กลิ่นคาวสนิมเหล็กผสมกับกลิ่นเน่าเฟะของซากพืชในป่าช้าเก่า ไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาควรสูดดมเข้าไปในยามวิกาล แต่มันคืออากาศที่สารวัตรปราบต์และหมอคณินกำลังเผชิญอยู่ตรงหน้า
"คุณคิดว่าไอ้ฆาตกรมันอ่านตำราเล่มเดียวกับผม หรือมันแค่อ่านใจคุณไม่ออกกันแน่ครับ สารวัตร"
เสียงทุ้มต่ำติดจะเยาะหยันดังขึ้นท่ามกลางความมืด คณินก้าวเท้าผ่านแนวต้นไทรย้อยลงมา ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อคลุมสีเข้มขยับแว่นสายตาเล็กน้อย แสงไฟฉายแรงสูงจากมือของเขาตกลงบนร่างไร้วิญญาณสองร่างที่ถูกแขวนห้อยหัวลงมาจากกิ่งไม้ใหญ่ ราวกับผลไม้ต้องสาปในพิธีกรรมโบราณ
ปราบต์ไม่ตอบในทันที นายตำรวจหนุ่มยืนนิ่งสนิท ขากรรไกรของเขาขบเข้าหากันจนสันกรามปูดโปน ดวงตาคมกริบกวาดมองสภาพความสยดสยองเบื้องหน้า เหยื่อรายที่สองและสาม—หญิงสาวและชายหนุ่มในชุดทำงานที่หายตัวไปจากสถานีรถไฟเมื่อสามวันก่อน บัดนี้ถูกคว้านช่องท้องออกอย่างประณีต ไส้ในถูกเกี่ยวร้อยเรียงเป็นอักขระโบราณบนพื้นดินเปียกชื้น มันไม่ใช่แค่การฆาตกรรมเพื่อความสะใจ แต่มันคือ "ยันต์ตรึงวิญญาณ" ที่ทรงพลังและบิดเบี้ยวเกินกว่ามนุษย์ปกติจะจินตนาการ
"สภาพศพเสียหายมากกว่ารายแรก" ปราบต์เปิดปากพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ลมหายใจของเขาพ่นไอสีขาวออกมาในอากาศยามดึกที่อุณหภูมิลดฮวบ "รอยแผลที่ลำคอไม่ได้เกิดจากของมีคมทั่วไป แต่มันถูกเฉือนด้วยกระดูกสัตว์... หรืออาจเป็นเขี้ยว"
คณินก้าวเข้าไปใกล้ร่างนั้นมากขึ้น เขาไม่ได้แสดงอาการสะอิดสะเอียนแม้แต่น้อย นิ้วเรียวยาวสวมถุงมือยางแตะลงที่คราบเลือดแห้งกรังบนหน้าอกของเหยื่อชาย ดวงตาภายใต้กรอบแว่นหรี่ลงอย่างใช้ความคิด
"คุณมองโลกด้วยหลักฐานเชิงประจักษ์ สารวัตร... แต่วัตถุพยานพวกนี้มันกำลังโกหกคุณ" คณินปรายตามองตำรวจหนุ่ม "รอยแผลพวกนี้ไม่ได้เกิดจากความโกรธแค้น แต่มันคือ 'การสังเวย' เพื่อแลกเปลี่ยนบางอย่างกับภูตผีที่หิวกระหาย และที่สำคัญที่สุด... รอยยันต์ที่ถูกกรีดลงบนพื้นดินนั่น ไม่ใช่ภาษาของคนเป็น"
ปราบต์หันขวับมามองคู่หูจำเป็น แววตาของเขาวาวโรจน์ด้วยความหงุดหงิดระคนระแวง "คุณจะบอกว่าผีสางทำงั้นเหรอ หมอคณิน? เลิกพูดจาเหลိုးไหลแล้วใช้สมองแบบนิติวิทยาศาสตร์มองบ้าง รอยมีดนี่มีร่องاناتของการเฉือนด้วยองศาที่แม่นยำ ฝีมือมนุษย์ร้อยเปอร์เซ็นต์"
"มนุษย์ที่จิตวิญญาณถูกครอบงำด้วยเดรัจฉานวิชา ก็ไม่ต่างอะไรกับผีเปรตหรอกครับ" คณินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเขาเรียบสนทนาราวกับกำลังคุยเรื่องดินฟ้าอากาศ แต่แววตากลับคมกริบราวกับใบมีด "คุณกลัวอะไรอยู่หรือครับ สารวัตร? กลัวว่าคดีนี้มันจะเกินกว่าที่กฎหมายกระจอกๆ ของคุณจะเอื้อมถึง หรือกลัวว่า... คุณจะมองเห็นเงาของตัวเองในตัวฆาตกรคนนี้กันแน่"
คำพูดนั้นแทงใจดำปราบต์เข้าอย่างจัง นายตำรวจหนุ่มก้าวเข้าประชิดตัวหมอผีหนุ่มด้วยความโกรธที่พุ่งพล่าน ร่างกายทั้งสองปะทะกันทางจิตวิทยาอย่างดุเดือด กลิ่นอายความตายรอบตัวราวกับจะโหมกระหน่ำให้บรรยากาศรอบข้างอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
ปราบต์กัดฟันกรอด "อย่าล้ำเส้น หมอ... หน้าที่ของคุณคือช่วยไขปริศนาทางไสยเวทตามที่ผมขอ ไม่ใช่มาวิเคราะห์จิตใจผม"
"ถ้าร่างกายคุณยังสั่นเทาและสายตาคุณยังหลบเลี่ยงความจริงแบบนี้ ผมก็คงต้องทำหน้าที่เกินกว่าที่ตกลงกันไว้... เพราะไม่อย่างนั้น ศพต่อไปอาจจะเป็นคุณ" คณินกระซิบชิดริมหรี่ตา รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างท้าทาย ก่อนที่เขาจะหันไปสนใจสัญลักษณ์ประหลาดที่สลักไว้บนต้นไม้ใหญ่ใกล้กัน
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจและเสียงแมลงกลางคืนที่กรีดร้อง ปราบต์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดอารมณ์ เขารู้ดีว่าคณินพูดถูกส่วนหนึ่ง... บรรยากาศรอบตัวในคืนนี้มันผิดปกติเกินไป ราวกับมีบางสิ่งกำลังจ้องมองพวกเขาจากความมืดมิด
"แล้วนี่คืออะไร" ปราบต์เปลี่ยนเรื่องเพื่อดึงสถานการณ์กลับมาที่คดี เขาส่องไฟฉายไปยังรอยแผลลึกที่ถูกสลักบนเปลือกไม้ เป็นรูปดวงตาที่มีรอยกรีดไขว้ทับ
คณินชะงัก รอยยิ้มเยาะหยันบนใบหน้าเลือนหายไปทันที สีหน้าของหมอผีหนุ่มเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เขาย่อตัวลงใช้มือสัมผัสรอยแผลนั้นเบาๆ ก่อนจะดึงมือกลับราวกับถูกไฟลวก
"ไม่ใช่แค่การสังเวย..." คณินพึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาเบาหวิวราวกับกระซิบ "แต่มันคือ 'ประกาศิต'..."
ทันใดนั้นเอง ไฟฉายแรงสูงในมือของคณินก็กะพริบไหวและดับลงพรวดเดียว ความมืดมิดสนิทกลืนกินพื้นที่รอบตัวพวกเขาทันที เหลือเพียงแสงจันทร์สลัวที่ส่องผ่านกลุ่มเมฆหนา
"หมอ..." ปราบต์เอ่ยเตือน พร้อมชักอาวุธปืนพกออกจากซองข้างเอวอย่างรวดเร็ว สัญชาตญาณดิบของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์กรีดร้องเตือนภัย
ไม่มีเสียงตอบรับจากคณิน แต่ปราบต์ได้ยินเสียงบางอย่าง... เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่กำลังเดินวนรอบตัวพวกเขาจากความมืดมิดรอบทิศทาง เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของคนเดิน แต่เป็นเสียงลากบางอย่างที่น่าสยดสยอง และที่แย่ที่สุด—มันมีเสียงลมหายใจติดขัดดังอยู่ข้างหลังต้นคอของปราบต์นี่เอง
"สารวัตร..." เสียงกระซิบของคณินดังขึ้นจากความมืด ไม่ใช่ทิศทางเดิมที่เขาเคยยืนอยู่ "อย่าขยับ... และอย่าหันกลับไปมองเด็ดขาด"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเผชิญหน้ากับความมืดมิดในคดีนี้ไปพร้อมกับผมและตัวละครที่ผมรักนะครับ เพชรตาเสือโบราณ
อาคมซ่อนกล: อย่าลองดีกับหมอผีปากร้าย•ตอนที่ 26
กลิ่นอายความตายรอบตัว
ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อาคมซ่อนกล: อย่าลองดีกับหมอผีปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!