปสู่แสงสว่างสีส้มสลัวของเปลวไฟภายนอก "สำเร็จ..." คณินพึมพำเสียงแผ่ว ร่างเพรียวทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นปูนอย่างหมดแรง เลือดจากปลายนิ้วยังคงหยดติ๋งลงกระทบพื้นซีเมนต์เป็นทางยาว ใบหน้าขาวซีดไร้สีเลือดแต่ยังคงไว้ซึ่งรอยยิ้มมุมปากที่เจือความเหนื่อยล้า ปราบต์รีบก้าวเข้าไปประคองแขนของคู่หูขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้ปากจะชอบบ่นว่าหมอผีคนนี้กวนประสาทและทำตัวน่าสงสัย แต่ในวินาทีความเป็นความตายนี้ คณินคือคนที่ดึงเขากลับมาจากปากเหวแห่งความตาย "ลุกไหวไหมครับ หมอคณิน" ปราบต์ถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย แฝงความห่วงใยที่เจ้าตัวพยายามเก็บซ่อนไว้ใต้มาดนายตำรวจผู้เคร่งขรึม "ถ้าสารวัตรยังไม่เลิกทำหน้าบึ้งใส่ผม ผมอาจจะมีแรงเดินต่อได้อีกสักกิโลเมตรครับ" คณินยิ้มหยัน พยายามฝืนพยุงตัวเองให้ยืนขึ้นด้วยความยากลำบาก "รีบไปเถอะครับ ก่อนที่ 'เจ้าของบ้าน' เขาจะรู้ตัวว่าเราแอบหนีออกมาทางหน้าต่างหลังบ้านของเขา" ทั้งสองก้าวเดินผ่านช่องทางแคบๆ ออกมาสู่พื้นที่โล่งแจ้ง ลมหายใจเฮือกแรกของโลกภายนอกที่ปะทะเข้ากับใบหน้าทำให้พวกเขารู้สึกเหมือนได้เกิดใหม่อีกครั้ง ทว่าความโล่งใจยังไม่ทันได้แผ่ซ่านเต็มปอด สายตาคมของปราบต์ก็เหลือบไปเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ถูกวางทิ้งไว้บนโต๊ะไม้เก่าแก่ข้างทางเดิน มันคือแฟ้มเอกสารคดีเก่าที่ถูกเผาไหม้ไปครึ่งหนึ่ง และกล้อง Polaroid รุ่นโบราณที่เลนส์ยังคงอุ่นอยู่ราวเพิ่งมีคนใช้งานเมื่อไม่กี่วินาทีก่อนหน้านี้ ปราบต์ชะงักฝีเท้า คณินที่เดินตามมาข้างๆ ชะโงกหน้ามองข้ามไหล่หนาไป ก่อนที่รอยยิ้มบนใบหน้าของหมอผีหนุ่มจะเลือนหายไปในพริบตา เมื่อแสงไฟจากแฟลชของกล้อง Polaroid บนโต๊ะจู่ๆ ก็สว่างวาบขึ้นเองอย่างไม่มีปุ่มกด... พร้อมกับภาพถ่ายใบใหม่ที่ค่อยๆ ปริ้นท์ออกมาจากตัวเครื่อง ช้าๆ ราวกับจะเยาะเย้ยความเหนื่อยยากของพวกเขา ภาพถ่ายในมือปราบต์... เป็นภาพด้านหลังของพวกเขาเองที่กำลังเดินหันหลังให้คฤหาสน์ร้าง โดยมีเงาดำมหึมายืนโน้มตัวลงมาจากหน้าต่างชั้นสอง ยื่นมือยาวน่าเกลียดแตะลงบนไหล่ของคณินอย่างสนิทสนม และข้อความลายมือหวัดๆ เขียนด้วยหมึกสีแดงสดที่ด้านหลังภาพถ่ายใบนั้น ก็ทำให้ลมหายใจของทั้งคู่สะดุดกึกในทันที: *"ขอบคุณที่ช่วยเปิดประตู... แล้วเจอกันใหม่ บนกองเลือดของพวกคุณเองครับ"* --- ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันดำมืดและท้าทายนี้ร่วมกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อาคมซ่อนกล: อย่าลองดีกับหมอผีปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%