กลิ่นอับชื้นของซากอิฐปรักหักพังผสมปนเปกับกลิ่นคาวสนิมโลหะในอากาศ ปราบต์เบิกตากว้างยิ่งกว่าเดิม ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อจำได้ทันทีว่าวัตถุในมือของคนปริศนาคืออะไร...
เส้นด้ายสายสิญจน์เปื้อนคราบน้ำมันพรายที่ขดตัวอยู่บนพื้นเบื้องหน้า ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องรางป้องกันตัวธรรมดา แต่มันคือ "ตะปูโลงผี" สามดอกที่ถูกตอกตรึงไว้ในองศาพิฆาต จุดที่หากเขาเผลอก้าวเท้าลงไปอีกเพียงครึ่งนิ้ว แรงกดทับจากน้ำหนักตัวจะทำให้กลไกอาคมโบราณนี้ทำงานกระชากวิญญาณลงสู่หลุมพรางไสยเวทที่ขุดรอไว้ทันที
*“ฉิบหาย...”* เสียงสบถคำรามอยู่ในลำคอของนายตำรวจหนุ่ม
ก่อนที่เส้นประสาททั่วร่างจะได้ส่งสัญญาณสั่งการ คณินในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนลวกๆ และแว่นตากรอบบางที่สะท้อนแสงไฟฉาย ก็พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วราวกับเสือดาวล่าเหยื่อ มือเรียวยาวราวกับศิลปินปัดป้องอากาศเบื้องหน้าด้วยกริชโบราณ เล่มเหล็กกล้าสะท้อนวาบตัดผ่านความมืด กรีดเฉือนด้ายสายสิญจน์สีแดงฉานที่กำลังสั่นระริกขาดสะบั้นลงในพริบตาเดียว เสียงหวีดหวิวคล้ายเสียงกรีดร้องของมนุษย์แว่วดังขึ้นในโสตประสาท ก่อนจะสลายกลายเป็นเพียงลมเย็นยะเยือกที่พัดผ่านร่างของทั้งคู่ไป
ปราบต์เซถลาล้มลงไปกระแทกกับพื้นปูนซีเมนต์ที่แตกละเอียด ฝุ่นผงคละคลุ้งจนต้องไอโขลกออกมาอย่างรุนแรง หัวใจของนายตำรวจหนุ่มเต้นโครมครามด้วยความตื่นตระหนก—ไม่ใช่เพราะความตายที่เฉียดฉิว แต่เป็นเพราะความจริงที่ว่าเขารอดชีวิตมาได้ด้วยน้ำมือของคนที่เขาปรามาសมาตลอดว่าเป็นเพียง "หมอผีต้มตุ๋น"
“ถ้าสมองส่วนหน้าของคุณใช้ประมวลผลคดีได้รวดเร็วเท่ากับสัญชาตญาณความซุ่มซ่าม ป่านนี้คดีฆาตกรรมต่อเนื่องนี่คงปิดไปถึงไหนต่อไหนแล้วล่ะครับ สารวัตร”
น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยการเหน็บแนมดังขึ้นจากเบื้องบน คณินยืนค้ำหัวเขาอยู่ มือข้างหนึ่งปัดฝุ่นตามแขนเสื้อด้วยท่าทางสบายๆ ราวกับเพิ่งเดินชมสวนดอกไม้ ไม่ใช่เพิ่งผ่านความเป็นความตายมาหมาดๆ หมอผีหนุ่มย่อตัวลงเล็กน้อย นัยน์ตาคู่คมภายใต้กรอบแว่นจ้องมองคนเจ็บด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมด้วยความเหนือกว่า
ปราบต์กัดกรามแน่นจนกล้ามเนื้อสันกรามปูดนูน เขาพยุงร่างตัวเองลุกขึ้นยืนช้าๆ พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นไหวต่อหน้าคู่ปรับ “ผมไม่ได้ขอให้คุณมาช่วย... และผมก็ไม่ได้เดินเข้าไปเหยียบมันด้วยซ้ำ”
“อ๋อเหรอครับ?” คณินเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างกวนประสาท สายตากวาดมองไปที่รอยเท้าของปราบต์ที่หยุดอยู่ห่างจากจุดฝังอาคมเพียงมิลลิเมตรเดียว “ถ้าเมื่อกี้ผมช้าไปอีกสามวินาที ตำรวจน้ำดีอย่างสารวัตรปราบต์คงกลายเป็นปุ๋ยอินทรีย์ให้วิญญาณสัมภเวสีแถวนี้ได้เอร็ดอร่อยไปแล้ว หรือว่า... คุณมีแผนจะใช้ร่างตัวเองเป็นเหยื่อล่อฆาตกรตามตำราสืบสวนเล่มไหนที่ผมไม่เคยอ่าน?”
บรรยากาศรอบตัวอึมครึมลงถนัดตา แสงไฟฉายสาดกระทบใบหน้าของทั้งสองคนที่ยืนประจันหน้ากันในระยะประชิด ความต่างของอุดมการณ์ฉายชัดผ่านแววตา ฝ่ายหนึ่งยึดมั่นในข้อกฎหมายและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่จับต้องได้ แต่อีกฝ่ายกลับเดินอยู่ในโลกคู่ขนานที่เต็มไปด้วยพลังงานเร้นลับและจิตวิทยาเชิงไสยเวท ทั้งคู่ต่างดึงดูดและผลักไสกันในเวลาเดียวกัน ราวกับขั้วแม่เหล็กที่ไม่มีวันยอมสมานฉันท์
“คุณรู้ได้ยังไงว่าตรงนี้มีกับดัก” ปราบต์เปลี่ยนเรื่องทันทีเพื่อกลบเกลื่อนความพ่ายแพ้ในยกนี้ ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปที่กริชโบราณในมือของอีกฝ่าย “อย่าบอกนะว่า ‘สัมผัสที่หก’ อะไรนั่นอีก ผมไม่เชื่อเรื่องงมงายพวกนี้”
คณินหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเยือกเย็นและน่าหมั่นไส้ในเวลาเดียวกัน หมอผีหนุ่มก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกก้าว จนปราบต์ได้กลิ่นจางๆ ของกำยานและไม้จันทน์หอมที่ติดตัวอีกฝ่าย
“ความงมงายกับความจริงที่ยังพิสูจน์ไม่ได้ มันมีเส้นบางๆ กั้นอยู่ครับสารวัตร... เหมือนกับที่คุณเชื่อว่ารอยนิ้วมือบนวัตถุพยานไม่เคยโกหก แต่คุณกลับมองข้าม ‘เจตจำนง’ ของคนที่ทิ้งร่องรอยนั้นไว้” คณินก้มลงชี้ที่เศษซากตะปูโลงผีที่ถูกตัดขาด “คนร้ายไม่ได้ใช้แค่ไสยเวท แต่มันใช้ ‘จิตวิทยาความกลัว’ ควบคุมเหยื่อ มันรู้ว่าจุดอ่อนของคุณคืออะไร และมันก็จงใจวางกับดักนี้ไว้เพื่อต้อนคุณให้จนมุม... เหมือนที่มันกำลังทำอยู่ตอนนี้”
คำพูดนั้นสะกิดใจปราบต์อย่างจัง ภาพเหตุการณ์ในอดีตซ้อนทับขึ้นมาในหัวแวบหนึ่ง—ความสูญเสียที่เขาไม่มีวันลืมเลือน กลิ่นอายความตายที่คล้ายคลึงกันนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน
ก่อนที่ปราบต์จะได้ทันโต้แย้งอะไรกลับไป เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับแสงไฟฉายกราดส่องมาจากปลายอุโมงค์ด้านทิศเหนือก็ทำลายความเงียบขึ้น เสียงวิทยุสื่อสารในกระเป๋าเสื้อของปราบต์ส่งเสียงซ่าแตกดังลั่นก่อนจะมีเสียงร้อนรนของหมวดร้อยตำรวจเอกผู้ใต้บังคับบัญชาดังแทรกขึ้นมา
*“สารวัตร! ได้ยินไหมครับ! แย่แล้วครับ... ทีมพิสูจน์หลักฐานที่จอดรถไว้ด้านนอกรายงานว่า รถตู้ของสำนักงานเพิ่งถูกงัด และ... และ...”*
ปราบต์ยกวิทยุขึ้นกดตอบทันทีด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด “มีอะไร เกิดอะไรขึ้น!”
*“หลักฐานชิ้นเอกทั้งหมดที่เราเพิ่งเก็บมาจากบ้านผู้ต้องสงสัย... หายไปครับ! แถมพวกเขายังพบ... สิ่งนี้ถูกทิ้งไว้บนเบาะรถด้วยครับ!”*
คณินหันขวับมามองหน้าปราบต์ทันที รอยยิ้มกวนประสาทเมื่อครู่อันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย แทนที่ด้วยแววตาเคร่งขรึมและจริงจังอย่างที่ปราบต์ไม่เคยเห็นมาก่อน
สารวัตรหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ ก่อนจะเอ่ยถามเสียงเข้ม “มันคืออะไรที่ทิ้งไว้บนรถ?”
ปลายสายเงียบไปชั่วขณะ เสียงลมหายใจหอบสะท้านของผู้ใต้บังคับบัญชาดังลอดผ่านคลื่นความถี่ ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
*“มันคือ... เส้นผมของสารวัตร... ที่เพิ่งตัดตกพื้นในห้องสอบสวนเมื่อเช้าครับ...”*
ปราบต์ชะงักกึก ความเย็นวาบแล่นพล่านจากสันหลังลามขึ้นมาถึงต้นคอ ทว่าในวินาทีที่เขากำลังจะหันกลับไปหาคณินเพื่อประเมินสถานการณ์นั้นเอง แสงไฟฉายรอบตัวก็เกิดกระพริบไหวและดับวูบลงพร้อมกันอย่างไร้สาเหตุ ความมืดมิดสนิทกลืนกินทุกสิ่งรอบตัว และในความเงียบสงัดนั้น... เสียงกระซิบแผ่วเบาก็ดังขึ้นข้างใบหูของปราบต์ เป็นเสียงกระซิบที่เย็นยะเยือกและคุ้นเคยจนน่าสะพรึงกลัว—เสียงของคนที่ควรจะตายไปแล้วเมื่อสัปดาห์ก่อน
ฝากกดติดตามและเป็นกำลังใจให้กันด้วยนะครับ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ
อาคมซ่อนกล: อย่าลองดีกับหมอผีปากร้าย•ตอนที่ 8
คำเตือนจากหมอผีปากร้าย
ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อาคมซ่อนกล: อย่าลองดีกับหมอผีปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!