"ฉันให้เวลาพวกคุณเก็บของออกไปจากร้านภายในสิบนาทีนี้ค่ะ ถ้าไม่อยากให้ฉันแจ้งข้อหาบุกรุกและยักยอกทรัพย์สินส่วนบุคคล"
เสียงหวานใสแต่เฉียบคมราคมมีดโกนของเมลดา ดังสะท้อนก้องไปทั่วพื้นที่ภายในคาเฟ่สไตล์วินเทจชื่อดังใจกลางย่านธุรกิจ บรรยากาศรอบตัวเธอนิ่งสนิทจนแทบไม่ได้ยินเสียงหายใจ สายตาคู่สวยมองกราดไปยังผู้จัดการร้านหน้าซีดเผือดและพนักงานกลุ่มใหญ่ที่ยืนออรวมกันอยู่หลังเคาน์เตอร์ด้วยแววตาราบเรียบไร้ความปรานี
ป้านงเยาว์ อดีตผู้จัดการร้านผู้เคยใช้อำนาจบาทใหญ่กลั่น and แกล้งคนอื่นลับหลังเจ้าของเดิม หน้าถอดสีจนกลายเป็นสีซีดขาวเหมือนกระดาษ เธอกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ พยายามจะอ้าปากเถียงแต่ก็ติดอยู่ที่ลำคอเมื่อเห็นเอกสารสิทธิ์การถือครองฉบับจริงที่ประทับตราประทับทางกฎหมายอย่างถูกต้องครบถ้วนอยู่ในมือของหญิงสาว
"คุณ... คุณเมลดาคะ เรื่องนี้มันอาจจะเข้าใจผิดกันก็ได้นะคะ พวกเราแค่..."
"เข้าใจผิดเหรอคะ?" เมลดาหัวسเราะในลำคอเบาๆ น้ำเสียงเยียบเย็นจนอีกฝ่ายสะดุ้งเฮือก ร่างเพรียวระหงในชุดสูทเข้ารูปสีเอิร์ธโทนก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทีละนิด ส้นสูงสีดำกระทบพื้นหินอ่อนเกิดเสียงดังเป็นจังหวะ ราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังความตายทางธุรกิจของคนพวกนี้ "ตอนที่คุณร่วมมือกับญาติผู้พี่ของฉันยักยอกเงินสดในบัญชีร้านไปเกือบเจ็ดหลัก คุณคิดว่าฉันจะโง่จนดูไม่ออกเลยอย่างนั้นเหรอคะ ป้านงเยาว์"
สิ้นคำพูดนั้น ความเงียบงันก็เข้าปกคลุมทันที บรรดาพนักงานที่เคยทำตัวกร่างใส่ลูกค้าและคอยเหยียบย่ำคนอื่น ต่างพากันก้มหน้าหลบสายตา ตัวสั่นเทาราวกับลูกนกตกน้ำ ไม่มีใครกล้าปริปากพูดอะไรออกมาอีกเลย เพราะหลักฐานภาพวงจรปิดและเส้นทางการเงินที่ถูกส่งตรงเข้าสู่แท็บเล็ตหรูในมือของเมลดาเมื่อสิบนาทีที่แล้ว มันมัดตัวแน่นจนดิ้นไม่หลุด
กรณ์ ที่ยืนเงียบสงบอยู่เคียงข้างเธอมาโดยตลอด ขยับตัวเล็กน้อยเพื่อแผ่รังสีคุกคามอันน่าเกรงขามออกมา มือหนาเอื้อมไปโอบไหล่บางของคู่ชีวิตเอาไว้หลวมๆ เป็นการแสดงออกถึงการซัพพอร์ตอย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องเอ่ยคำพูดใดๆ ให้มากความ สายตาดุดันคมกริบของชายหนุ่มกวาดมองผู้บุกรุกหน้าเลือดพวกนั้นทีละคน จนทุกคนต้องรีถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัว
เมลดาเหลือบมองกรณ์แวบหนึ่งริมฝีปากอิ่มระบายยิ้มบางเบา ความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียด เธอรู้ดีว่านี่เป็นเพียงก้าวแรกเท่านั้น... ก้าวแรกของการทวงคืนทุกอย่างที่เป็นของเธอและเขาคืนมา
"เอาล่ะค่ะ เวลาสิบนาทีหมดลงแล้ว" เมลดายกข้อมือขึ้นดูนาฬิกาเรือนหรูประดับเพชร ก่อนจะโบกมือส่งสัญญาณให้ทีมทนายความส่วนตัวและเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ยืนรออยู่ด้านนอกเดินเข้ามา "เชิญพวกเขากวาดสัมภาระออกไปให้พ้นสายตาฉันได้เลยค่ะ แล้วเปลี่ยนรหัสระบบความปลอดภัยทั้งหมดทันที ฉันไม่อยากให้สถานที่แห่งนี้ต้องแปดเปื้อนกลิ่นอายของคนโลภอีกแม้แต่วินาทีเดียว"
สิ้นเสียงคำสั่ง เดเดอร์และการเคลื่อนย้ายกำลังพลก็เริ่มต้นขึ้นอย่างรวดเร็วและเป็นระเบียบเรียบร้อย ป้านงเยาว์ถูกลากตัวออกไปพร้อมกับเสียงโวยวายที่ค่อยๆ เงียบหายไปตามระยะทาง ทิ้งไว้เพียงความโล่งโปร่งสบายตาภายในคาเฟ่ขนาดใหญ่ที่ตอนนี้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของเธออย่างสมบูรณ์แบบแล้ว
เมลดาผ่อนลมหายใจยาวเหยียด ความเหนื่อยล้าจากการต่อสู้กับคนพวกนี้จางหายไปในพริบตา เมื่อเสียงแจ้งเตือนอันเป็นเอกลักษณ์จากระบบอัจฉริยะดังขึ้นในโสตประสาทของเธอ
[ติ๊ง! ยินดีด้วยครับท่านเจ้าของร่าง บรรลุเงื่อนไขภารกิจ: "ยึดคืนกิจการแรกสำเร็จ"
ระบบทำการปลดล็อกเงินทุนสำรองฉุกเฉินจำนวน 50,000,000 บาท เข้าสู่บัญชีส่วนตัวเรียบร้อยแล้ว
และท่านได้รับการจัดสรร: "สิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลลับเครือข่ายธุรกิจพรีเมียมระดับประเทศ" เป็นของขวัญพิเศษ!]
รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวยคม ระบบนี้ช่างรู้ใจเสียจริง เงินห้าสิบล้านนี้ไม่ได้มีไว้แค่เก็บนอนกอดเฉยๆ แต่มันคือกระสุนนัดสำคัญที่จะใช้รีโนเวทคาเฟ่แห่งนี้ให้กลายเป็นอาณาจักรขนมหวานและแฟลกship store ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในเมืองหลวง เพื่อตบหน้าบรรดาญาติผู้พี่ที่เคยหัวเราเยาะเย้ยความไร้น้ำยาของเธอให้หน้าหงายกลับไป
"เหนื่อยไหมคะ?" เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยถามขึ้นข้างใบหู พร้อมกับสัมผัสอ่อนโยนของผ้าเย็นที่บรรจงเช็ดตามกรอบหน้าผากให้อย่างเบามือ
เมลดาหันไปสบตาคมกริบของกรณ์ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างไม่รักดี เธอเอียงแก้วแนบฝ่ามืออุ่นๆ ของเขาโดยอัตโนมัติ รอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มถูกส่งมอบให้ชายหนุ่มผู้ไม่เคยห่างไปไหนคนนี้
"ไม่เหนื่อยเลยค่ะคุณกรณ์ ตรงกันข้าม... ฉันกำลังสนุกต่างหากล่ะคะ" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงเป็นประกายระยิบระยับ "นี่เพิ่งจะเริ่มต้นคาเฟ่สาขาแรกเท่านั้นนะคะ ต่อไปเราจะขยายสาขาไปให้ทั่วประเทศ จนตระกูลนั้นต้องอ้าปากค้างด้วยความอิจฉาเลยทีเดียว"
กรณ์หัวเราะในลำคอเบาๆ สายตาที่เขามองเธอนั้นเต็มไปด้วยความรักและความหลงใหลที่เพิ่มพูนขึ้นทุกวัน นิ้วเรียวเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาทักใบหน้าให้อย่างทะนุถนอม "ไม่ว่าคุณจะอยากทำอะไร ผมก็จะคอยยืนอยู่ข้างหลังคุณเสมอครับ เมล... เงินทั้งหมดในโลกนี้ ถ้ามันทำให้คุณยิ้มได้ ผมก็พร้อมจะหามาให้คุณโปรยเล่นทั้งหมดนั่นแหละ"
คำพูดหวานลึกซึ้งที่ออกมาจากปากของชายหนุ่มผู้เคยสุขุมเยือกเย็น ทำให้หัวใจของเมลดาพองโตจนแทบจะระเบิด เคมีระหว่างเธอกับเขาในตอนนี้มันช่างลงตัวและเต็มไปด้วยพลังอำนาจที่พร้อมจะเหยียบย่ำอุปสรรคทุกอย่างให้แหลقคามือ
ทว่า... ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังหวานชื่นและเต็มไปด้วยชัยชนะนั้นเอง เสียงปรบมือดังแปะๆ ก็พลันดังขึ้นมาจากมุมมืดบริเวณประตูทางเข้าด้านหลังคาเฟ่ ซึ่งควรจะถูกปิดตายเอาไว้จากภายนอก
"แปะ... แปะ... ช่างเป็นภาพคู่รักที่น่าประทับใจเสียจริงนะครับ คุณน้องสาวผู้แสนดี"
เสียงทุ้มต่ำติดจะเย้ยหยันและคุ้นหูอย่างประหลาดดังขึ้น เมลดาและกรณ์ขมวดคิ้วมุ่นพร้อมกัน หันขวับไปมองยังต้นเสียงทันที
ร่างสูงโปรดของชายหนุ่มในชุดสูทแบรนด์เนมราคาแพงระยับก้าวออกมาจากเงาสลัว ใบหน้าคมคายหล่อเหลาแต่แฝงไว้ด้วยรอยยิ้มเยียบเย็นและแววตาดุดันที่เต็มไปด้วยความริษยา... เขาคือ "ธน ภัทร" ลูกพี่ลูกน้องตัวแสบผู้สูญเสียสิทธิ์การบริหารร้านนี้ไปเมื่อครู่ และเป็นคนที่เกลียดเมลดาเข้าไส้
ธนยักมุมปากขึ้นน้อยๆ ก่อนจะยกสมาร์ทโฟนในมือขึ้นโชว์หน้าจอที่มีสายเรียกเข้ากำลังสั่นเตือน พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวดิ่งวูบลงสู่จุดเยือกแข็งในทันที
"น่าเสียดายจริงๆ นะครับที่คุณซื้อร้านนี้มาได้... แต่ดูเหมือนว่า 'ที่ดิน' ใต้ร้านนี้ทั้งหมด กำลังจะเปลี่ยนมือไปเป็นของผมในอีกสามนาทีข้างหน้านี้แล้วล่ะครับ!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "ชาเขียวแก้วร้าย" มาโดยตลอดนะคะ!
คุณหนูตระกูลดังกับระบบทุ่มเงินล้านกู้หน้า•ตอนที่ 7
เปิดโปรเจกต์ธุรกิจแรกในนามตัวเอง
ผลงานโดย ชาเขียวแก้วร้าย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาเขียวแก้วร้าย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณหนูตระกูลดังกับระบบทุ่มเงินล้านกู้หน้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!